Sikagard 62 น้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบผิวกันสารเคมี สำหรับคอนกรีต ถังเก็บสารเคมี และงานอุตสาหกรรม

พ.ค. 27, 2026 by admin Blog 0 comment

Sikagard 62 (ซิก้าการ์ด-62) น้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบผิวกันสารเคมี สำหรับคอนกรีต ถังเก็บสารเคมี และงานอุตสาหกรรม

ในโรงงานอุตสาหกรรม พื้นผิวคอนกรีตไม่ได้เจอแค่ฝุ่นหรือการใช้งานทั่วไป แต่หลายพื้นที่ต้องเจอกับสารเคมี น้ำมัน น้ำเสีย ความชื้น การขัดล้าง และของเหลวที่อาจซึมเข้าไปทำลายเนื้อคอนกรีตได้ ถ้าปล่อยให้คอนกรีตสัมผัสสารเหล่านี้โดยตรงเป็นเวลานาน อาจเกิดปัญหาผิวคอนกรีตเสื่อม เป็นฝุ่น กะเทาะ เกิดคราบฝังลึก หรือในบางกรณีอาจกระทบถึงโครงสร้างและเหล็กเสริมด้านใน

Sikagard 62 หรือ ซิก้าการ์ด-62 เป็นน้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบผิวกันสารเคมีจาก Sika ที่ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นชั้นเคลือบป้องกันพื้นผิว เช่น คอนกรีต ปูนฉาบ อีพ็อกซี่ซีเมนต์ อีพ็อกซี่เรซิน และเหล็ก เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานต่อสารเคมีและของเหลวในพื้นที่อุตสาหกรรม

ข้อมูลจาก Sika Thailand ระบุว่า Sikagard®-62 เป็นอีพ็อกซี่เรซินเคลือบป้องกันชนิด 2 ส่วนประกอบ แบบ 100% solids มีสีในตัว เป็นระบบ high build ทนสารเคมีและแรงทางกลได้ดี ไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่าน และใช้งานง่ายเมื่อผสมและติดตั้งตามระบบที่กำหนด

Sikagard 62 คืออะไร?

Sikagard 62 คือวัสดุเคลือบผิวป้องกันชนิดอีพ็อกซี่ 2 ส่วนประกอบ ใช้สำหรับสร้างชั้นฟิล์มเคลือบผิวที่แข็งแรงและทนทานบนพื้นผิวคอนกรีตหรือวัสดุก่อสร้างบางประเภท จุดเด่นคือช่วยลดการซึมผ่านของของเหลว และช่วยปกป้องพื้นผิวจากสารเคมีในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม

คำว่า “2 ส่วนประกอบ” หมายถึงวัสดุจะแยกเป็น Part A และ Part B ต้องผสมตามอัตราส่วนที่ผู้ผลิตกำหนดก่อนใช้งาน เมื่อผสมแล้ววัสดุจะเริ่มทำปฏิกิริยาและมีระยะเวลาทำงานจำกัด จึงควรให้ช่างหรือทีมงานที่มีประสบการณ์เป็นผู้ติดตั้ง

โดยสรุป Sikagard 62 เหมาะกับงานที่ต้องการ:

  • เคลือบป้องกันสารเคมีบนคอนกรีต
  • เคลือบผิวถังเก็บสารเคมี
  • เคลือบภายในไซโล
  • เคลือบป้องกันการกัดกร่อนบนผิวเหล็กบางประเภท
  • ป้องกันของเหลวซึมเข้าสู่พื้นผิว
  • ใช้ในโรงงานเคมี โรงงานอาหาร เครื่องดื่ม ยา และระบบบำบัดน้ำเสีย
  • เพิ่มความทนทานให้พื้นผิวในงานอุตสาหกรรม

Sika Thailand ระบุการใช้งานของ Sikagard®-62 ว่าเป็นชั้นเคลือบทนสารเคมีสำหรับคอนกรีต หิน ปูนฉาบ อีพ็อกซี่ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์อีพ็อกซี่เรซิน และเหล็ก รวมถึงใช้เป็น lining ในถังเก็บและไซโลได้

Sikagard 62 คืออะไร?
Sikagard 62 คืออะไร?

Sikagard 62 ทำไมคอนกรีตในโรงงานต้องเคลือบป้องกันสารเคมี?

หลายคนคิดว่าคอนกรีตแข็งแรงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเคลือบอะไรเพิ่ม แต่ในความจริงคอนกรีตมีรูพรุนและสามารถดูดซึมน้ำหรือสารเคมีได้ หากสารเคมีซึมเข้าไปในเนื้อคอนกรีต อาจเกิดความเสียหายที่มองไม่เห็นในช่วงแรก แต่สะสมจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้

ปัญหาที่มักเกิดกับคอนกรีตในพื้นที่อุตสาหกรรม ได้แก่

  • ผิวคอนกรีตเป็นฝุ่นและหลุดร่อน
  • พื้นหรือผนังเกิดคราบสารเคมีฝังลึก
  • ของเหลวซึมเข้าเนื้อคอนกรีต
  • ผิวคอนกรีตกะเทาะหรือเสื่อมเร็ว
  • ทำความสะอาดยาก
  • เกิดกลิ่นหรือคราบสะสมในพื้นที่ผลิต
  • เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิมจากความชื้นหรือสารกัดกร่อน
  • ต้องหยุดพื้นที่เพื่อซ่อมบำรุงบ่อย

การเคลือบด้วย Sikagard 62 ช่วยสร้างชั้นป้องกันระหว่างพื้นผิวคอนกรีตกับสารเคมี ลดโอกาสที่ของเหลวจะซึมเข้าไปในเนื้อคอนกรีต และช่วยให้ดูแลพื้นผิวได้ง่ายขึ้น

Sikagard 62 ทำไมคอนกรีตในโรงงานต้องเคลือบป้องกันสารเคมี?
Sikagard 62 ทำไมคอนกรีตในโรงงานต้องเคลือบป้องกันสารเคมี?

จุดเด่นของ Sikagard 62 สำหรับงานอุตสาหกรรม

  1. เป็นอีพ็อกซี่เคลือบผิวแบบ High Build

Sikagard 62 เป็นวัสดุเคลือบผิวแบบ High Build หมายถึงสามารถสร้างชั้นฟิล์มเคลือบที่มีความหนาและแข็งแรงกว่าสีทาทั่วไป เหมาะกับงานที่ต้องการการปกป้องพื้นผิวมากกว่างานตกแต่งธรรมดา

จุดนี้สำคัญมากในงานโรงงาน เพราะพื้นที่อุตสาหกรรมมักต้องเจอแรงใช้งานและสารเคมีมากกว่าพื้นที่อาคารทั่วไป

  1. ทนสารเคมีได้ดี

จุดเด่นหลักของ Sikagard 62 คือใช้เป็นชั้นเคลือบทนสารเคมี เหมาะกับพื้นที่ที่มีโอกาสสัมผัสสารเคมี น้ำเสีย น้ำมัน หรือของเหลวจากกระบวนการผลิต

พื้นที่ที่เหมาะ เช่น

  • ห้องเก็บสารเคมี
  • พื้นที่ผสมสารเคมี
  • พื้นที่วางถังสารเคมี
  • โรงงานเคมี
  • โรงงานยา
  • โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
  • พื้นที่บำบัดน้ำเสีย
  • พื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องการป้องกันการกัดกร่อน

Sika ระบุว่า Sikagard®-62 มีความทนทานต่อสารเคมีและแรงทางกลที่ดี เหมาะกับงาน protective coating ในพื้นที่อุตสาหกรรมหลายประเภท

  1. ไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่าน

คอนกรีตที่ไม่ได้เคลือบมักดูดซึมของเหลวได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณที่มีรอยพรุนหรือผิวคอนกรีตเปิด หากของเหลวซึมเข้าไปแล้ว การทำความสะอาดให้หมดจริง ๆ ทำได้ยากมาก

Sikagard 62 มีคุณสมบัติ impervious to liquids หรือไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่านเมื่อใช้งานถูกระบบ จึงเหมาะกับงานที่ต้องการป้องกันไม่ให้สารเคมีหรือน้ำซึมเข้าสู่พื้นผิว

  1. ปราศจากสารทำละลาย

Sikagard 62 เป็นระบบ solvent free หรือปราศจากสารทำละลาย ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับงานอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการลดกลิ่นรบกวนและลดปัญหาจากสารระเหยบางชนิดในระหว่างติดตั้ง

  1. ใช้ได้กับหลายพื้นผิว

นอกจากคอนกรีตแล้ว Sikagard 62 ยังใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภทตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เช่น

  • คอนกรีต
  • หิน
  • ปูนฉาบ
  • ซีเมนต์มอร์ตาร์
  • อีพ็อกซี่ซีเมนต์
  • ผลิตภัณฑ์อีพ็อกซี่เรซิน
  • เหล็ก

การใช้งานบนแต่ละพื้นผิวต้องเตรียมผิวให้เหมาะสม เช่น คอนกรีตต้องสะอาด แข็งแรง และเปิดผิวให้เหมาะ ส่วนเหล็กต้องกำจัดสนิมและเตรียมผิวตามมาตรฐานก่อนเคลือบ

Sikagard 62 เหมาะกับงานแบบไหน?

งานเคลือบคอนกรีตในโรงงาน

Sikagard 62 เหมาะกับการเคลือบผิวคอนกรีตในพื้นที่ที่ต้องการป้องกันสารเคมีหรือของเหลว เช่น พื้น ผนัง หรือขอบ containment area ที่ต้องลดการซึมของสารเคมีเข้าสู่คอนกรีต

เหมาะกับพื้นที่ เช่น

  • ห้องเก็บสารเคมี
  • ห้องผลิต
  • พื้นที่ล้างอุปกรณ์
  • พื้นที่ใกล้ถังสารเคมี
  • พื้นที่บำบัดน้ำเสีย
  • พื้นหรือผนังที่ต้องการชั้นเคลือบป้องกัน

ถังเก็บสารเคมีและไซโล

Sikagard 62 สามารถใช้เป็น lining ในถังเก็บและไซโลได้ตามข้อมูลของ Sika เหมาะกับงานที่ต้องการป้องกันพื้นผิวภายในจากการสัมผัสกับสารเคมีหรือของเหลวโดยตรง

อย่างไรก็ตาม งานถังเก็บสารเคมีต้องตรวจชนิดสารเคมี ความเข้มข้น อุณหภูมิ และระยะเวลาสัมผัสก่อนเสมอ เพราะสารแต่ละชนิดส่งผลต่อวัสดุเคลือบไม่เหมือนกัน

งานป้องกันการกัดกร่อนบนเหล็ก

Sikagard 62 สามารถใช้เป็นชั้นเคลือบป้องกันการกัดกร่อนบนผิวเหล็กในบางงาน เช่น โรงงานอาหาร บ่อบำบัดน้ำเสีย ฟาร์ม โรงงานเคมี โรงงานยา และอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Sika

แต่การเคลือบเหล็กต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมผิวมากเป็นพิเศษ เช่น การกำจัดสนิม คราบน้ำมัน และสิ่งปนเปื้อน หากเตรียมผิวไม่ดี ฟิล์มเคลือบอาจล่อนหรือเกิดสนิมใต้ชั้นเคลือบได้

โรงงานอาหาร เครื่องดื่ม และยา

พื้นที่ผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และยา ต้องการพื้นผิวที่ทำความสะอาดง่าย ลดการซึมของของเหลว และทนต่อสารทำความสะอาดบางประเภท Sikagard 62 จึงเหมาะกับบางพื้นที่ที่ต้องการเคลือบป้องกันผิวจากสารเคมีและความชื้น

อย่างไรก็ตาม หากเป็นพื้นใช้งานหนักที่มีรถเข็น รถโฟล์คลิฟท์ น้ำร้อน ไอน้ำ หรือการล้างพื้นบ่อยมาก อาจต้องพิจารณาระบบพื้นอุตสาหกรรมอย่าง Sikafloor หรือระบบ PU Cement ร่วมด้วย เพราะ Sikagard 62 เน้นงานเคลือบป้องกันพื้นผิว ไม่ใช่ระบบพื้นใช้งานหนักทุกประเภท

Sikagard 62 ต่างจากสีทาพื้นทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อSikagard 62สีทาพื้นทั่วไป
ประเภทวัสดุอีพ็อกซี่เคลือบผิว 2 ส่วนประกอบสีหรือเคลือบผิวทั่วไป
จุดเด่นทนสารเคมีและของเหลวซึมผ่านเน้นความสวยงามหรือป้องกันเบื้องต้น
ความหนาฟิล์มHigh buildมักบางกว่า
พื้นที่ใช้งานโรงงาน ถังเก็บ ไซโล พื้นที่สารเคมีอาคารทั่วไปหรือพื้นที่ใช้งานเบา
การติดตั้งต้องผสม Part A+B และควบคุมเวลาใช้งานใช้งานง่ายกว่า
ความเหมาะกับสารเคมีเหมาะกว่าเมื่อเลือกตรงสารจำกัดกว่า
การเตรียมผิวต้องละเอียดและจริงจังแล้วแต่ระบบ

สรุปคือ Sikagard 62 เหมาะกับงานที่ต้องการ “ปกป้องพื้นผิว” มากกว่างานทาสีเพื่อความสวยงามทั่วไป

ก่อนใช้ Sikagard 62 ต้องเตรียมพื้นผิวอย่างไร?

งานเคลือบอีพ็อกซี่จะติดทนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นผิวมากพอ ๆ กับตัววัสดุ หากพื้นผิวมีฝุ่น คราบน้ำมัน ความชื้น หรือผิวคอนกรีตไม่แข็งแรง ชั้นเคลือบมีโอกาสล่อนหรือพองได้

  1. พื้นผิวต้องแข็งแรง

คอนกรีตหรือปูนฉาบต้องแข็งแรง ไม่ร่วน ไม่หลุดล่อน และไม่มีผิวปูนอ่อน หากมีส่วนที่เปราะหรือไม่แข็งแรง ต้องขัดหรือสกัดออกก่อน

  1. ต้องทำความสะอาดคราบปนเปื้อน

พื้นผิวต้องไม่มี:

  • ฝุ่น
  • คราบน้ำมัน
  • จาระบี
  • สารเคมีตกค้าง
  • สีเก่าที่ลอก
  • น้ำยาบ่มคอนกรีต
  • น้ำยาทาแบบ
  • เศษปูนหรือวัสดุหลุดร่อน
  1. ต้องเปิดผิวคอนกรีต

พื้นผิวคอนกรีตควรถูกขัด เจียร หรือเตรียมผิวด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้ชั้นเคลือบยึดเกาะได้ดี ไม่ควรทาทับผิวมันหรือผิวที่มี laitance

  1. ต้องซ่อมรูพรุนและรอยเสียหายก่อน

ถ้าพื้นมีรูพรุน หลุม รอยแตก หรือผิวไม่เรียบ ควรซ่อมและปรับพื้นผิวก่อน ไม่ควรเคลือบทับปัญหาเดิม เพราะอาจทำให้ชั้นเคลือบไม่สม่ำเสมอหรือเกิดจุดอ่อน

  1. พื้นผิวต้องแห้งและเหมาะกับระบบ

อีพ็อกซี่เคลือบผิวต้องการพื้นผิวที่แห้งและไม่มีความชื้นดันจากด้านหลัง หากมีความชื้นสูงหรือมีน้ำซึม ควรแก้ปัญหาความชื้นก่อนเลือกใช้ระบบเคลือบ

วิธีใช้งาน Sikagard 62 โดยสรุป

การใช้งานจริงควรยึดตามเอกสารผลิตภัณฑ์และคำแนะนำของ Sika แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ตรวจสภาพพื้นผิว
  2. ขัดหรือเปิดผิวให้เหมาะสม
  3. ทำความสะอาดฝุ่นและคราบปนเปื้อน
  4. ซ่อมรูพรุน รอยแตก และจุดเสียหาย
  5. ตรวจความแห้งของพื้นผิว
  6. ผสม Part A และ Part B ตามอัตราส่วน
  7. คนให้เข้ากันจนเนื้อวัสดุสม่ำเสมอ
  8. ทาหรือกลิ้งเคลือบตามความหนาที่กำหนด
  9. รอระยะเวลาเคลือบทับตามระบบ
  10. ปล่อยให้บ่มตัวก่อนเปิดใช้งานจริง

เนื่องจากวัสดุเป็นอีพ็อกซี่ 2 ส่วนประกอบ หลังผสมแล้วจะมีเวลาทำงานจำกัด จึงไม่ควรผสมครั้งละมากเกินกว่าที่ทีมงานสามารถใช้งานได้ทัน

ข้อควรระวังก่อนเลือก Sikagard 62

ต้องรู้ว่าสัมผัสสารเคมีชนิดใด

คำว่า “ทนสารเคมี” ไม่ได้แปลว่าทนทุกสาร ทุกความเข้มข้น และทุกอุณหภูมิ ก่อนเลือกใช้งานควรรู้ข้อมูลเหล่านี้:

  • ชื่อสารเคมี
  • ความเข้มข้น
  • อุณหภูมิขณะสัมผัส
  • ระยะเวลาที่สัมผัส
  • ความถี่ในการหกหรือรั่ว
  • วิธีล้างทำความสะอาด
  • พื้นที่สัมผัสเป็นพื้น ผนัง หรือถังเก็บ

ถ้าเป็นงานสำคัญ เช่น ถังเก็บสารเคมี หรือ containment area ควรตรวจตารางทนสารเคมีและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน

ไม่ใช่ระบบพื้นใช้งานหนักทุกประเภท

แม้ Sikagard 62 จะทนสารเคมีและแรงทางกลได้ดี แต่ถ้าพื้นที่มีรถโฟล์คลิฟท์วิ่งหนัก พื้นเปียกตลอดเวลา หรือมีการขัดถูสูงมาก อาจต้องใช้ระบบพื้นอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น Sikafloor หรือ PU Cement แทน หรือใช้ร่วมกับระบบที่เหมาะกว่า

ต้องควบคุมการผสมให้ถูกต้อง

วัสดุอีพ็อกซี่ 2 ส่วนประกอบต้องผสมให้ถูกอัตราส่วน หากผสมผิดหรือคนไม่เข้ากัน อาจทำให้วัสดุบ่มตัวไม่สมบูรณ์ ผิวเหนียว หรือความทนทานลดลง

ต้องรอให้บ่มตัวก่อนใช้งาน

หลังเคลือบเสร็จต้องรอให้วัสดุบ่มตัวตามกำหนด ไม่ควรรีบใช้งานหรือให้สัมผัสสารเคมีเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้ฟิล์มเคลือบเสียหายก่อนแข็งแรงเต็มที่

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งาน Sikagard 62 เสียเร็ว

  • ไม่ตรวจชนิดสารเคมีก่อนเลือกใช้
  • ทาทับคอนกรีตที่มีฝุ่นหรือผิวร่วน
  • ไม่กำจัดคราบน้ำมันและจาระบี
  • ไม่เปิดผิวคอนกรีตก่อนเคลือบ
  • พื้นผิวมีความชื้นสูงหรือมีน้ำซึม
  • ไม่ซ่อมรูพรุนและรอยแตกร้าวก่อน
  • ผสม Part A และ Part B ไม่สม่ำเสมอ
  • ใช้วัสดุหลังหมด pot life
  • ทาบางเกินสเปก
  • เปิดใช้งานก่อนวัสดุบ่มตัวเต็มที่

ข้อผิดพลาดเหล่านี้มักทำให้ชั้นเคลือบล่อน พอง เหนียว ไม่แข็งตัว หรือไม่ทนสารเคมีตามที่ควรจะเป็น

Sikagard 62 เหมาะกับใคร?

Sikagard 62 เหมาะกับเจ้าของโรงงาน วิศวกร ผู้รับเหมา และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องการเคลือบป้องกันพื้นผิวคอนกรีตหรือเหล็กจากสารเคมีและของเหลว

เหมาะกับงาน เช่น

  • โรงงานเคมี
  • โรงงานเภสัชกรรม
  • โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
  • ถังเก็บสารเคมี
  • ไซโล
  • พื้นที่เก็บสารเคมี
  • พื้นที่บำบัดน้ำเสีย
  • พื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องป้องกันการกัดกร่อน
  • งานเคลือบผิวคอนกรีตที่ต้องการความทนสารเคมี
  • งานป้องกันของเหลวซึมผ่านพื้นผิว

สรุป: Sikagard 62 เหมาะกับงานเคลือบผิวกันสารเคมีที่ต้องการความทนทานจริงจัง

Sikagard 62 (ซิก้าการ์ด-62) เป็นน้ำยาอีพ็อกซี่เคลือบผิวกันสารเคมีแบบ 2 ส่วนประกอบ เหมาะกับงานคอนกรีต ถังเก็บสารเคมี ไซโล พื้นผิวเหล็ก และพื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องการชั้นเคลือบป้องกันของเหลวและสารเคมี

จุดเด่นคือเป็นระบบ high build, solvent free, ทนสารเคมีและแรงทางกลได้ดี, ไม่ยอมให้ของเหลวซึมผ่าน และใช้งานได้กับพื้นผิวหลายประเภทเมื่อเตรียมผิวอย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม งานจะทนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเลือกให้เหมาะกับสารเคมีจริง การเตรียมพื้นผิว การผสม Part A และ Part B ให้ถูกต้อง การเคลือบตามความหนาที่กำหนด และการรอให้วัสดุบ่มตัวก่อนใช้งาน หากทำครบตามระบบ Sikagard 62 จะช่วยปกป้องพื้นผิวคอนกรีต ลดการซึมของสารเคมี และยืดอายุการใช้งานของพื้นที่อุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!