Sika WT-200 P น้ำยาผสมคอนกรีตกันซึมแบบผลึก ลดการซึมผ่านของน้ำ

มิ.ย. 02, 2026 by admin Blog 0 comment

Sika WT-200 P น้ำยาผสมคอนกรีตกันซึมแบบผลึก ลดการซึมผ่านของน้ำ

งานคอนกรีตที่ต้องเจอน้ำหรือความชื้นตลอดเวลา เช่น ชั้นใต้ดิน ฐานราก ถังเก็บน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อบำบัด อุโมงค์ หรือโครงสร้างใต้ดิน ไม่ควรพึ่งแค่ความหนาของคอนกรีตอย่างเดียว เพราะคอนกรีตทั่วไปยังมีรูพรุนและเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ อยู่ภายใน น้ำจึงสามารถซึมผ่านได้เมื่อมีแรงดันหรือความชื้นสะสม

Sika WT-200 P เป็นน้ำยาผสมคอนกรีตกันซึมแบบผลึก หรือ Crystalline Waterproofing Admixture ที่ใช้ผสมเข้าไปในคอนกรีตตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต เพื่อช่วยลดการซึมผ่านของน้ำในเนื้อคอนกรีต และช่วยเพิ่มความสามารถในการปิดรอยแตกร้าวขนาดเล็กด้วยตัวเอง หรือที่เรียกว่า self-healing

พูดง่าย ๆ คือ Sika WT-200 P ไม่ใช่กันซึมแบบทาหลังคอนกรีตแข็งตัว แต่เป็นการทำให้เนื้อคอนกรีตมีคุณสมบัติต้านทานการซึมผ่านของน้ำตั้งแต่ภายใน เหมาะกับงานที่ต้องการคอนกรีตกันซึมคุณภาพสูงและต้องการลดความเสี่ยงน้ำรั่วซึมในระยะยาว

Sika WT-200 P คืออะไร?

Sika WT-200 P คือสารผสมเพิ่มสำหรับคอนกรีตกันซึมชนิดผง ใช้ผสมในคอนกรีตเพื่อช่วยลดการซึมผ่านของน้ำ และช่วยให้คอนกรีตมีคุณสมบัติกันน้ำดีขึ้นจากภายใน

ตัวผลิตภัณฑ์ทำงานร่วมกับความชื้นและส่วนประกอบในคอนกรีต ทำให้เกิดสารที่ไม่ละลายน้ำกระจายอยู่ในรูพรุนและเส้นเลือดฝอยของคอนกรีต เมื่อรูพรุนเหล่านี้ถูกอุดตันมากขึ้น น้ำจึงผ่านเนื้อคอนกรีตได้ยากขึ้น

เหมาะกับงานที่ต้องการคอนกรีตทึบน้ำ เช่น

  • ชั้นใต้ดิน
  • ฐานราก
  • ถังเก็บน้ำ
  • สระว่ายน้ำ
  • บ่อบำบัดน้ำเสีย
  • อุโมงค์
  • ผนังคอนกรีตใต้ดิน
  • พื้นคอนกรีตที่สัมผัสน้ำหรือความชื้น
  • โครงสร้างที่ต้องต้านแรงดันน้ำ
Sika WT-200 P คืออะไร?
Sika WT-200 P คืออะไร?

Sika WT-200 P ทำงานแบบ Crystalline อย่างไร?

เทคโนโลยี Crystalline Waterproofing คือการสร้างผลึกหรือสารที่ไม่ละลายน้ำภายในเนื้อคอนกรีต เมื่อมีความชื้นซึมเข้าไป สารออกฤทธิ์ใน Sika WT-200 P จะทำปฏิกิริยากับองค์ประกอบในคอนกรีต แล้วเกิดเป็นโครงสร้างผลึกขนาดเล็กในรูพรุนและเส้นเลือดฝอย

ผลลัพธ์คือช่องทางเดินของน้ำในคอนกรีตถูกลดลง ทำให้น้ำซึมผ่านได้ยากขึ้น และช่วยให้คอนกรีตมีความทึบน้ำมากขึ้น

หลักการทำงานแบบเข้าใจง่าย

  1. ผสม Sika WT-200 P เข้าไปในคอนกรีต
  2. สารออกฤทธิ์กระจายอยู่ในเนื้อคอนกรีต
  3. เมื่อมีน้ำหรือความชื้นซึมเข้าไป จะเกิดปฏิกิริยา
  4. เกิดผลึกหรือวัสดุที่ไม่ละลายน้ำภายในรูพรุน
  5. รูพรุนและเส้นเลือดฝอยถูกอุดตันมากขึ้น
  6. น้ำซึมผ่านคอนกรีตได้น้อยลง

จุดเด่นของระบบนี้คือไม่ได้ป้องกันเฉพาะที่ผิวหน้า แต่ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติกันน้ำของเนื้อคอนกรีตจากภายใน

Sika WT-200 P ทำงานแบบ Crystalline อย่างไร?
Sika WT-200 P ทำงานแบบ Crystalline อย่างไร?

จุดเด่นของ Sika WT-200 P

  1. ลดการซึมผ่านของน้ำในคอนกรีต

จุดเด่นหลักของ Sika WT-200 P คือช่วยลด permeability หรือการซึมผ่านของน้ำในคอนกรีต เหมาะกับโครงสร้างที่ต้องเจอน้ำหรือแรงดันน้ำ เช่น ผนังใต้ดิน ถังเก็บน้ำ และฐานราก

เมื่อน้ำผ่านเข้าไปในเนื้อคอนกรีตได้น้อยลง ก็ช่วยลดปัญหาความชื้นสะสม คราบน้ำซึม และการเสื่อมสภาพของคอนกรีตในระยะยาว

  1. ช่วยเพิ่มคุณสมบัติ Self-Healing ของคอนกรีต

อีกจุดเด่นของ Sika WT-200 P คือช่วยเพิ่มความสามารถในการ self-healing ของคอนกรีต หรือการปิดรอยแตกร้าวขนาดเล็กด้วยตัวเองเมื่อมีความชื้นเข้ามากระตุ้น

ในงานจริง คอนกรีตอาจเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ จากการหดตัว อุณหภูมิ หรือการใช้งาน หากรอยเหล่านี้มีขนาดเล็กและเหมาะสมกับระบบ สารออกฤทธิ์ภายในคอนกรีตสามารถช่วยสร้างผลึกเติมเต็มช่องว่างบางส่วนได้ ทำให้ลดโอกาสน้ำซึมผ่านตามรอยเล็ก ๆ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นรอยร้าวใหญ่ รอยร้าวโครงสร้าง หรือรอยร้าวที่ยังขยับตัว ต้องซ่อมด้วยระบบซ่อมรอยร้าวที่เหมาะสม ไม่ควรหวังให้ Sika WT-200 P แก้ปัญหาแทนทั้งหมด

  1. กันซึมจากภายในเนื้อคอนกรีต

ระบบกันซึมแบบทาหรือเคลือบผิวจะป้องกันน้ำจากด้านผิวหน้า แต่ถ้าชั้นผิวเสียหาย น้ำอาจซึมเข้าได้ ส่วน Sika WT-200 P ถูกผสมเข้าไปในคอนกรีต จึงช่วยให้เนื้อคอนกรีตมีคุณสมบัติต้านน้ำจากภายใน

ข้อดีคือเหมาะกับโครงสร้างที่ต้องการความทนทานระยะยาว เช่น

  • โครงสร้างใต้ดิน
  • บ่อเก็บน้ำ
  • ถังน้ำ
  • พื้นและผนังที่เข้าถึงเพื่อซ่อมยาก
  • งานที่ต้องการลดความเสี่ยงรั่วซึมตั้งแต่ขั้นตอนเทคอนกรีต
  1. ลดการดูดซึมน้ำและความชื้น

เมื่อคอนกรีตมีรูพรุนลดลง น้ำและความชื้นจะซึมเข้าสู่เนื้อคอนกรีตได้ยากขึ้น ซึ่งช่วยลดปัญหาหลายอย่าง เช่น

  • คราบน้ำซึมบนผิวคอนกรีต
  • ความชื้นสะสมในผนัง
  • สีพอง สีลอก จากความชื้น
  • เชื้อราและคราบตะไคร่
  • การเสื่อมสภาพจากน้ำใต้ดิน
  • ความเสี่ยงเหล็กเสริมเป็นสนิมจากความชื้น
  1. เหมาะกับโครงสร้างที่ต้องรับแรงดันน้ำ

งานใต้ดินและงานกักเก็บน้ำมักต้องเจอแรงดันน้ำจากภายนอกหรือภายใน เช่น ผนังชั้นใต้ดินที่โดนน้ำใต้ดินดัน หรือถังเก็บน้ำที่มีน้ำดันจากด้านใน การใช้คอนกรีตกันซึมตั้งแต่แรกช่วยให้โครงสร้างมีความทึบน้ำดีขึ้น และช่วยลดภาระของระบบกันซึมภายนอก

Sika WT-200 P เหมาะกับงานแบบไหน?

งานชั้นใต้ดินและฐานราก

ชั้นใต้ดินเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำซึมสูง เพราะต้องสัมผัสกับดินและน้ำใต้ดินตลอดเวลา การใช้ Sika WT-200 P ช่วยให้คอนกรีตมีความทึบน้ำมากขึ้น ลดโอกาสน้ำซึมผ่านผนังและพื้นใต้ดิน

เหมาะกับงาน เช่น

  • ผนัง basement
  • พื้น basement
  • ฐานราก
  • ผนังกันดิน
  • โครงสร้างใต้ระดับดิน

ถังเก็บน้ำและสระว่ายน้ำ

ถังน้ำและสระว่ายน้ำต้องกักเก็บน้ำตลอดเวลา หากคอนกรีตดูดซึมน้ำหรือมีรูพรุนมาก อาจเกิดน้ำซึมผ่านผนังหรือพื้นได้ การใช้ Sika WT-200 P ช่วยปรับปรุงความทึบน้ำของคอนกรีต และช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึมในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม งานประเภทนี้ควรใช้ร่วมกับการออกแบบโครงสร้างที่ถูกต้อง การควบคุมรอยต่อ การใช้ waterstop และการทดสอบน้ำหลังงานเสร็จ

บ่อบำบัดน้ำเสีย

บ่อบำบัดน้ำเสียต้องเจอน้ำเสีย ความชื้น และสารปนเปื้อนต่อเนื่อง คอนกรีตที่มีความทึบน้ำจะช่วยลดการซึมผ่านของน้ำเสียและช่วยปกป้องโครงสร้างได้ดีขึ้น

ในบางกรณี หากมีสารเคมีรุนแรงหรือสภาพแวดล้อมกัดกร่อนสูง อาจต้องใช้ระบบเคลือบป้องกันผิวเพิ่มเติมร่วมด้วย

อุโมงค์และโครงสร้างใต้ดิน

อุโมงค์หรือโครงสร้างใต้ดินต้องเจอความชื้นและแรงดันน้ำอย่างต่อเนื่อง Sika WT-200 P เหมาะกับงานที่ต้องการเพิ่มคุณสมบัติกันซึมให้คอนกรีตตั้งแต่ขั้นตอนการเท เพื่อช่วยลดความเสี่ยงน้ำซึมผ่านเนื้อคอนกรีต

Sika WT-200 P ต่างจากกันซึมแบบทาอย่างไร?

หัวข้อSika WT-200 Pกันซึมแบบทา
รูปแบบใช้งานผสมในคอนกรีตทาหรือเคลือบบนผิวคอนกรีต
จุดป้องกันภายในเนื้อคอนกรีตผิวด้านนอกของคอนกรีต
เหมาะกับงานเทคอนกรีตใหม่ งานโครงสร้างกันซึมงานดาดฟ้า ห้องน้ำ ผนัง หรือซ่อมผิว
ความเสี่ยงจากผิวเสียหายต่ำกว่า เพราะอยู่ในเนื้อคอนกรีตถ้าผิวเสียหาย อาจรั่วได้
การซ่อมภายหลังต้องวางแผนตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีตทำหลังคอนกรีตแข็งตัวได้
งานที่เหมาะชั้นใต้ดิน ถังน้ำ ฐานราก บ่อบำบัดดาดฟ้า ห้องน้ำ ระเบียง หลังคา

สรุปคือ Sika WT-200 P เหมาะกับการทำคอนกรีตกันซึมตั้งแต่ต้น ส่วนกันซึมแบบทาเหมาะกับการป้องกันหรือซ่อมบริเวณผิวคอนกรีต ทั้งสองระบบสามารถใช้ร่วมกันได้ในงานที่ต้องการความมั่นใจสูง

ใช้ Sika WT-200 P อย่างไรให้ได้ผลดี?

  1. ต้องออกแบบคอนกรีตให้เหมาะสม

Sika WT-200 P เป็นสารผสมเพิ่มที่ช่วยลดการซึมผ่านของน้ำ แต่คอนกรีตต้องได้รับการออกแบบ mix design ให้เหมาะสมด้วย เช่น อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ คุณภาพวัสดุผสม การเท การจี้เขย่า และการบ่มคอนกรีต

หากคอนกรีตมีโพรง อากาศเยอะ หรือเทไม่แน่น ต่อให้ใส่สารกันซึมก็ยังมีโอกาสเกิดน้ำซึมได้

  1. ต้องควบคุมรอยต่อคอนกรีต

จุดที่น้ำรั่วบ่อยที่สุดในโครงสร้างคอนกรีตไม่ใช่กลางผนังเสมอไป แต่เป็นรอยต่อ เช่น construction joint, expansion joint, รอบท่อ และ joint ระหว่างพื้นกับผนัง

ดังนั้นควรใช้ร่วมกับระบบรอยต่อ เช่น

  • Waterstop
  • Waterbar
  • Swellable waterstop
  • Joint sealant
  • Injection hose ในบางระบบ
  • การเก็บรอบท่อทะลุผนังอย่างถูกวิธี
  1. ต้องผสมให้กระจายตัวดี

Sika WT-200 P ต้องถูกผสมให้กระจายตัวสม่ำเสมอในคอนกรีต เพื่อให้สารออกฤทธิ์ทำงานได้ทั่วเนื้อคอนกรีต การผสมผิดวิธีหรือผสมไม่ทั่วอาจทำให้คุณสมบัติกันซึมไม่สม่ำเสมอ

  1. ต้องเทและจี้คอนกรีตให้แน่น

คอนกรีตที่มีโพรง รังผึ้ง หรือ honeycomb เป็นจุดอ่อนของงานกันซึม เพราะน้ำสามารถซึมผ่านช่องว่างเหล่านี้ได้ง่าย ต้องเทคอนกรีตให้ถูกวิธี จี้เขย่าให้แน่น และหลีกเลี่ยงการแยกตัวของคอนกรีต

  1. ต้องบ่มคอนกรีตให้ดี

การบ่มคอนกรีตมีผลต่อกำลังและความทึบน้ำ หากคอนกรีตแห้งเร็วเกินไป อาจเกิดรอยแตกร้าวจากการหดตัว และทำให้การกันซึมลดลง ควรบ่มคอนกรีตตามมาตรฐานงานโครงสร้าง

ข้อควรระวังในการใช้ Sika WT-200 P

  • ไม่ใช่วัสดุอุดรอยร้าวใหญ่
  • ไม่ได้ทดแทน waterstop ที่รอยต่อคอนกรีต
  • ไม่ควรใช้แทนการออกแบบคอนกรีตที่ถูกต้อง
  • ไม่แก้ปัญหา honeycomb หรือคอนกรีตเทไม่แน่น
  • ต้องควบคุมการผสมและการเทให้ดี
  • งานถังน้ำหรือ basement ยังควรทดสอบน้ำหลังทำงาน
  • หากมีสารเคมีรุนแรง อาจต้องมีระบบเคลือบป้องกันเพิ่ม
  • ต้องประเมินโครงสร้างและแรงดันน้ำตามสภาพหน้างานจริง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้คอนกรีตกันซึมยังรั่ว

แม้จะใช้ Sika WT-200 P แล้ว หากงานก่อสร้างควบคุมไม่ดี ก็ยังอาจเกิดน้ำรั่วซึมได้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่

  • คอนกรีตมีรังผึ้งหรือโพรง
  • จี้คอนกรีตไม่แน่น
  • รอยต่อคอนกรีตไม่มี waterstop
  • รอบท่อไม่ได้เก็บรายละเอียด
  • เกิดรอยร้าวจากการหดตัว
  • บ่มคอนกรีตไม่ดี
  • ผสมสารกันซึมไม่ทั่ว
  • ใช้คอนกรีต mix design ไม่เหมาะสม
  • ไม่ทดสอบน้ำก่อนส่งมอบงาน
  • เข้าใจผิดว่าสารผสมกันซึมจะแก้ได้ทุกปัญหา

Sika WT-200 P เหมาะกับใคร?

Sika WT-200 P เหมาะกับเจ้าของโครงการ วิศวกร ผู้รับเหมา โรงงานผลิตคอนกรีต และทีมงานก่อสร้างที่ต้องการคอนกรีตกันซึมคุณภาพสูงตั้งแต่ขั้นตอนเทคอนกรีต

เหมาะกับงาน เช่น

  • โครงการอาคารสูง
  • บ้านที่มีชั้นใต้ดิน
  • โรงงานอุตสาหกรรม
  • ถังเก็บน้ำ
  • สระว่ายน้ำ
  • บ่อบำบัดน้ำเสีย
  • อุโมงค์
  • ผนังคอนกรีตกันดิน
  • ฐานรากและโครงสร้างใต้ดิน
  • งานคอนกรีตที่ต้องลดการซึมผ่านของน้ำ

สรุป: Sika WT-200 P ช่วยให้คอนกรีตกันซึมจากภายใน ลดการซึมผ่านของน้ำได้ดียิ่งขึ้น

Sika WT-200 P เป็นน้ำยาผสมคอนกรีตกันซึมแบบผลึกที่ช่วยลดการซึมผ่านของน้ำในเนื้อคอนกรีต และช่วยเพิ่มคุณสมบัติ self-healing ของคอนกรีต เหมาะกับงานที่ต้องการคอนกรีตทึบน้ำ เช่น ชั้นใต้ดิน ฐานราก ถังเก็บน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อบำบัดน้ำเสีย และโครงสร้างใต้ดิน

จุดเด่นคือทำงานภายในเนื้อคอนกรีต โดยเกิดสารหรือผลึกที่ไม่ละลายน้ำเข้าไปอุดรูพรุนและเส้นเลือดฝอย ทำให้น้ำผ่านได้ยากขึ้น ช่วยลดความชื้นสะสม ลดโอกาสน้ำซึม และช่วยยืดอายุโครงสร้างในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การใช้ Sika WT-200 P ให้ได้ผลดีต้องทำร่วมกับคอนกรีตคุณภาพดี การออกแบบ mix design ที่เหมาะสม การเทและจี้คอนกรีตอย่างถูกต้อง การบ่มที่ดี และการเก็บรอยต่อด้วย waterstop หรือระบบรอยต่อที่เหมาะสม หากทำครบตามระบบ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกันซึมของคอนกรีตและลดปัญหาน้ำรั่วซึมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!