มือใหม่หัดซ่อมบ้าน: วิธีทา กันซึม ดาดฟ้าด้วยตัวเองฉบับเข้าใจง่าย
เคยไหมครับ? พอเข้าหน้าฝนทีไร ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ทุกที เพราะกลัวจะได้ยินเสียง “แปะ… แปะ…” ของน้ำหยดลงมาจากฝ้าเพดาน ปัญหาดาดฟ้ารั่วซึมถือเป็น “ความเจ็บปวด” สามัญประจำบ้านที่คนมีตึกแถวหรือบ้านสไตล์โมเดิร์นต้องเจอ
หลายคนเลือกที่จะเรียกช่างทันที ซึ่งแน่นอนว่าแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายหลักหมื่น หรือบางทีคิวช่างก็ยาวเหยียดจนรอไม่ไหว วันนี้ผมเลยอยากจะบอกว่า จริงๆ แล้วการแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ยากเกินความสามารถของคุณเลย! การทา “กันซึม” ดาดฟ้า เป็นงาน DIY ที่คุณสามารถทำเองได้ ช่วยประหยัดงบประมาณไปได้เยอะ และยังภูมิใจที่ได้ดูแลบ้านด้วยตัวเองอีกด้วย
บทความนี้จะจับมือคุณทำทีละขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกซื้อของ ไปจนถึงเทคนิคการทาให้ทนทาน รับรองว่าอ่านจบ คุณจะกลายเป็นช่างประจำบ้านได้ทันทีครับ

ทำไมต้องทา ” กันซึม ” ดาดฟ้า? แค่เทปูนทับไม่ได้เหรอ?
นี่คือคำถามยอดฮิตครับ หลายคนคิดว่าแค่เทปูนทับหน้า (Topping) ก็จบ แต่ความจริงคือ คอนกรีตมีธรรมชาติที่ “อมน้ำ” และ “แตกร้าว” ได้ตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง (Thermal Shock) แดดเมืองไทยที่ร้อนจัดตอนกลางวันและเย็นลงตอนกลางคืน ทำให้ปูนขยายและหดตัวจนเกิดรอยร้าวเล็กๆ
น้ำยากันซึม จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ด้วยคุณสมบัติเป็น “แผ่นฟิล์มยืดหยุ่น” (Elasticity) เสมือนเราสวมชุดกันฝนให้ตัวบ้าน มันสามารถยืดหยุ่นตามการขยายตัวของคอนกรีตได้ ทำให้น้ำไม่สามารถแทรกตัวผ่านรอยร้าวลงไปทำลายโครงสร้างเหล็กข้างในนั่นเอง
เลือกซื้อ “กันซึม” แบบไหนดี? (อะคริลิก vs พียู)
เดินเข้าห้างวัสดุก่อสร้างแล้วยืนงงในดงถังสี ไม่รู้จะหยิบอันไหนดีใช่ไหมครับ? สำหรับงานดาดฟ้า หลักๆ จะมี 2 ประเภทที่คุณต้องรู้จัก:
- อะคริลิกกันซึม (Acrylic Waterproofing)
- ลักษณะ: เป็นสูตรน้ำ ใช้งานง่าย กลิ่นไม่ฉุน ราคาเป็นมิตร
- ข้อดี: แห้งไว ทาง่ายเหมือนทาสีบ้านทั่วไป
- ข้อเสีย: ทนน้ำขังได้ไม่ดีนัก หากดาดฟ้าคุณเป็นแอ่งกระทะและมีน้ำขังตลอดเวลา อะคริลิกอาจจะบวมพองได้ง่ายกว่า
- พียูกันซึม (PU / Polyurethane Waterproofing)
- ลักษณะ: มีความยืดหยุ่นสูงมาก (สูงกว่าอะคริลิก) เหนียว ทนทาน
- ข้อดี: ทนแดดเลียได้ดีเยี่ยม (UV Resistant) และทนน้ำขังได้ดีกว่าอะคริลิก ปิดรอยร้าวได้เนียนกริบ
- ข้อแนะนำ: สำหรับดาดฟ้าในเมืองไทยที่แดดแรงและฝนหนัก ผมเชียร์ให้เลือกใช้ PU กันซึม จะคุ้มค่าและทนทานกว่าในระยะยาวครับ ยอมจ่ายแพงกว่านิดหน่อยแต่จบ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม (Checklist)
ก่อนเริ่มงาน เตรียมของให้ครบจะได้ไม่ขาดตอนครับ:
- น้ำยากันซึม (คำนวณปริมาณตามพื้นที่ข้างถัง ส่วนใหญ่ 1 ถัง 20 กก. ทาได้ประมาณ 10-15 ตร.ม.)
- แปรงทาสี (สำหรับเก็บขอบมุม) และ ลูกกลิ้งขนยาว (สำหรับพื้นที่ใหญ่)
- ด้ามต่อลูกกลิ้ง (จะได้ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ ให้ปวดหลัง)
- เกรียงโป๊ว และวัสดุอุดรอยแตก (เช่น PU Sealant)
- อุปกรณ์ทำความสะอาด (ไม้กวาด, สายยางฉีดน้ำ, แปรงขัดพื้น)
- ตาข่ายไฟเบอร์ (Fiber Mesh) เสริมแรงตามมุมและรอยร้าว

4 ขั้นตอนทากันซึมดาดฟ้าฉบับ DIY (ทำตามได้เลย)
เมื่อของพร้อม ใจพร้อม เรามาลุยกันเลยครับ!
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมพื้นผิว (สำคัญที่สุด!)
หัวใจของงาน กันซึม ไม่ได้อยู่ที่ตอนทา แต่อยู่ที่ตอนเตรียมพื้นครับ
- ขัดล้าง: จัดการคราบตะไคร่น้ำ ราดำ ฝุ่นผง ออกให้หมด ถ้ามีเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจะดีมาก
- ตากแห้ง: หลังจากล้างแล้ว ต้องปล่อยให้พื้นแห้งสนิท 100% (แนะนำตากแดดไว้อย่างน้อย 1 วันเต็ม) ห้ามทาตอนพื้นชื้นเด็ดขาด ไม่งั้นกันซึมจะลอกล่อนภายหลัง
ขั้นตอนที่ 2: ซ่อมแซมรอยแตกร้าว
เดินสำรวจดาดฟ้า หารอยร้าวให้เจอ
- รอยร้าวเล็ก (ลายงา): สามารถทา กันซึม ทับได้เลย
- รอยร้าวใหญ่ (ร่องลึก): ต้องใช้ PU Sealant หรือเคมีโป๊วอุดรอยแตกให้เรียบร้อย แล้วปล่อยให้แห้ง
ขั้นตอนที่ 3: ทารองพื้น (Primer)
เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ เราจะไม่ทาเนื้อครีมข้นๆ ลงไปทันที
- นำน้ำยา กันซึม มาผสมกับน้ำสะอาด (สัดส่วนดูข้างถัง ส่วนใหญ่ประมาณ น้ำยา 3 ส่วน : น้ำ 1 ส่วน)
- ทาให้ทั่วพื้นผิว 1 รอบ เพื่อให้น้ำยาซึมลึกเข้าไปในรูพรุนของคอนกรีต รอให้แห้งประมาณ 1-2 ชั่วโมง
ขั้นตอนที่ 4: ทากันซึมทับหน้า 2 รอบ (Top Coat)
เมื่อรองพื้นแห้งแล้ว ก็ถึงเวลาลงของจริงครับ ไม่ต้องผสมน้ำแล้วนะครับ
- รอบที่ 1: ใช้ลูกกลิ้งจุ่มน้ำยาข้นๆ กลิ้งให้ทั่ว โดยกลิ้งไปในทิศทางเดียวกัน (เช่น แนวตั้ง) เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง 2-4 ชั่วโมง
- เสริมความแกร่ง: ระหว่างทารอบแรก บริเวณมุมรอยต่อพื้นกับผนัง หรือจุดที่มีรอยร้าว ให้ปู ตาข่ายไฟเบอร์ ทับลงไปขณะที่สียังเปียก เพื่อเสริมแรงดึงไม่ให้ฉีกขาด
- รอบที่ 2: เมื่อรอบแรกแห้ง ให้ทารอบที่ 2 โดยกลิ้งในทิศทาง “ขวาง” กับรอบแรก (เช่น แนวนอน) เพื่อให้เนื้อฟิล์มสานกันแน่นหนา ไม่มีรูพรุนหลงเหลือ
เทคนิคลับ! ที่ช่างไม่ค่อยบอก
- ทาขึ้นขอบผนัง (Upstand): อย่าทาแค่พื้น! ให้ทา กันซึม ยกสูงขึ้นมาบนผนังกำแพง (บัว) ประมาณ 10-15 ซม. ด้วย เพราะจุดเชื่อมต่อระหว่างพื้นกับผนังคือน้ำรั่วอันดับ 1
- ดูพยากรณ์อากาศ: อย่าหาทำในวันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน เช็คแอปพยากรณ์อากาศล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้แน่ใจว่างานเราจะแห้งสนิท
- อย่าขี้เหนียว: อย่าพยายามรีดน้ำยาให้บางเพื่อประหยัดของ ความหนาของฟิล์มสีมีผลต่ออายุการใช้งาน ทาให้หนาตามสเปคโรงงานดีที่สุดครับ
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ควรระวัง
- ใจร้อนทาตอนพื้นไม่แห้ง: ความชื้นใต้ดินจะดันให้สีโป่งพองเป็นลูกโป่งในภายหลัง
- ไม่ทำความสะอาด: ทาทับฝุ่น = ทาบนฝุ่น ไม่ได้ติดกับพื้นผิว ไม่นานก็ลอก
- เลือกกันซึมผิดประเภท: เอากันซึมผนังมาทาพื้น หรือเอากันซึมที่ไม่ทน UV มาทาดาดฟ้า
บทสรุป
การทา กันซึม ดาดฟ้าด้วยตัวเอง ไม่ใช่เรื่องเหนือจินตนาการ เพียงแค่คุณใส่ใจขั้นตอนการ “เตรียมพื้นผิว” ให้สะอาดและแห้งสนิท เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพอย่าง PU และใจเย็นๆ รอเวลาแห้งในแต่ละชั้น
การลงทุนลงแรงเพียง 1-2 วันในช่วงวันหยุด จะช่วยปกป้องบ้านที่คุณรักจากปัญหาน้ำรั่วซึม เชื้อรา และโครงสร้างเสียหายไปได้อีกหลายปี แถมยังประหยัดเงินค่าจ้างช่างไปได้หลักหมื่น ลองทำดูนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่างานช่าง… คุณก็ทำได้!
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @899exwad หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล [email protected] เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!




