Silcor 575 เมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนทน UV กลิ่นอ่อน ไม่เกิดคราบ และเคลือบทับ

ก.ค. 03, 2026 by admin Blog 0 comment

Silcor 575 เมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนทน UV กลิ่นอ่อน ไม่เกิดคราบ และเคลือบทับ

งานกันซึมหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง roof deck และห้องเครื่อง เป็นงานที่ต้องเลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพใช้งานจริง เพราะพื้นที่เหล่านี้ต้องเจอทั้งแดด ฝน น้ำขัง ความร้อน การเดินซ่อมบำรุง และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา หากใช้วัสดุกันซึมที่เสื่อมจาก UV ง่าย มีกลิ่นแรง เกิดคราบ หรือไม่สามารถเคลือบทับเพื่อป้องกันผิวได้ อาจทำให้งานเสื่อมเร็ว ดูแลยาก และต้องซ่อมซ้ำในอนาคต

Silcor 575 หรือ Silcor® 575 เป็นเมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูงแบบ 1 ส่วนประกอบ ใช้สำหรับทำระบบกันซึมบนพื้นผิวแนวนอน เช่น หลังคา ดาดฟ้า roof deck พื้นระเบียง ห้องเครื่อง plant room และพื้นที่ที่ต้องการระบบกันซึมแบบยืดหยุ่น ทนน้ำขัง และซ่อมบำรุงได้ง่าย

จุดเด่นของ Silcor 575 คือเป็นวัสดุแบบ single-pack ไม่ต้องผสมก่อนใช้งาน ช่วยลดความเสี่ยงจากการผสมผิดอัตราส่วน เมื่อบ่มตัวแล้วจะเกิดเป็นเมมเบรนอีลาสโตเมอร์แบบชิ้นเดียว ยึดติดเต็มพื้นผิว ทนน้ำขัง ไม่เปราะกรอบเมื่อใช้งานนาน และมีคุณสมบัติ กลิ่นอ่อน ไม่เกิดคราบ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ GCP

สำหรับพื้นที่เปิดรับแดดหรือพื้นที่ที่ต้องเดินซ่อมบำรุง สามารถใช้ Silcor 575 ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 เพื่อให้ได้ระบบที่ทน UV สีคงทน กันลื่น และรองรับการเดินเท้าได้ เหมาะกับงานหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และพื้นที่ภายนอกที่ต้องการความทนทานระยะยาว

Silcor 575 คืออะไร?

Silcor 575 คือเมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนแบบทาเคลือบ หรือ liquid applied polyurethane waterproofing membrane ชนิด 1 ส่วนประกอบ ใช้สร้างชั้นกันซึมแบบต่อเนื่องบนพื้นผิว เมื่อวัสดุบ่มตัวแล้วจะกลายเป็นชั้นเมมเบรนยืดหยุ่นที่ยึดติดกับพื้นผิวเต็มพื้นที่

แม้บางคนอาจเรียก Silcor 575 ว่าแผ่นกันซึม แต่ในทางใช้งานจริงเป็น เมมเบรนกันซึมชนิดทาเคลือบ ไม่ใช่แผ่นปูสำเร็จรูปแบบ PVC หรือ TPO จุดเด่นคือสามารถสร้างชั้นกันซึมแบบไร้รอยต่อ ลดจุดเสี่ยงจากรอยซ้อนทับ รอยต่อแผ่น หรือแนวเชื่อมที่อาจเกิดปัญหารั่วซึมได้ในอนาคต

Silcor 575 เหมาะกับงาน เช่น

  • หลังคาคอนกรีต
  • ดาดฟ้า
  • Roof deck
  • พื้นระเบียง
  • ห้องเครื่อง
  • Plant room
  • Podium
  • ทางเดินภายนอก
  • พื้นที่ซ่อมบำรุงที่ต้องเดินได้
  • งานปรับปรุงระบบกันซึมเดิม
  • พื้นที่ที่ต้องการกันซึมทนน้ำขัง

ทำไมต้องเลือกเมมเบรนกันซึมที่ทน UV?

พื้นที่หลังคาและดาดฟ้ามักโดนแดดโดยตรงเกือบตลอดวัน รังสี UV ทำให้วัสดุกันซึมบางประเภทเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เช่น ผิวกรอบ แตกร้าว สีซีด หรือสูญเสียความยืดหยุ่น หากชั้นกันซึมเสื่อมจาก UV จะเพิ่มความเสี่ยงรั่วซึมและต้องซ่อมบำรุงเร็วกว่าที่ควร

Silcor 575 เมื่อใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 จะให้ระบบกันซึมที่ทน UV รองรับการเดินเท้า และเหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า deck และ plant room ตามข้อมูลของ GCP

ประโยชน์ของระบบกันซึมที่ทน UV คือ

  • ช่วยลดการเสื่อมจากแดด
  • เหมาะกับพื้นที่เปิดรับสภาพอากาศ
  • ลดความเสี่ยงผิวกรอบหรือแตกร้าว
  • ช่วยยืดอายุระบบกันซึม
  • เหมาะกับดาดฟ้าและระเบียงที่ต้องใช้งานจริง
  • รองรับการเคลือบทับเพื่อปกป้องผิวเมมเบรน
Silcor 575 คืออะไร?
Silcor 575 คืออะไร?

จุดเด่นของ Silcor 575

  1. เมมเบรนโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูง

Silcor 575 เป็นเมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูงแบบ 1 ส่วนประกอบ เมื่อบ่มตัวจะเกิดเป็นเมมเบรนอีลาสโตเมอร์ที่ยืดหยุ่นและยึดติดกับพื้นผิว ช่วยรองรับการเคลื่อนตัวเล็กน้อยของพื้นผิวได้ดีกว่าวัสดุกันซึมที่แข็งและเปราะ

เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องเจอความร้อนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เช่น

  • หลังคา
  • ดาดฟ้า
  • ระเบียง
  • ห้องเครื่อง
  • Roof deck
  • พื้นทางเดินภายนอก
  1. ทน UV เมื่อใช้ร่วมกับ Top Coat 80

Silcor 575 สามารถใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 เพื่อให้ได้ระบบกันซึมที่ ทน UV สีคงทน กันลื่น และรองรับการเดินเท้า ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ GCP

จุดนี้เหมาะกับพื้นที่เปิดผิว เช่น ดาดฟ้า ระเบียง ห้องเครื่อง หรือทางเดินซ่อมบำรุง ที่ต้องการให้ระบบกันซึมทนแดดและใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงทากันซึมแล้วปล่อยผิวเมมเบรนรับแดดโดยตรงโดยไม่มีชั้นป้องกัน

  1. กลิ่นอ่อน เหมาะกับงานอาคารที่ต้องการลดผลกระทบหน้างาน

GCP ระบุว่า Silcor 575 มีคุณสมบัติ Low odour หรือกลิ่นอ่อน ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับงานซ่อมปรับปรุงอาคาร งานดาดฟ้า งานระเบียง หรือพื้นที่ที่ยังมีผู้ใช้อาคารอยู่ใกล้เคียง

ข้อดีของวัสดุกลิ่นอ่อนคือ

  • ลดผลกระทบต่อผู้ใช้อาคาร
  • เหมาะกับงานรีโนเวต
  • เหมาะกับอาคารที่ยังเปิดใช้งานบางส่วน
  • ช่วยให้ทำงานในพื้นที่ใกล้ชุมชนหรือสำนักงานได้สะดวกขึ้น
  • ลดความรบกวนจากกลิ่นระหว่างติดตั้ง

อย่างไรก็ตาม แม้วัสดุจะกลิ่นอ่อน ควรทำงานในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศเหมาะสม และปฏิบัติตามข้อมูลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เสมอ

  1. ไม่เกิดคราบ ลดปัญหาผิวงานเสีย

Silcor 575 มีคุณสมบัติ non-stain หรือไม่เกิดคราบตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ GCP จุดนี้มีประโยชน์กับงานหลังคาและระเบียงที่ต้องการให้ระบบกันซึมดูเรียบร้อย ไม่ทิ้งคราบที่ทำให้พื้นผิวดูสกปรกหรือเสียภาพลักษณ์

เหมาะกับงาน เช่น

  • ระเบียงอาคาร
  • Roof deck
  • ดาดฟ้าที่มีการเดินตรวจงาน
  • พื้นที่เปิดผิวที่ต้องการความเรียบร้อย
  • งานปรับปรุงอาคารที่ต้องการลดคราบบนพื้นผิวเดิม
  1. เคลือบทับได้เพื่อเพิ่มความทนทานของระบบ

Silcor 575 สามารถใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 เพื่อทำเป็นระบบเปิดผิวที่ทน UV สีคงทน กันลื่น และเดินได้ จุดนี้สำคัญมากสำหรับพื้นที่ที่ต้องโดนแดดหรือมีการเดินซ่อมบำรุง เพราะ top coat จะช่วยปกป้องผิวเมมเบรนจากสภาพอากาศและการใช้งานโดยตรง

พื้นที่ที่ควรพิจารณาเคลือบทับด้วย top coat ได้แก่

  • ดาดฟ้าเปิดผิว
  • หลังคาที่โดนแดดโดยตรง
  • ระเบียงภายนอก
  • ห้องเครื่องที่ต้องเดินซ่อมบำรุง
  • Plant room
  • Podium
  • ทางเดินภายนอก
  • พื้นที่ที่ต้องการผิวกันลื่น
  1. ทนน้ำขัง เหมาะกับหลังคาและดาดฟ้า

Silcor 575 มีคุณสมบัติ waterproof และ resists ponded water หรือทนน้ำขังตามข้อมูลของ GCP จึงเหมาะกับพื้นที่แนวนอน เช่น ดาดฟ้า หลังคา ระเบียง และ roof deck ที่อาจมีน้ำขังหลังฝนตก

อย่างไรก็ตาม แม้วัสดุจะทนน้ำขังได้ แต่หลังคาที่ดีควรมี slope และระบบ drain ที่ระบายน้ำได้เหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้น้ำขังลึกหรือขังนานเกินไป เพราะจะเพิ่มภาระให้ระบบกันซึมโดยไม่จำเป็น

  1. ไม่เปราะกรอบเมื่อใช้งานนาน

GCP ระบุว่า Silcor 575 will not become brittle with age หรือไม่เปราะกรอบเมื่อใช้งานนาน จุดนี้เป็นข้อดีสำหรับงานกันซึมภายนอก เพราะวัสดุที่เปราะกรอบง่ายมักเกิดรอยแตกและรั่วซึมเมื่อเจอแดด ฝน และการเคลื่อนตัวของพื้นผิวซ้ำ ๆ

จุดเด่นของ Silcor 575
จุดเด่นของ Silcor 575

Silcor 575 เหมาะกับงานแบบไหน?

หลังคาและดาดฟ้า

เหมาะกับหลังคาคอนกรีตและดาดฟ้าที่ต้องการระบบกันซึมแบบทาเคลือบ ทนน้ำขัง และสามารถเคลือบทับด้วย top coat เพื่อให้ทน UV และเดินได้

Roof Deck

Roof deck เป็นพื้นที่ที่ต้องเจอแดด ฝน และการเดินซ่อมบำรุง การใช้ Silcor 575 ร่วมกับ Top Coat 80 จะช่วยให้ได้ระบบกันซึมที่เหมาะกับพื้นที่เปิดผิวและรองรับการใช้งานจริง

พื้นระเบียง

ระเบียงมักเจอฝนสาดและน้ำขังตามมุม หากระบบกันซึมเดิมเสื่อม อาจเกิดน้ำซึมลงชั้นล่าง Silcor 575 เหมาะกับงานปรับปรุงพื้นระเบียงที่ต้องการวัสดุกันซึมยืดหยุ่น กลิ่นอ่อน และไม่เกิดคราบ

ห้องเครื่องและ Plant Room

ห้องเครื่องมักมีท่อ ฐานอุปกรณ์ และจุดทะลุพื้นจำนวนมาก ระบบกันซึมแบบทาเคลือบช่วยเก็บรายละเอียดได้ง่าย และเมื่อเคลือบทับด้วย top coat จะช่วยรองรับการเดินซ่อมบำรุงได้ดีขึ้น

Podium และทางเดินภายนอก

พื้นที่ podium หรือทางเดินภายนอกต้องเจอแดด ฝน และการเดินผ่านเป็นครั้งคราว Silcor 575 ร่วมกับ Top Coat 80 ช่วยให้ได้ระบบที่ทน UV กันลื่น และใช้งานได้เหมาะสมกว่าเมมเบรนที่ไม่มีชั้นป้องกันผิว

Silcor 575 ต่างจากกันซึม PU ทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อSilcor 575กันซึม PU ทั่วไป
ประเภทวัสดุPU membrane 1 ส่วนประกอบขึ้นกับสูตรสินค้า
การใช้งานไม่ต้องผสมบางชนิดต้องผสม A/B
การทน UVทน UV เมื่อใช้ร่วมกับ Top Coat 80บางรุ่นต้องมี top coat เช่นกัน
กลิ่นกลิ่นอ่อนบางรุ่นกลิ่นแรงกว่า
คราบไม่เกิดคราบตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ขึ้นกับสูตร
น้ำขังระบุว่าทนน้ำขังไม่ใช่ทุกชนิดที่ทนน้ำขัง
การเดินเท้าเดินได้เมื่อใช้ top coat ตามระบบขึ้นกับรุ่นและระบบ
การซ่อมบำรุงเหมาะกับการติดตั้ง บำรุงรักษา และ refurbishขึ้นกับสินค้า

สรุปคือ Silcor 575 เหมาะกับงานกันซึมหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และพื้นที่ที่ต้องการระบบ PU membrane ที่ใช้งานง่าย กลิ่นอ่อน ไม่เกิดคราบ ทนน้ำขัง และสามารถเคลือบทับเพื่อเพิ่มความทน UV กับการเดินใช้งานได้

ก่อนใช้งาน Silcor 575 ต้องเตรียมพื้นอย่างไร?

  1. ตรวจสภาพพื้นผิวเดิม

พื้นผิวต้องแข็งแรง ไม่ร่วน ไม่ล่อน และไม่มีชั้นกันซึมเดิมที่พองหรือเสื่อมสภาพ หากพื้นเดิมไม่แข็งแรง งานใหม่อาจล่อนตามผิวเดิมได้

  1. ทำความสะอาดคราบและสิ่งปนเปื้อน

ต้องกำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีเก่า ปูนร่วน และสิ่งสกปรกออกให้หมด เพราะสิ่งเหล่านี้ลดการยึดเกาะของระบบกันซึม

  1. ซ่อมรอยแตกและรูพรุน

รอยแตก หลุม รูพรุน และจุดน้ำรั่วเดิมต้องซ่อมก่อนลงระบบ หากรอยแตกยังเคลื่อนตัวหรือมีน้ำซึมต่อเนื่อง ต้องประเมินและซ่อมสาเหตุหลักก่อน

  1. แก้ slope และระบบระบายน้ำ

แม้ Silcor 575 จะทนน้ำขังได้ แต่หลังคาและดาดฟ้าควรระบายน้ำได้ดี ไม่ควรมีแอ่งน้ำลึกหรือจุดน้ำขังถาวร ควรตรวจ drain และปรับ slope ก่อนทำกันซึม

  1. เลือก primer ให้เหมาะกับพื้นผิว

พื้นผิวแต่ละประเภทอาจต้องใช้ primer ต่างกัน เช่น พื้นคอนกรีตพรุน พื้นผิวเก่า หรือพื้นผิวที่มีความชื้นบางกรณี ควรเลือก primer ตามระบบที่เหมาะกับหน้างานจริง

วิธีใช้งาน Silcor 575 โดยสรุป

ขั้นตอนการติดตั้งจริงควรยึดตามเอกสารผลิตภัณฑ์และคำแนะนำของผู้ผลิต แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ตรวจสภาพพื้นผิวเดิม
  2. รื้อหรือซ่อมส่วนที่ล่อน พอง หรือไม่ยึดเกาะ
  3. ขัดและทำความสะอาดพื้นผิว
  4. ซ่อมรอยแตก หลุม และจุดรั่ว
  5. แก้ไขจุดน้ำขังและตรวจระบบ drain
  6. เก็บรายละเอียดรอบท่อ มุม ขอบผนัง และฐานอุปกรณ์
  7. ลง primer ตามระบบ
  8. ทาหรือปาด Silcor 575 ให้ได้ความหนาตามสเปก
  9. ปล่อยให้เมมเบรนบ่มตัว
  10. เคลือบ Silcor Top Coat 80 หากเป็นพื้นที่เปิดรับแดดหรือเดินได้
  11. ตรวจสอบผิวงานก่อนเปิดใช้งาน

สำหรับพื้นที่ภายนอกที่ต้องโดนแดดและเดินซ่อมบำรุง ควรวางระบบให้ครบทั้งชั้นเมมเบรนและ top coat เพื่อให้ได้คุณสมบัติทน UV สีคงทน กันลื่น และรองรับการเดินเท้าตามระบบของผลิตภัณฑ์

ข้อควรระวังในการใช้ Silcor 575

  • ต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด แข็งแรง และยึดเกาะดี
  • ไม่ควรทาทับชั้นกันซึมเดิมที่ล่อนหรือพอง
  • ต้องซ่อมรอยแตก หลุม และจุดรั่วก่อนลงระบบเต็มพื้นที่
  • ควรแก้ slope และระบบ drain ก่อนทำกันซึม
  • ต้องเลือก primer ให้เหมาะกับพื้นผิว
  • ต้องควบคุมความหนาฟิล์มตามระบบ
  • พื้นที่เปิดรับแดดควรเคลือบทับด้วย Silcor Top Coat 80
  • พื้นที่เดินได้ควรทำ top coat ให้เหมาะกับการใช้งาน
  • ต้องรอให้วัสดุบ่มตัวก่อนเปิดใช้งาน
  • พื้นที่มีสารเคมีเฉพาะควรตรวจความเหมาะสมก่อนใช้งาน
  • แม้วัสดุจะกลิ่นอ่อน ควรทำงานตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยและการระบายอากาศ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งาน Silcor 575 เสื่อมเร็ว

  • พื้นผิวมีฝุ่น น้ำมัน หรือตะไคร่
  • ทาทับผิวเดิมที่ล่อนหรือพอง
  • ไม่ซ่อมรอยแตกก่อนเคลือบ
  • ไม่เก็บรายละเอียดรอบท่อ drain
  • ไม่แก้จุดน้ำขัง
  • ไม่ใช้ primer ตามระบบ
  • ทาบางเกินไปหรือความหนาไม่สม่ำเสมอ
  • ไม่เคลือบ top coat ในพื้นที่โดนแดดและเดินใช้งาน
  • เปิดใช้งานเร็วเกินไป
  • ไม่ตรวจสอบระบบหลังติดตั้ง

งานกันซึมที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นผิว การควบคุมความหนา การเลือก primer และการเคลือบทับตามระบบให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานจริง

Silcor 575 เหมาะกับใคร?

Silcor 575 เหมาะกับเจ้าของอาคาร ผู้รับเหมา ช่างกันซึม วิศวกร และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องการเมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนสำหรับพื้นที่ที่ต้องเจอแดด ฝน น้ำขัง และการเดินซ่อมบำรุง

เหมาะกับงาน เช่น

  • กันซึมหลังคาคอนกรีต
  • กันซึมดาดฟ้า
  • กันซึม roof deck
  • กันซึมพื้นระเบียง
  • ห้องเครื่องและ plant room
  • Podium และพื้นที่ภายนอก
  • งานปรับปรุงระบบกันซึมเดิม
  • งานที่ต้องการวัสดุกลิ่นอ่อน
  • งานที่ต้องการระบบไม่เกิดคราบ
  • งานที่ต้องการเคลือบทับเพื่อทน UV และเดินได้

สรุป: Silcor 575 เหมาะกับงานกันซึม PU ที่ต้องการทน UV กลิ่นอ่อน ไม่เกิดคราบ และเคลือบทับได้

Silcor 575 เป็นเมมเบรนกันซึมโพลียูรีเทนประสิทธิภาพสูงแบบ 1 ส่วนประกอบ เหมาะกับงานหลังคา ดาดฟ้า roof deck ระเบียง ห้องเครื่อง plant room และพื้นที่ภายนอกที่ต้องการระบบกันซึมยืดหยุ่น ทนน้ำขัง และติดตั้งดูแลรักษาได้ง่าย

จุดเด่นคือไม่ต้องผสม ใช้งานสะดวก สร้างชั้นเมมเบรนแบบชิ้นเดียว ยึดติดเต็มพื้นผิว กลิ่นอ่อน ไม่เกิดคราบ ไม่เปราะกรอบเมื่อใช้งานนาน และเมื่อใช้ร่วมกับ Silcor Top Coat 80 จะได้ระบบที่ทน UV สีคงทน กันลื่น และรองรับการเดินเท้าได้

อย่างไรก็ตาม การใช้งานให้ได้ผลดีต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด แข็งแรง ซ่อมรอยแตก แก้จุดน้ำขัง เลือก primer ให้เหมาะสม ควบคุมความหนาฟิล์ม และเคลือบทับด้วย top coat ในพื้นที่เปิดรับแดดหรือมีการเดินใช้งาน หากทำครบตามระบบ Silcor 575 จะช่วยลดความเสี่ยงรั่วซึม เพิ่มความทนทานให้หลังคาและดาดฟ้า และช่วยให้งานกันซึมดูแลซ่อมบำรุงได้ง่ายขึ้นในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!