ทำกันซึมดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่ด้วย Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาอาคาร

ส.ค. 13, 2026 by admin Blog 0 comment

ทำกันซึมดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่ด้วย Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาอาคาร

ดาดฟ้าและหลังคาอาคารขนาดใหญ่เป็นพื้นที่ที่ต้องรับสภาพอากาศหนักตลอดปี ทั้งแดดจัด ฝนตก ความร้อนสะสม ลมแรง ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิในแต่ละวัน หากระบบกันซึมไม่เหมาะกับพื้นที่ใหญ่ อาจเกิดปัญหาน้ำรั่วซึมตามแนวต่อ รอยแตกร้าว จุดระบายน้ำ ขอบ parapet หรือบริเวณที่มีอุปกรณ์งานระบบบนหลังคา ส่งผลให้ฝ้าเพดานเสียหาย ผนังเป็นคราบน้ำ พื้นที่ใช้งานด้านล่างได้รับผลกระทบ และเกิดค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงตามมาในระยะยาว

สำหรับงานดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่ การเลือกวัสดุกันซึมจึงไม่ควรมองแค่ “กันน้ำได้” แต่ต้องดูทั้งระบบหลังคา เช่น ขนาดพื้นที่ รูปแบบหลังคา การระบายน้ำ ชนิดวัสดุปูทับ การเดินซ่อมบำรุง รอยต่อแผ่น และรายละเอียดรอบ drain เพราะพื้นที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งมีโอกาสเกิดจุดเสี่ยงมากขึ้น หากระบบไม่มีความต่อเนื่องหรือควบคุมรอยต่อไม่ดี น้ำอาจซึมจากจุดเล็ก ๆ แล้วกระจายไปยังพื้นที่อื่นจนหาจุดรั่วจริงได้ยาก

Sarnafil TG 66 หรือ Sarnafil® TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO หรือ Flexible Polyolefin จาก Sika เหมาะกับงานหลังคาอาคารและดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่ที่ต้องการระบบเมมเบรนกันซึมแบบแผ่น โดยข้อมูล Sika ระบุว่าเป็นแผ่นเมมเบรนหลังคาแบบหลายชั้น มีชั้นเสริม glass non-woven inlay เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทน UV และเหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น กรวด แผ่นคอนกรีต และหลังคาเขียว รวมถึงหลังคาเปิดผิวบางรูปแบบตามเงื่อนไขระบบ

ทำไมดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่ต้องเลือกกันซึมให้รอบคอบ?

ดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่มีความเสี่ยงมากกว่าพื้นที่เล็ก เพราะมีระยะรอยต่อมากขึ้น มีจุด drain หลายจุด มีโอกาสเกิดน้ำขังหลายตำแหน่ง และมักมีงานระบบอาคาร เช่น ท่อ แอร์ เครื่องจักร ช่องแสง หรือทางเดินซ่อมบำรุงอยู่บนหลังคา หากระบบกันซึมไม่ถูกออกแบบให้รองรับสภาพใช้งานจริง อาจเกิดปัญหารั่วซึมซ้ำและซ่อมยาก

ปัญหาที่มักพบในดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่ ได้แก่

  • น้ำขังเป็นแอ่งจาก slope ไม่ดี
  • รั่วตามรอบ drain และท่อระบายน้ำ
  • รั่วตามขอบ parapet หรือ flashing
  • รั่วตามรอยต่อวัสดุกันซึม
  • ชั้นกันซึมเสียหายจากการเดินซ่อมบำรุง
  • วัสดุปูทับทำให้เมมเบรนเสียหาย
  • หลังคาเขียวหรือกรวดทำให้ตรวจจุดรั่วได้ยาก
  • งานระบบบนหลังคาทำให้เกิด penetration หลายจุด

ดังนั้น งานหลังคาอาคารขนาดใหญ่ควรเลือกกันซึมที่ออกแบบเป็นระบบ ไม่ใช่แค่ทาหรือปูวัสดุเฉพาะจุด เพราะจุดรั่วเพียงจุดเดียวอาจทำให้พื้นที่ด้านล่างเสียหายเป็นวงกว้าง

Sarnafil TG 66 คืออะไร?
Sarnafil TG 66 คืออะไร?

Sarnafil TG 66 คืออะไร?

Sarnafil TG 66 คือแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO สำหรับระบบหลังคา โดยตัวแผ่นเป็นเมมเบรนสังเคราะห์หลายชั้น มีชั้นเสริม glass non-woven inlay และสามารถเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการระบบแผ่นเมมเบรนต่อเนื่องและควบคุมแนวรอยต่ออย่างเป็นระบบ

เหมาะกับงาน เช่น

  • ดาดฟ้าอาคารพื้นที่ใหญ่
  • หลังคาอาคารพาณิชย์
  • หลังคาอาคารสำนักงาน
  • หลังคาโรงงานหรือคลังสินค้า
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • Utility roof
  • Inverted roof
  • หลังคาที่ต้องการระบบเมมเบรน FPO
  • หลังคาที่ต้องการเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน

ทำไม Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่?

  1. เป็นแผ่นเมมเบรนที่ควบคุมความหนาจากโรงงาน

งานกันซึมแบบทาเคลือบต้องควบคุมความหนาฟิล์มหน้างาน ซึ่งในพื้นที่ใหญ่หากควบคุมไม่ดี อาจเกิดจุดบางหรือจุดที่ฟิล์มไม่สม่ำเสมอได้ ส่วนแผ่นเมมเบรนอย่าง Sarnafil TG 66 มีความหนาของวัสดุที่ผลิตมาจากโรงงาน จึงช่วยให้ควบคุมคุณสมบัติของตัวแผ่นได้สม่ำเสมอมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม คุณภาพของระบบไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวแผ่นอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการติดตั้งแนวรอยต่อ การเชื่อมลมร้อน และการเก็บรายละเอียดรอบจุดเสี่ยงด้วย

  1. เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน

Sarnafil TG 66 เป็นเมมเบรนที่เชื่อมรอยต่อด้วย hot air welding หรือการเชื่อมลมร้อน โดยไม่ใช้เปลวไฟเปิดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika

สำหรับดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่ รอยต่อมีจำนวนมาก การมีระบบเชื่อมรอยต่อที่ชัดเจนจึงสำคัญมาก เพราะหากรอยต่อไม่สมบูรณ์ น้ำอาจซึมผ่านแนวต่อได้ การติดตั้งจึงควรทำโดยทีมที่ชำนาญและต้องตรวจแนวเชื่อมทุกจุดก่อนปิดทับหรือส่งมอบงาน

  1. ทน UV เหมาะกับงานหลังคา

หลังคาอาคารต้องโดนแดดและ UV อย่างต่อเนื่อง หากวัสดุกันซึมไม่ทน UV อาจเสื่อมสภาพ กรอบ แตก หรือแตกลายงาเร็วกว่าที่ควร Sarnafil TG 66 มีข้อมูลว่าเป็นแผ่นเมมเบรนทน UV จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องเจอสภาพอากาศภายนอกตามระบบที่ออกแบบไว้

  1. เหมาะกับระบบหลังคาถ่วงน้ำหนัก

ดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่จำนวนมากถูกออกแบบให้มีวัสดุปูทับ เช่น กรวด แผ่นคอนกรีต หรือชั้นหลังคาเขียว Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาระบบ ballasted เช่น gravel, concrete slabs และ green roof ตามข้อมูล Sika จึงเหมาะกับโครงการที่ต้องการระบบเมมเบรนอยู่ใต้ชั้นถ่วงน้ำหนักหรือวัสดุปูทับด้านบน

  1. เหมาะกับ Utility Roof และหลังคาอาคารที่มีงานระบบ

หลังคาอาคารขนาดใหญ่มักมีอุปกรณ์งานระบบ เช่น เครื่องปรับอากาศ ท่อ งานไฟฟ้า ช่องแสง หรือทางเดินซ่อมบำรุง Sarnafil TG 66 ถูกระบุว่าใช้กับ utility roofs ได้ตามระบบ จึงเหมาะกับการออกแบบร่วมกับชั้นป้องกันเมมเบรนและทางเดินซ่อมบำรุง เพื่อป้องกันความเสียหายจากการใช้งานด้านบน

ทำไม Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่?
ทำไม Sarnafil TG 66 เหมาะกับดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่?

ดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่ควรใช้เมมเบรนแบบไหน?

งานดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่ควรเลือกเมมเบรนที่เหมาะกับระบบหลังคาจริง ไม่ใช่เลือกจากวัสดุที่คุ้นเคยเท่านั้น โดยควรพิจารณาอย่างน้อย 6 เรื่อง

  1. เหมาะกับรูปแบบหลังคา

ต้องดูว่าหลังคาเป็นแบบเปิดผิว โรยกรวด ปูแผ่นคอนกรีต หลังคาเขียว หรือ utility roof เพราะแต่ละระบบต้องใช้รายละเอียดการติดตั้งและชั้นป้องกันต่างกัน

  1. ทน UV และสภาพอากาศ

หากหลังคาเปิดรับแดด ต้องเลือกวัสดุที่ทน UV และสภาพอากาศภายนอกได้ดี หากเป็นหลังคาที่มีวัสดุปูทับ ต้องดูความเข้ากันกับชั้นวัสดุด้านบนด้วย

  1. ระบบรอยต่อชัดเจน

แผ่นเมมเบรนต้องมีวิธีเชื่อมรอยต่อที่ตรวจสอบได้ เพราะรอยต่อคือจุดสำคัญของระบบกันซึมแบบแผ่น

  1. รองรับชั้นถ่วงน้ำหนักหรือปูทับ

หากจะโรยกรวด ปูแผ่นคอนกรีต หรือทำหลังคาเขียว ต้องเลือกเมมเบรนที่ออกแบบมาสำหรับระบบ ballasted ไม่ควรใช้วัสดุที่ไม่ได้รองรับชั้นปูทับโดยตรง

  1. มีชั้นป้องกันเมมเบรน

ในงานพื้นที่ใหญ่ที่มีการเดินหรือปูวัสดุทับ ต้องมี protection layer, separation layer หรือ drainage layer ตามระบบ เพื่อป้องกันแผ่นเสียหายจากแรงกด การขูด หรือของแหลมคม

  1. เก็บรายละเอียดจุดเสี่ยงได้ครบ

จุด drain, parapet, flashing, roof light, pipe penetration และ expansion joint ต้องออกแบบรายละเอียดให้ครบ เพราะพื้นที่ใหญ่ยิ่งมีจุดเสี่ยงมากขึ้น

Sarnafil TG 66 เหมาะกับหลังคาอาคารแบบไหน?

หลังคาอาคารสำนักงาน

เหมาะกับหลังคาอาคารที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาวและมีพื้นที่กว้าง โดยเฉพาะหลังคาที่มีชั้นปูทับหรือมีงานระบบอยู่ด้านบน

หลังคาโรงงานและคลังสินค้า

หลังคาพื้นที่ใหญ่ของโรงงานหรือคลังสินค้ามักต้องการระบบที่ควบคุมรอยต่อและความต่อเนื่องของเมมเบรนได้ดี Sarnafil TG 66 จึงเหมาะกับงานที่ต้องการระบบแผ่นเมมเบรน FPO พร้อมการเชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน

ดาดฟ้าโรยกรวด

เหมาะกับระบบหลังคาโรยกรวด เพราะ Sarnafil TG 66 ถูกระบุว่าใช้กับหลังคาถ่วงน้ำหนัก เช่น gravel ได้ตามข้อมูล Sika

หลังคาปูแผ่นคอนกรีต

เหมาะกับดาดฟ้าที่มีแผ่นคอนกรีตปูทับด้านบน โดยต้องมีชั้นป้องกันเมมเบรนและรายละเอียดการระบายน้ำที่เหมาะสม

หลังคาเขียว

เหมาะกับหลังคาเขียวที่ต้องการเมมเบรนกันซึมใต้ชั้นดินและพืช โดยต้องออกแบบระบบหลังคาเขียวครบทั้งชั้นกันซึม ชั้นป้องกัน ชั้นระบายน้ำ ชั้นกรอง และชั้นปลูกพืช

Utility Roof

เหมาะกับหลังคาที่มีการเดินซ่อมบำรุงหรือวางอุปกรณ์งานระบบ โดยควรออกแบบทางเดินและ protection layer เพื่อป้องกันแผ่นเมมเบรนเสียหายจากการใช้งาน

เปรียบเทียบเมมเบรน Sarnafil TG 66 กับกันซึมแบบทาในพื้นที่ใหญ่

หัวข้อSarnafil TG 66กันซึมแบบทา
รูปแบบวัสดุแผ่นเมมเบรน FPOวัสดุเหลวทา/พ่น
ความหนาควบคุมจากโรงงานต้องคุมความหนาหน้างาน
จุดสำคัญรอยต่อและรายละเอียดขอบความหนาฟิล์มและการเตรียมพื้น
งานพื้นที่ใหญ่เหมาะกับการวางระบบแผ่นต่อเนื่องทำได้แต่ต้องคุมความหนาทั่วพื้นที่
ระบบถ่วงน้ำหนักเหมาะกับกรวด แผ่นคอนกรีต หลังคาเขียวตามระบบต้องเลือกชนิดที่รองรับปูทับ
การติดตั้งต้องใช้ช่างเชื่อมรอยต่อชำนาญต้องใช้ช่างควบคุมชั้นเคลือบชำนาญ
จุดเสี่ยงแนวเชื่อม รอยต่อ drain parapetจุดบาง ฟองอากาศ รอยต่อ รายละเอียด

ขั้นตอนติดตั้ง Sarnafil TG 66 สำหรับดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่โดยสรุป

  1. สำรวจพื้นที่หลังคาและสภาพโครงสร้าง
  2. ตรวจ slope และตำแหน่ง drain ทั้งหมด
  3. เตรียมพื้นผิวให้เรียบ ไม่มีเศษแหลมคม
  4. วางแผนแนวแผ่นและตำแหน่งรอยต่อ
  5. ปูชั้น separation หรือ protection ตามระบบ
  6. ปูแผ่น Sarnafil TG 66 ตามแบบ
  7. เชื่อมแนวรอยต่อด้วยลมร้อน
  8. ตรวจสอบแนวเชื่อมทุกจุด
  9. เก็บรายละเอียดรอบ drain, parapet, flashing และ roof light
  10. ติดตั้งชั้นป้องกันเมมเบรนตามรูปแบบหลังคา
  11. โรยกรวด ปูแผ่นคอนกรีต หรือทำระบบหลังคาเขียวตามแบบ
  12. ตรวจการระบายน้ำและจุดเสี่ยงก่อนส่งมอบงาน

จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ใหญ่

รอบท่อระบายน้ำ

พื้นที่ใหญ่ต้องมี drain หลายจุด หากเก็บรายละเอียดรอบ drain ไม่ดี น้ำจะรั่วซึมได้ง่าย เพราะเป็นตำแหน่งที่น้ำไหลมารวมมากที่สุด

แนวรอยต่อของแผ่น

รอยต่อทุกแนวต้องเชื่อมสมบูรณ์และตรวจสอบได้ เพราะรอยต่อที่เปิดเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นจุดน้ำรั่วในอนาคต

ขอบ Parapet และ Flashing

ขอบหลังคาและจุดเปลี่ยนระดับต้องเก็บเมมเบรนขึ้นผนังหรือทำ flashing ตามระบบ ไม่ควรจบงานเฉพาะพื้นแนวนอน

ชั้นป้องกันก่อนปูทับ

หากมีกรวดหรือแผ่นคอนกรีตทับด้านบน ต้องมีชั้นป้องกันเมมเบรนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้วัสดุปูทับทำให้แผ่นเสียหาย

ทางเดินซ่อมบำรุง

หลังคาอาคารขนาดใหญ่มักมีคนขึ้นไปตรวจซ่อมบำรุง ควรทำ walkway หรือพื้นที่เดินเฉพาะ เพื่อป้องกันเมมเบรนเสียหายจากการเหยียบซ้ำหรือการลากเครื่องมือ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้กันซึมดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่รั่วซ้ำ

  • เลือกเมมเบรนไม่ตรงกับระบบหลังคา
  • ไม่ออกแบบ slope และ drain ให้พอ
  • ปูแผ่นบนพื้นผิวที่มีเศษแหลมคม
  • เชื่อมรอยต่อไม่สมบูรณ์
  • ไม่ตรวจแนวเชื่อมก่อนปิดทับ
  • ไม่มีชั้นป้องกันเมมเบรนก่อนโรยกรวด
  • เก็บ parapet และ flashing ไม่ครบ
  • รอบ drain ไม่มีรายละเอียดเฉพาะ
  • ไม่มีทางเดินซ่อมบำรุง
  • ไม่วางแผนระบบหลังคาเขียวหรือ utility roof ให้ครบชั้น

Sarnafil TG 66 เหมาะกับใคร?

Sarnafil TG 66 เหมาะกับเจ้าของอาคาร วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมา และทีมบริหารอาคารที่ต้องการระบบกันซึมหลังคาแบบเมมเบรนสำหรับพื้นที่ใหญ่ โดยเฉพาะหลังคาอาคารที่ต้องการความทนทานและออกแบบเป็นระบบระยะยาว

เหมาะกับงาน เช่น

  • ดาดฟ้าอาคารพื้นที่ใหญ่
  • หลังคาอาคารสำนักงาน
  • หลังคาโรงงาน
  • หลังคาคลังสินค้า
  • หลังคาโรยกรวด
  • หลังคาปูแผ่นคอนกรีต
  • หลังคาเขียว
  • Utility roof
  • Inverted roof
  • โครงการที่ต้องการระบบ FPO membrane

สรุป: Sarnafil TG 66 เหมาะกับกันซึมดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่และหลังคาอาคาร

Sarnafil TG 66 เป็นแผ่นเมมเบรนกันซึมหลังคาชนิด FPO ที่เหมาะกับงานดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่และหลังคาอาคาร เพราะเป็นระบบแผ่นเมมเบรนที่ควบคุมคุณภาพของตัวแผ่นจากโรงงาน เชื่อมรอยต่อด้วยลมร้อน ทน UV และเหมาะกับหลังคาระบบถ่วงน้ำหนัก เช่น หลังคาโรยกรวด แผ่นคอนกรีต และหลังคาเขียว รวมถึงหลังคาเปิดผิวบางรูปแบบตามระบบของ Sika

สำหรับหลังคาอาคารขนาดใหญ่ จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลือกแผ่นเมมเบรนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องออกแบบระบบให้ครบ ตั้งแต่ slope, drain, แนวรอยต่อ, parapet, flashing, ชั้นป้องกันเมมเบรน, ชั้นปูทับ และทางเดินซ่อมบำรุง หากออกแบบและติดตั้งถูกต้อง Sarnafil TG 66 จะช่วยให้ระบบกันซึมดาดฟ้าพื้นที่ใหญ่มีความต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงน้ำรั่วซึม และเหมาะกับการใช้งานในอาคารระยะยาว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!