Sikagard 62 อีพ็อกซี่เคลือบผิวไร้สารโซเวนท์ สำหรับป้องกันการกัดกร่อน

ก.ค. 01, 2026 by admin Blog 0 comment

Sikagard 62 อีพ็อกซี่เคลือบผิวไร้สารโซเวนท์ สำหรับป้องกันการกัดกร่อน

พื้นผิวคอนกรีตและโลหะในโรงงานอุตสาหกรรมมักต้องเจอกับสารเคมี ความชื้น น้ำเสีย น้ำมัน คราบสกปรก การล้างทำความสะอาด และสภาพแวดล้อมที่กัดกร่อนมากกว่าพื้นที่ทั่วไป หากไม่มีชั้นเคลือบป้องกันที่เหมาะสม พื้นผิวอาจเกิดการเสื่อมสภาพเร็ว เช่น คอนกรีตดูดซึมของเหลว เหล็กเกิดสนิม ผิวล่อน ถังเก็บสารเคมีเสียหาย หรือโครงสร้างต้องซ่อมบำรุงบ่อย

Sikagard 62 หรือ Sikagard®-62 เป็นอีพ็อกซี่เคลือบผิวแบบ 2 ส่วนประกอบ ปราศจากสารโซเวนท์ มีสีในตัว และเป็นระบบเคลือบผิวความหนาสูง ใช้สำหรับปกป้องพื้นผิวจากสารเคมี ของเหลว และการกัดกร่อน เหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการชั้นเคลือบแข็งแรง ทนทาน และทำความสะอาดง่าย

จุดเด่นของ Sikagard 62 คือสามารถใช้เคลือบป้องกันสารเคมีบนพื้นผิวหลายประเภท เช่น คอนกรีต หิน ปูนฉาบ ซีเมนต์แต่งผิว อีพ็อกซี่ซีเมนต์ อีพ็อกซี่เรซิน และพื้นผิวโลหะ รวมถึงใช้เป็นชั้นเคลือบผิวของถังเก็บสารเคมี ไซโล และงานป้องกันการกัดกร่อนของโลหะในโรงงานอุตสาหกรรม

Sikagard 62 คืออะไร?

Sikagard 62 คือวัสดุเคลือบผิวอีพ็อกซี่เรซินแบบ 2 ส่วนประกอบ มีสีในตัว มีความหนาสูง และมีความแข็งแรง ใช้สำหรับเคลือบป้องกันพื้นผิวในพื้นที่ที่ต้องการความทนทานต่อสารเคมีและของเหลว

Sika Thailand ระบุว่า Sikagard 62 เป็นอีพ็อกซี่เรซินแบบ 2 ส่วนประกอบ ปราศจากสารโซเวนท์ ทนสารเคมี รับแรงทางกลได้ดี มีความหนาสูง มีลักษณะเป็นผลิตภัณฑ์กันซึม ไม่ยอมให้ของเหลวผ่านได้ และใช้งานง่ายทั้งในส่วนของการผสมและการใช้งาน

เหมาะกับงาน เช่น

  • เคลือบผิวคอนกรีต
  • เคลือบผิวโลหะ
  • เคลือบผิวถังเก็บสารเคมี
  • เคลือบภายในไซโล
  • เคลือบป้องกันการกัดกร่อนผิวโลหะ
  • โรงงานแปรรูปอาหาร
  • โรงงานบำบัดน้ำเสีย
  • ฟาร์มและงานเกษตร
  • โรงงานเคมี
  • โรงงานเภสัชกรรม
  • อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
  • พื้นที่ที่ต้องการผิวกันซึมและทนสารเคมี
Sikagard 62 คืออะไร?
Sikagard 62 คืออะไร?

ทำไมงานอุตสาหกรรมต้องใช้เคลือบผิวป้องกันการกัดกร่อน Sikagard 62 ?

พื้นที่อุตสาหกรรมไม่ได้เจอเพียงน้ำหรือฝุ่นทั่วไป แต่หลายพื้นที่ต้องสัมผัสสารเคมี น้ำเสีย ความชื้น เกลือ น้ำมัน สารทำความสะอาด หรือของเหลวที่อาจกัดกร่อนพื้นผิวได้ หากพื้นผิวไม่มีชั้นป้องกันที่เหมาะสม ความเสียหายอาจเกิดขึ้นได้เร็วและมีค่าใช้จ่ายซ่อมสูง

ตัวอย่างปัญหาที่มักเกิดขึ้น ได้แก่

  • คอนกรีตดูดซึมสารเคมี
  • พื้นผิวเกิดคราบฝังลึก
  • เหล็กเกิดสนิมและกัดกร่อน
  • ผิวคอนกรีตหลุดร่อน
  • ถังเก็บสารเคมีเสื่อมสภาพ
  • พื้นที่ผลิตทำความสะอาดยาก
  • เกิดความเสี่ยงปนเปื้อนในพื้นที่อาหารและเครื่องดื่ม
  • ต้องหยุดการผลิตเพื่อซ่อมพื้นผิว

การใช้ Sikagard 62 ช่วยสร้างชั้นเคลือบป้องกันบนพื้นผิว ลดการซึมผ่านของของเหลว และช่วยให้พื้นผิวทนต่อสารเคมีกับแรงใช้งานได้ดีขึ้น

ทำไมงานอุตสาหกรรมต้องใช้เคลือบผิวป้องกันการกัดกร่อน Sikagard 62 ?
ทำไมงานอุตสาหกรรมต้องใช้เคลือบผิวป้องกันการกัดกร่อน Sikagard 62 ?

จุดเด่นของ Sikagard 62

  1. อีพ็อกซี่ไร้สารโซเวนท์

Sikagard 62 เป็นวัสดุเคลือบผิวอีพ็อกซี่ที่ ปราศจากสารโซเวนท์ หรือ solvent-free ซึ่งเหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการลดกลิ่นและลดการใช้ตัวทำละลายในระบบเคลือบผิว

คุณสมบัตินี้ทำให้เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการควบคุมสภาพแวดล้อมหน้างาน เช่น โรงงานอาหาร เครื่องดื่ม เภสัชกรรม หรือพื้นที่ภายในอาคารที่ต้องการระบบเคลือบผิวคุณภาพสูง

  1. ทนสารเคมีได้ดี

Sika Thailand ระบุว่า Sikagard 62 มีคุณสมบัติ ทนทานต่อสารเคมี และใช้เป็นชั้นเคลือบป้องกันสารเคมีบนคอนกรีต หิน ปูนฉาบ อีพ็อกซี่ซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์จากอีพ็อกซี่เรซิน และพื้นผิวโลหะได้

เหมาะกับพื้นที่ เช่น

  • ถังเก็บสารเคมี
  • ไซโล
  • พื้นโรงงาน
  • พื้นที่ล้างทำความสะอาด
  • โรงงานเคมี
  • โรงงานบำบัดน้ำเสีย
  • ฟาร์มและพื้นที่เกษตร
  • โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ทนสารเคมี” ไม่ได้หมายความว่าทนได้ทุกสาร ทุกความเข้มข้น และทุกระยะเวลาสัมผัส หากพื้นที่มีสารเคมีเฉพาะ ควรตรวจสอบชนิดสารเคมี ความเข้มข้น อุณหภูมิ และระยะเวลาสัมผัสก่อนเลือกใช้ระบบ

  1. ช่วยป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ

Sikagard 62 สามารถใช้เป็นชั้นเคลือบป้องกันการกัดกร่อนบนพื้นผิวโลหะในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น โรงงานแปรรูปอาหาร โรงบำบัดน้ำเสีย ฟาร์ม สถานประกอบการทางการเกษตร โรงงานเคมี โรงงานเภสัชกรรม และอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

การเคลือบผิวโลหะช่วยลดการสัมผัสโดยตรงระหว่างโลหะกับความชื้น สารเคมี และสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นการกัดกร่อน จึงช่วยยืดอายุการใช้งานของพื้นผิวโลหะและลดภาระซ่อมบำรุง

  1. ไม่ยอมให้ของเหลวผ่านได้

Sika Thailand ระบุว่า Sikagard 62 มีลักษณะเป็นผลิตภัณฑ์กันซึมและไม่ยอมให้ของเหลวผ่านได้

คุณสมบัตินี้เหมาะกับงานที่ต้องการป้องกันพื้นผิวจากของเหลว เช่น น้ำเสีย น้ำยา สารเคมี น้ำมัน หรือของเหลวในกระบวนการผลิต เพราะช่วยลดการซึมผ่านลงสู่คอนกรีตหรือโลหะด้านล่าง

  1. รับแรงทางกลได้ดี

นอกจากทนสารเคมีแล้ว Sikagard 62 ยังมีคุณสมบัติรับแรงทางกลได้ดี เหมาะกับพื้นที่ที่มีการใช้งานจริง เช่น การล้างทำความสะอาด การเดิน การขนย้ายอุปกรณ์ หรือการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม

พื้นที่ที่ได้ประโยชน์จากคุณสมบัตินี้ ได้แก่

  • พื้นโรงงาน
  • ผนังคอนกรีต
  • ถังเก็บสารเคมี
  • ไซโล
  • พื้นที่บริการงานระบบ
  • พื้นที่ผลิตและแปรรูป
  1. ความหนาสูง ปกป้องพื้นผิวได้ดีขึ้น

Sikagard 62 เป็นระบบเคลือบผิวแบบ high build หรือความหนาสูง ซึ่งช่วยสร้างชั้นป้องกันพื้นผิวที่หนาและต่อเนื่องกว่าสีเคลือบทั่วไปบางประเภท

Sika Thailand ระบุข้อมูลการใช้งานว่า ความหนาต่อชั้นอยู่ที่ประมาณ 0.2 มม. ต่อชั้น และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความหนาสูง

Sikagard 62 เหมาะกับพื้นผิวแบบไหน?

พื้นผิวคอนกรีต

เหมาะกับคอนกรีตที่ต้องการเคลือบป้องกันสารเคมีและของเหลว เช่น พื้นโรงงาน ผนังบ่อ พื้นที่ล้างทำความสะอาด หรือพื้นที่ที่ต้องการลดการซึมผ่านของของเหลว

พื้นผิวโลหะ

เหมาะกับงานเคลือบโลหะเพื่อป้องกันการกัดกร่อน เช่น โครงสร้างเหล็ก ถังเก็บสารเคมี หรือชิ้นส่วนโลหะในโรงงานอุตสาหกรรม โดยต้องเตรียมผิวโลหะให้ถูกต้องก่อนเคลือบ

ถังเก็บสารเคมีและไซโล

Sikagard 62 ใช้เป็น lining หรือชั้นเคลือบผิวของถังเก็บสารเคมีและไซโล ช่วยปกป้องพื้นผิวจากสารเคมีและของเหลวที่อาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ

โรงงานบำบัดน้ำเสีย

โรงบำบัดน้ำเสียมีทั้งความชื้น น้ำเสีย และสภาพแวดล้อมที่อาจกัดกร่อนพื้นผิว Sikagard 62 เหมาะกับงานเคลือบป้องกันในพื้นที่ที่ต้องการความทนทานต่อสารเคมีและของเหลว

โรงงานอาหาร เครื่องดื่ม และเภสัชกรรม

พื้นที่เหล่านี้มักต้องการพื้นผิวที่ทำความสะอาดง่าย ทนสารเคมีจากการล้าง และลดการซึมผ่านของของเหลว Sikagard 62 จึงเหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่ต้องการมาตรฐานผิวเคลือบคุณภาพสูง

Sikagard 62 ต่างจากสีเคลือบทั่วไปอย่างไร?

หัวข้อSikagard 62สีเคลือบทั่วไป
ประเภทวัสดุอีพ็อกซี่เรซิน 2 ส่วนประกอบสีเคลือบผิวทั่วไป
สารโซเวนท์ปราศจากสารโซเวนท์ขึ้นกับชนิดสี
ความหนาHigh build ความหนาสูงมักบางกว่า
การทนสารเคมีเหมาะกับงานอุตสาหกรรมจำกัดตามชนิดสี
การกันของเหลวไม่ยอมให้ของเหลวผ่านได้ขึ้นกับระบบ
งานป้องกันการกัดกร่อนใช้กับโลหะได้เมื่อเตรียมผิวถูกต้องบางชนิดไม่เหมาะ
งานเหมาะถังเคมี ไซโล โรงงาน บำบัดน้ำเสียงานทั่วไปหรือพื้นที่ใช้งานเบา

หากเป็นพื้นที่ทั่วไป สีเคลือบธรรมดาอาจเพียงพอ แต่ถ้าเป็นงานอุตสาหกรรมที่ต้องเจอสารเคมี ของเหลว และการกัดกร่อน Sikagard 62 เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า

ก่อนใช้งาน Sikagard 62 ต้องเตรียมพื้นผิวอย่างไร?

การเตรียมพื้นผิวเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดของงานเคลือบผิว หากพื้นผิวไม่สะอาดหรือไม่แข็งแรง วัสดุเคลือบอาจล่อน พอง หรือเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร

  1. พื้นผิวต้องแข็งแรง สะอาด และแห้ง

Sika Thailand ระบุว่าพื้นผิวต้องมีความแข็งแรง สะอาด แห้ง และปราศจากสิ่งปนเปื้อน เช่น คราบสกปรก จารบี น้ำมัน สารเคลือบผิวเดิม น้ำยาทาแบบหล่อ คราบตะกอน และสารป้องกันการยึดเกาะอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของพื้นผิว

  1. พื้นผิวคอนกรีตต้องเตรียมผิวเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ

พื้นผิวคอนกรีตต้องเตรียมผิวให้เหมาะสม เพื่อเพิ่มการยึดเกาะระหว่างพื้นผิวกับน้ำยาเคลือบ หากมีพื้นผิวไม่แข็งแรง รูพรุน ฝุ่น เนื้อคอนกรีตไม่อัดแน่น หรือส่วนเปราะบาง ต้องกำจัดออกให้หมดก่อนเคลือบ

  1. ต้องซ่อมรูพรุนและปรับผิวให้เรียบก่อน

หากพื้นผิวมีรูพรุน หลุม หรือความไม่เรียบ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซ่อมแซมของ Sika ที่เหมาะสมเพื่อปิดรูพรุนและปรับระดับพื้นผิวให้สม่ำเสมอก่อนเคลือบ Sikagard 62

  1. พื้นผิวโลหะต้องเตรียมด้วยการพ่นยิงทราย

สำหรับพื้นผิวโลหะ Sika Thailand ระบุว่าต้องเตรียมผิวด้วยวิธีพ่นยิงทราย โดยความหยาบของพื้นผิวต้องเป็นไปตามระดับ SSPC-SP 10 หรือเทียบเท่า SA 2.5 ตาม ISO EN 12944-4 และต้องกำจัดฝุ่น เศษวัสดุขัดผิว และสิ่งสกปรกออกให้หมดหลังเตรียมผิว

วิธีผสมและใช้งาน Sikagard 62 โดยสรุป

การใช้งานจริงควรยึดตามเอกสารผลิตภัณฑ์และคำแนะนำของ Sika แต่โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ตรวจสอบสภาพพื้นผิวเดิม
  2. ทำความสะอาดคราบฝุ่น น้ำมัน จาระบี และสิ่งปนเปื้อน
  3. เตรียมผิวคอนกรีตหรือพ่นยิงทรายสำหรับพื้นผิวโลหะ
  4. ซ่อมรูพรุน หลุม และผิวไม่เรียบ
  5. คนส่วนประกอบ A ให้เข้ากันก่อน
  6. เติมส่วนประกอบ B ลงในส่วนประกอบ A
  7. ผสมต่อเนื่องประมาณ 3 นาทีจนได้เนื้อสม่ำเสมอ
  8. เทส่วนผสมลงภาชนะสะอาดแล้วปั่นซ้ำอีกครั้ง
  9. เคลือบลงบนพื้นผิวด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม
  10. รอให้แห้งและเคลือบทับตามระยะเวลาที่กำหนด

Sika Thailand ระบุว่าอัตราส่วนผสมของ Sikagard 62 คือ ส่วนประกอบ A : ส่วนประกอบ B = 3 : 1 โดยน้ำหนัก และควรใช้สว่านไฟฟ้าความเร็วรอบต่ำประมาณ 300–400 รอบต่อนาที เพื่อลดการกักฟองอากาศ

ระยะเวลาการใช้งานหลังผสมและการเคลือบทับ

หลังจากผสม Part A และ Part B แล้ว วัสดุจะมีเวลาทำงานจำกัด โดย Sika Thailand ระบุ pot life โดยประมาณดังนี้

อุณหภูมิระยะเวลาการใช้งานหลังผสม
+10°Cประมาณ 30 นาที
+20°Cประมาณ 20 นาที
+30°Cประมาณ 10 นาที

อุณหภูมิสูงจะทำให้วัสดุเซ็ตตัวเร็วขึ้น จึงควรวางแผนปริมาณการผสมและพื้นที่ทำงานให้เหมาะสม ไม่ควรผสมครั้งละมากเกินกว่าที่ทีมงานจะใช้งานทัน

ระยะเวลารอเคลือบทับโดยประมาณตามข้อมูล Sika Thailand คือ

อุณหภูมิขั้นต่ำสูงสุดบ่มเต็มที่
+10°Cประมาณ 30 ชั่วโมงประมาณ 3 วันประมาณ 14 วัน
+20°Cประมาณ 10 ชั่วโมงประมาณ 2 วันประมาณ 10 วัน
+30°Cประมาณ 6 ชั่วโมงประมาณ 1 วันประมาณ 5 วัน

ข้อควรระวังในการใช้ Sikagard 62

  • ต้องผสม Part A และ Part B ตามอัตราส่วนที่กำหนด
  • หลังผสมแล้วมีเวลาทำงานจำกัด
  • พื้นผิวต้องสะอาด แห้ง แข็งแรง และไม่มีคราบปนเปื้อน
  • พื้นผิวโลหะต้องพ่นยิงทรายตามมาตรฐานก่อนเคลือบ
  • ต้องควบคุมอุณหภูมิพื้นผิวให้อย่างน้อย 3°C เหนือจุดน้ำค้าง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดหยดน้ำบนพื้นผิว
  • ความชื้นสัมพัทธ์ควรน้อยกว่า 80%
  • ต้องตรวจสอบชนิดสารเคมีจริงก่อนเลือกใช้ในงานเฉพาะ
  • วัสดุที่แข็งตัวแล้วสามารถกำจัดออกได้ด้วยวิธีกลเท่านั้น
  • ควรทำงานโดยช่างที่มีประสบการณ์ด้าน epoxy coating

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานเคลือบ Sikagard 62 เสียเร็ว

  • พื้นผิวมีคราบน้ำมันหรือจาระบี
  • พื้นคอนกรีตยังเปียกหรือมีความชื้นสูง
  • ไม่ขัดหรือเตรียมผิวคอนกรีตก่อนเคลือบ
  • ไม่ซ่อมรูพรุนและหลุมบนพื้นผิว
  • พื้นผิวโลหะไม่ได้พ่นยิงทรายตามมาตรฐาน
  • ผสม Part A และ Part B ไม่ทั่ว
  • ใช้วัสดุหลังหมด pot life
  • เคลือบทับเร็วหรือช้าเกินเวลาที่กำหนด
  • ทำงานใกล้จุดน้ำค้างจนเกิดหยดน้ำบนพื้นผิว
  • เลือกระบบเคลือบโดยไม่ตรวจสอบสารเคมีที่สัมผัสจริง

งานอีพ็อกซี่เคลือบผิวที่ดีต้องเริ่มจากการเตรียมผิวที่ถูกต้อง เพราะวัสดุคุณภาพสูงก็อาจล่อนหรือเสียเร็วได้ หากพื้นผิวเดิมไม่พร้อม

Sikagard 62 เหมาะกับใคร?

Sikagard 62 เหมาะกับเจ้าของโรงงาน วิศวกร ผู้รับเหมา ทีมซ่อมบำรุง และผู้ดูแลระบบอุตสาหกรรมที่ต้องการอีพ็อกซี่เคลือบผิวไร้สารโซเวนท์ สำหรับป้องกันสารเคมี ของเหลว และการกัดกร่อนของพื้นผิว

เหมาะกับงาน เช่น

  • โรงงานเคมี
  • โรงงานเภสัชกรรม
  • โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม
  • โรงบำบัดน้ำเสีย
  • ฟาร์มและงานเกษตร
  • ถังเก็บสารเคมี
  • ไซโล
  • พื้นผิวโลหะที่ต้องการป้องกันการกัดกร่อน
  • คอนกรีตที่ต้องการเคลือบป้องกันสารเคมี
  • พื้นที่ที่ต้องการผิวกันซึม ไม่ยอมให้ของเหลวผ่านได้

สรุป: Sikagard 62 เหมาะกับงานเคลือบผิวป้องกันการกัดกร่อนและสารเคมี

Sikagard 62 เป็นอีพ็อกซี่เคลือบผิวแบบ 2 ส่วนประกอบ ปราศจากสารโซเวนท์ มีสีในตัว และเป็นระบบเคลือบผิวความหนาสูง เหมาะกับงานป้องกันพื้นผิวจากสารเคมี ของเหลว และการกัดกร่อนในพื้นที่อุตสาหกรรม

จุดเด่นคือทนสารเคมี รับแรงทางกลได้ดี ไม่ยอมให้ของเหลวผ่านได้ ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น คอนกรีต หิน ปูนฉาบ อีพ็อกซี่ซีเมนต์ อีพ็อกซี่เรซิน และโลหะ รวมถึงใช้เป็นชั้นเคลือบผิวของถังเก็บสารเคมี ไซโล และเคลือบป้องกันการกัดกร่อนของโลหะในโรงงานอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม งานจะทนหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเตรียมพื้นผิวเป็นหลัก ต้องทำความสะอาดพื้นผิวให้แห้ง แข็งแรง ปราศจากคราบน้ำมัน ฝุ่น และสิ่งปนเปื้อน เตรียมผิวโลหะด้วยการพ่นยิงทรายตามมาตรฐาน ผสม Part A และ Part B ให้ถูกต้อง และใช้งานภายในเวลาที่กำหนด หากทำครบตามระบบ Sikagard 62 จะช่วยปกป้องพื้นผิว ลดการกัดกร่อน และเพิ่มความทนทานให้โครงสร้างหรืออุปกรณ์ในงานอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!