Sikagard 62 (ซิก้าการ์ด-62) น้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบผิวกันสารเคมี สำหรับคอนกรีต ถังเก็บสารเคมี และงานอุตสาหกรรม
ในโรงงานอุตสาหกรรม พื้นผิวคอนกรีตไม่ได้เจอแค่ฝุ่นหรือการใช้งานทั่วไป แต่หลายพื้นที่ต้องเจอกับสารเคมี น้ำมัน น้ำเสีย ความชื้น การขัดล้าง และของเหลวที่อาจซึมเข้าไปทำลายเนื้อคอนกรีตได้ ถ้าปล่อยให้คอนกรีตสัมผัสสารเหล่านี้โดยตรงเป็นเวลานาน อาจเกิดปัญหาผิวคอนกรีตเสื่อม เป็นฝุ่น กะเทาะ เกิดคราบฝังลึก หรือในบางกรณีอาจกระทบถึงโครงสร้างและเหล็กเสริมด้านใน
Sikagard 62 หรือ ซิก้าการ์ด-62 เป็นน้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบผิวกันสารเคมีจาก Sika ที่ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นชั้นเคลือบป้องกันพื้นผิว เช่น คอนกรีต ปูนฉาบ อีพ็อกซี่ซีเมนต์ อีพ็อกซี่เรซิน และเหล็ก เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานต่อสารเคมีและของเหลวในพื้นที่อุตสาหกรรม
ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุว่า Sikagard®-62 เป็นอีพ็อกซี่เรซินเคลือบป้องกันชนิด 2 ส่วนประกอบ แบบ 100% solids มีสีในตัว เป็นระบบ high build ทนสารเคมีและแรงทางกลได้ดี ไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่าน และใช้งานง่ายเมื่อผสมและติดตั้งตามระบบที่กำหนด
Sikagard 62 คืออะไร?
Sikagard 62 คือวัสดุเคลือบผิวป้องกันชนิดอีพ็อกซี่ 2 ส่วนประกอบ ใช้สำหรับสร้างชั้นฟิล์มเคลือบผิวที่แข็งแรงและทนทานบนพื้นผิวคอนกรีตหรือวัสดุก่อสร้างบางประเภท จุดเด่นคือช่วยลดการซึมผ่านของของเหลว และช่วยปกป้องพื้นผิวจากสารเคมีในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม
คำว่า “2 ส่วนประกอบ” หมายถึงวัสดุจะแยกเป็น Part A และ Part B ต้องผสมตามอัตราส่วนที่ผู้ผลิตกำหนดก่อนใช้งาน เมื่อผสมแล้ววัสดุจะเริ่มทำปฏิกิริยาและมีระยะเวลาทำงานจำกัด จึงควรให้ช่างหรือทีมงานที่มีประสบการณ์เป็นผู้ติดตั้ง
โดยสรุป Sikagard 62 เหมาะกับงานที่ต้องการ:
- เคลือบป้องกันสารเคมีบนคอนกรีต
- เคลือบผิวถังเก็บสารเคมี
- เคลือบภายในไซโล
- เคลือบป้องกันการกัดกร่อนบนผิวเหล็กบางประเภท
- ป้องกันของเหลวซึมเข้าสู่พื้นผิว
- ใช้ในโรงงานเคมี โรงงานอาหาร เครื่องดื่ม ยา และระบบบำบัดน้ำเสีย
- เพิ่มความทนทานให้พื้นผิวในงานอุตสาหกรรม
Sika Thailand ระบุการใช้งานของ Sikagard®-62 ว่าเป็นชั้นเคลือบทนสารเคมีสำหรับคอนกรีต หิน ปูนฉาบ อีพ็อกซี่ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์อีพ็อกซี่เรซิน และเหล็ก รวมถึงใช้เป็น lining ในถังเก็บและไซโลได้

Sikagard 62 ทำไมคอนกรีตในโรงงานต้องเคลือบป้องกันสารเคมี?
หลายคนคิดว่าคอนกรีตแข็งแรงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเคลือบอะไรเพิ่ม แต่ในความจริงคอนกรีตมีรูพรุนและสามารถดูดซึมน้ำหรือสารเคมีได้ หากสารเคมีซึมเข้าไปในเนื้อคอนกรีต อาจเกิดความเสียหายที่มองไม่เห็นในช่วงแรก แต่สะสมจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้
ปัญหาที่มักเกิดกับคอนกรีตในพื้นที่อุตสาหกรรม ได้แก่
- ผิวคอนกรีตเป็นฝุ่นและหลุดร่อน
- พื้นหรือผนังเกิดคราบสารเคมีฝังลึก
- ของเหลวซึมเข้าเนื้อคอนกรีต
- ผิวคอนกรีตกะเทาะหรือเสื่อมเร็ว
- ทำความสะอาดยาก
- เกิดกลิ่นหรือคราบสะสมในพื้นที่ผลิต
- เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิมจากความชื้นหรือสารกัดกร่อน
- ต้องหยุดพื้นที่เพื่อซ่อมบำรุงบ่อย
การเคลือบด้วย Sikagard 62 ช่วยสร้างชั้นป้องกันระหว่างพื้นผิวคอนกรีตกับสารเคมี ลดโอกาสที่ของเหลวจะซึมเข้าไปในเนื้อคอนกรีต และช่วยให้ดูแลพื้นผิวได้ง่ายขึ้น

จุดเด่นของ Sikagard 62 สำหรับงานอุตสาหกรรม
- เป็นอีพ็อกซี่เคลือบผิวแบบ High Build
Sikagard 62 เป็นวัสดุเคลือบผิวแบบ High Build หมายถึงสามารถสร้างชั้นฟิล์มเคลือบที่มีความหนาและแข็งแรงกว่าสีทาทั่วไป เหมาะกับงานที่ต้องการการปกป้องพื้นผิวมากกว่างานตกแต่งธรรมดา
จุดนี้สำคัญมากในงานโรงงาน เพราะพื้นที่อุตสาหกรรมมักต้องเจอแรงใช้งานและสารเคมีมากกว่าพื้นที่อาคารทั่วไป
- ทนสารเคมีได้ดี
จุดเด่นหลักของ Sikagard 62 คือใช้เป็นชั้นเคลือบทนสารเคมี เหมาะกับพื้นที่ที่มีโอกาสสัมผัสสารเคมี น้ำเสีย น้ำมัน หรือของเหลวจากกระบวนการผลิต
พื้นที่ที่เหมาะ เช่น
- ห้องเก็บสารเคมี
- พื้นที่ผสมสารเคมี
- พื้นที่วางถังสารเคมี
- โรงงานเคมี
- โรงงานยา
- โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
- พื้นที่บำบัดน้ำเสีย
- พื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องการป้องกันการกัดกร่อน
Sika ระบุว่า Sikagard®-62 มีความทนทานต่อสารเคมีและแรงทางกลที่ดี เหมาะกับงาน protective coating ในพื้นที่อุตสาหกรรมหลายประเภท
- ไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่าน
คอนกรีตที่ไม่ได้เคลือบมักดูดซึมของเหลวได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณที่มีรอยพรุนหรือผิวคอนกรีตเปิด หากของเหลวซึมเข้าไปแล้ว การทำความสะอาดให้หมดจริง ๆ ทำได้ยากมาก
Sikagard 62 มีคุณสมบัติ impervious to liquids หรือไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่านเมื่อใช้งานถูกระบบ จึงเหมาะกับงานที่ต้องการป้องกันไม่ให้สารเคมีหรือน้ำซึมเข้าสู่พื้นผิว
- ปราศจากสารทำละลาย
Sikagard 62 เป็นระบบ solvent free หรือปราศจากสารทำละลาย ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับงานอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการลดกลิ่นรบกวนและลดปัญหาจากสารระเหยบางชนิดในระหว่างติดตั้ง
- ใช้ได้กับหลายพื้นผิว
นอกจากคอนกรีตแล้ว Sikagard 62 ยังใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภทตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เช่น
- คอนกรีต
- หิน
- ปูนฉาบ
- ซีเมนต์มอร์ตาร์
- อีพ็อกซี่ซีเมนต์
- ผลิตภัณฑ์อีพ็อกซี่เรซิน
- เหล็ก
การใช้งานบนแต่ละพื้นผิวต้องเตรียมผิวให้เหมาะสม เช่น คอนกรีตต้องสะอาด แข็งแรง และเปิดผิวให้เหมาะ ส่วนเหล็กต้องกำจัดสนิมและเตรียมผิวตามมาตรฐานก่อนเคลือบ
Sikagard 62 เหมาะกับงานแบบไหน?
งานเคลือบคอนกรีตในโรงงาน
Sikagard 62 เหมาะกับการเคลือบผิวคอนกรีตในพื้นที่ที่ต้องการป้องกันสารเคมีหรือของเหลว เช่น พื้น ผนัง หรือขอบ containment area ที่ต้องลดการซึมของสารเคมีเข้าสู่คอนกรีต
เหมาะกับพื้นที่ เช่น
- ห้องเก็บสารเคมี
- ห้องผลิต
- พื้นที่ล้างอุปกรณ์
- พื้นที่ใกล้ถังสารเคมี
- พื้นที่บำบัดน้ำเสีย
- พื้นหรือผนังที่ต้องการชั้นเคลือบป้องกัน
ถังเก็บสารเคมีและไซโล
Sikagard 62 สามารถใช้เป็น lining ในถังเก็บและไซโลได้ตามข้อมูลของ Sika เหมาะกับงานที่ต้องการป้องกันพื้นผิวภายในจากการสัมผัสกับสารเคมีหรือของเหลวโดยตรง
อย่างไรก็ตาม งานถังเก็บสารเคมีต้องตรวจชนิดสารเคมี ความเข้มข้น อุณหภูมิ และระยะเวลาสัมผัสก่อนเสมอ เพราะสารแต่ละชนิดส่งผลต่อวัสดุเคลือบไม่เหมือนกัน
งานป้องกันการกัดกร่อนบนเหล็ก
Sikagard 62 สามารถใช้เป็นชั้นเคลือบป้องกันการกัดกร่อนบนผิวเหล็กในบางงาน เช่น โรงงานอาหาร บ่อบำบัดน้ำเสีย ฟาร์ม โรงงานเคมี โรงงานยา และอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika
แต่การเคลือบเหล็กต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมผิวมากเป็นพิเศษ เช่น การกำจัดสนิม คราบน้ำมัน และสิ่งปนเปื้อน หากเตรียมผิวไม่ดี ฟิล์มเคลือบอาจล่อนหรือเกิดสนิมใต้ชั้นเคลือบได้
โรงงานอาหาร เครื่องดื่ม และยา
พื้นที่ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และยา ต้องการพื้นผิวที่ทำความสะอาดง่าย ลดการซึมของของเหลว และทนต่อสารทำความสะอาดบางประเภท Sikagard 62 จึงเหมาะกับบางพื้นที่ที่ต้องการเคลือบป้องกันผิวจากสารเคมีและความชื้น
อย่างไรก็ตาม หากเป็นพื้นใช้งานหนักที่มีรถเข็น รถโฟล์คลิฟท์ น้ำร้อน ไอน้ำ หรือการล้างพื้นบ่อยมาก อาจต้องพิจารณาระบบพื้นอุตสาหกรรมอย่าง Sikafloor หรือระบบ PU Cement ร่วมด้วย เพราะ Sikagard 62 เน้นงานเคลือบป้องกันพื้นผิว ไม่ใช่ระบบพื้นใช้งานหนักทุกประเภท
Sikagard 62 ต่างจากสีทาพื้นทั่วไปอย่างไร?
| หัวข้อ | Sikagard 62 | สีทาพื้นทั่วไป |
| ประเภทวัสดุ | อีพ็อกซี่เคลือบผิว 2 ส่วนประกอบ | สีหรือเคลือบผิวทั่วไป |
| จุดเด่น | ทนสารเคมีและของเหลวซึมผ่าน | เน้นความสวยงามหรือป้องกันเบื้องต้น |
| ความหนาฟิล์ม | High build | มักบางกว่า |
| พื้นที่ใช้งาน | โรงงาน ถังเก็บ ไซโล พื้นที่สารเคมี | อาคารทั่วไปหรือพื้นที่ใช้งานเบา |
| การติดตั้ง | ต้องผสม Part A+B และควบคุมเวลาใช้งาน | ใช้งานง่ายกว่า |
| ความเหมาะกับสารเคมี | เหมาะกว่าเมื่อเลือกตรงสาร | จำกัดกว่า |
| การเตรียมผิว | ต้องละเอียดและจริงจัง | แล้วแต่ระบบ |
สรุปคือ Sikagard 62 เหมาะกับงานที่ต้องการ “ปกป้องพื้นผิว” มากกว่างานทาสีเพื่อความสวยงามทั่วไป
ก่อนใช้ Sikagard 62 ต้องเตรียมพื้นผิวอย่างไร?
งานเคลือบอีพ็อกซี่จะติดทนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นผิวมากพอ ๆ กับตัววัสดุ หากพื้นผิวมีฝุ่น คราบน้ำมัน ความชื้น หรือผิวคอนกรีตไม่แข็งแรง ชั้นเคลือบมีโอกาสล่อนหรือพองได้
- พื้นผิวต้องแข็งแรง
คอนกรีตหรือปูนฉาบต้องแข็งแรง ไม่ร่วน ไม่หลุดล่อน และไม่มีผิวปูนอ่อน หากมีส่วนที่เปราะหรือไม่แข็งแรง ต้องขัดหรือสกัดออกก่อน
- ต้องทำความสะอาดคราบปนเปื้อน
พื้นผิวต้องไม่มี:
- ฝุ่น
- คราบน้ำมัน
- จาระบี
- สารเคมีตกค้าง
- สีเก่าที่ลอก
- น้ำยาบ่มคอนกรีต
- น้ำยาทาแบบ
- เศษปูนหรือวัสดุหลุดร่อน
- ต้องเปิดผิวคอนกรีต
พื้นผิวคอนกรีตควรถูกขัด เจียร หรือเตรียมผิวด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้ชั้นเคลือบยึดเกาะได้ดี ไม่ควรทาทับผิวมันหรือผิวที่มี laitance
- ต้องซ่อมรูพรุนและรอยเสียหายก่อน
ถ้าพื้นมีรูพรุน หลุม รอยแตก หรือผิวไม่เรียบ ควรซ่อมและปรับพื้นผิวก่อน ไม่ควรเคลือบทับปัญหาเดิม เพราะอาจทำให้ชั้นเคลือบไม่สม่ำเสมอหรือเกิดจุดอ่อน
- พื้นผิวต้องแห้งและเหมาะกับระบบ
อีพ็อกซี่เคลือบผิวต้องการพื้นผิวที่แห้งและไม่มีความชื้นดันจากด้านหลัง หากมีความชื้นสูงหรือมีน้ำซึม ควรแก้ปัญหาความชื้นก่อนเลือกใช้ระบบเคลือบ
วิธีใช้งาน Sikagard 62 โดยสรุป
การใช้งานจริงควรยึดตามเอกสารผลิตภัณฑ์และคำแนะนำของ Sika แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้
- ตรวจสภาพพื้นผิว
- ขัดหรือเปิดผิวให้เหมาะสม
- ทำความสะอาดฝุ่นและคราบปนเปื้อน
- ซ่อมรูพรุน รอยแตก และจุดเสียหาย
- ตรวจความแห้งของพื้นผิว
- ผสม Part A และ Part B ตามอัตราส่วน
- คนให้เข้ากันจนเนื้อวัสดุสม่ำเสมอ
- ทาหรือกลิ้งเคลือบตามความหนาที่กำหนด
- รอระยะเวลาเคลือบทับตามระบบ
- ปล่อยให้บ่มตัวก่อนเปิดใช้งานจริง
เนื่องจากวัสดุเป็นอีพ็อกซี่ 2 ส่วนประกอบ หลังผสมแล้วจะมีเวลาทำงานจำกัด จึงไม่ควรผสมครั้งละมากเกินกว่าที่ทีมงานสามารถใช้งานได้ทัน
ข้อควรระวังก่อนเลือก Sikagard 62
ต้องรู้ว่าสัมผัสสารเคมีชนิดใด
คำว่า “ทนสารเคมี” ไม่ได้แปลว่าทนทุกสาร ทุกความเข้มข้น และทุกอุณหภูมิ ก่อนเลือกใช้งานควรรู้ข้อมูลเหล่านี้:
- ชื่อสารเคมี
- ความเข้มข้น
- อุณหภูมิขณะสัมผัส
- ระยะเวลาที่สัมผัส
- ความถี่ในการหกหรือรั่ว
- วิธีล้างทำความสะอาด
- พื้นที่สัมผัสเป็นพื้น ผนัง หรือถังเก็บ
ถ้าเป็นงานสำคัญ เช่น ถังเก็บสารเคมี หรือ containment area ควรตรวจตารางทนสารเคมีและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน
ไม่ใช่ระบบพื้นใช้งานหนักทุกประเภท
แม้ Sikagard 62 จะทนสารเคมีและแรงทางกลได้ดี แต่ถ้าพื้นที่มีรถโฟล์คลิฟท์วิ่งหนัก พื้นเปียกตลอดเวลา หรือมีการขัดถูสูงมาก อาจต้องใช้ระบบพื้นอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น Sikafloor หรือ PU Cement แทน หรือใช้ร่วมกับระบบที่เหมาะกว่า
ต้องควบคุมการผสมให้ถูกต้อง
วัสดุอีพ็อกซี่ 2 ส่วนประกอบต้องผสมให้ถูกอัตราส่วน หากผสมผิดหรือคนไม่เข้ากัน อาจทำให้วัสดุบ่มตัวไม่สมบูรณ์ ผิวเหนียว หรือความทนทานลดลง
ต้องรอให้บ่มตัวก่อนใช้งาน
หลังเคลือบเสร็จต้องรอให้วัสดุบ่มตัวตามกำหนด ไม่ควรรีบใช้งานหรือให้สัมผัสสารเคมีเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้ฟิล์มเคลือบเสียหายก่อนแข็งแรงเต็มที่
ข้อผิดพลาดที่ทำให้งาน Sikagard 62 เสียเร็ว
- ไม่ตรวจชนิดสารเคมีก่อนเลือกใช้
- ทาทับคอนกรีตที่มีฝุ่นหรือผิวร่วน
- ไม่กำจัดคราบน้ำมันและจาระบี
- ไม่เปิดผิวคอนกรีตก่อนเคลือบ
- พื้นผิวมีความชื้นสูงหรือมีน้ำซึม
- ไม่ซ่อมรูพรุนและรอยแตกร้าวก่อน
- ผสม Part A และ Part B ไม่สม่ำเสมอ
- ใช้วัสดุหลังหมด pot life
- ทาบางเกินสเปก
- เปิดใช้งานก่อนวัสดุบ่มตัวเต็มที่
ข้อผิดพลาดเหล่านี้มักทำให้ชั้นเคลือบล่อน พอง เหนียว ไม่แข็งตัว หรือไม่ทนสารเคมีตามที่ควรจะเป็น
Sikagard 62 เหมาะกับใคร?
Sikagard 62 เหมาะกับเจ้าของโรงงาน วิศวกร ผู้รับเหมา และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องการเคลือบป้องกันพื้นผิวคอนกรีตหรือเหล็กจากสารเคมีและของเหลว
เหมาะกับงาน เช่น
- โรงงานเคมี
- โรงงานเภสัชกรรม
- โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
- ถังเก็บสารเคมี
- ไซโล
- พื้นที่เก็บสารเคมี
- พื้นที่บำบัดน้ำเสีย
- พื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องป้องกันการกัดกร่อน
- งานเคลือบผิวคอนกรีตที่ต้องการความทนสารเคมี
- งานป้องกันของเหลวซึมผ่านพื้นผิว
สรุป: Sikagard 62 เหมาะกับงานเคลือบผิวกันสารเคมีที่ต้องการความทนทานจริงจัง
Sikagard 62 (ซิก้าการ์ด-62) เป็นน้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบผิวกันสารเคมีแบบ 2 ส่วนประกอบ เหมาะกับงานคอนกรีต ถังเก็บสารเคมี ไซโล พื้นผิวเหล็ก และพื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องการชั้นเคลือบป้องกันของเหลวและสารเคมี
จุดเด่นคือเป็นระบบ high build, solvent free, ทนสารเคมีและแรงทางกลได้ดี, ไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่าน และใช้งานได้กับพื้นผิวหลายประเภทเมื่อเตรียมผิวอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม งานจะทนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเลือกให้เหมาะกับสารเคมีจริง การเตรียมพื้นผิว การผสม Part A และ Part B ให้ถูกต้อง การเคลือบตามความหนาที่กำหนด และการรอให้วัสดุบ่มตัวก่อนใช้งาน หากทำครบตามระบบ Sikagard 62 จะช่วยปกป้องพื้นผิวคอนกรีต ลดการซึมของสารเคมี และยืดอายุการใช้งานของพื้นที่อุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!




