น้ำรั่วจากดาดฟ้าทำ กันซึม ยังไงให้จบปัญหา
น้ำรั่วจากดาดฟ้าเป็นปัญหาที่หลายบ้าน อาคารพาณิชย์ ตึกแถว และโรงงานเจอกันบ่อย โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน อาการที่เห็นได้ชัดคือฝ้าเพดานบวม สีลอก ผนังมีคราบน้ำ น้ำหยดลงห้อง หรือมีกลิ่นอับจากความชื้นสะสม หลายคนแก้ด้วยการทากันซึมทับเฉพาะจุด พอผ่านไปไม่นานก็กลับมารั่วอีก เพราะยังไม่ได้แก้สาเหตุจริงของปัญหา
การทำกันซึมดาดฟ้าให้จบปัญหา ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “ใช้วัสดุอะไรดี” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการถามว่า น้ำเข้าจากตรงไหน ทำไมถึงรั่ว และดาดฟ้ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง เช่น มีน้ำขังหรือไม่ พื้นแตกร้าวหรือไม่ slope ระบายน้ำดีไหม พื้นเดิมมีวัสดุกันซึมเก่าหลุดล่อนหรือเปล่า และรอยต่อรอบท่อ drain หรือขอบผนังเก็บงานดีแค่ไหน
จากข้อมูลเชิงความรู้ของ PSW Chemical งานกันซึมดาดฟ้าที่ดีต้องมองเป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจสาเหตุ การซ่อมพื้นผิว การเลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพดาดฟ้า การควบคุมความหนาของชั้นกันซึม การเก็บรายละเอียดจุดเสี่ยง และการตรวจสอบงานก่อนใช้งาน ไม่ใช่แค่ทาเคลือบผิวแล้วจบ เพราะดาดฟ้าต้องเจอทั้งแดด ฝน ความร้อน น้ำขัง และการขยับตัวของคอนกรีตอยู่ตลอดเวลา
น้ำรั่วจากดาดฟ้าเกิดจากอะไร?
ก่อนทำกันซึม ต้องรู้ต้นเหตุของน้ำรั่วก่อน เพราะถ้าวิเคราะห์ผิด ต่อให้ใช้วัสดุดีแค่ไหนก็อาจรั่วซ้ำได้ ดาดฟ้าเป็นพื้นที่ที่รับแดดและฝนโดยตรง จึงเกิดความเสียหายได้ง่ายกว่าพื้นที่อื่นของอาคาร
- คอนกรีตยืดหดจากอุณหภูมิ
ดาดฟ้าต้องโดนแดดจัดในตอนกลางวัน ทำให้คอนกรีตขยายตัว พอฝนตกหรืออุณหภูมิลดลง คอนกรีตก็หดตัวอย่างรวดเร็ว การยืดหดซ้ำ ๆ ทำให้เกิดรอยแตกลายงา หรือ hairline crack ซึ่งเป็นช่องทางให้น้ำซึมลงไปได้
รอยเล็ก ๆ แบบนี้บางครั้งมองไม่ชัดตอนพื้นแห้ง แต่เมื่อฝนตก น้ำจะค่อย ๆ ซึมผ่านรอยเหล่านี้ลงสู่คอนกรีตและฝ้าเพดานด้านล่าง
- น้ำขังบนดาดฟ้า
น้ำขังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กันซึมดาดฟ้าเสื่อมเร็ว หากดาดฟ้าไม่มี slope ที่ดี หรือท่อระบายน้ำอุดตัน น้ำจะขังเป็นแอ่ง เมื่อชั้นกันซึมต้องแช่น้ำเป็นเวลานาน ความเสี่ยงรั่วซึมจะสูงขึ้น
PSW Chemical อธิบายว่าดาดฟ้าหลายแห่งมีปัญหาน้ำขังจากการเทระดับความลาดเอียงไม่ดี หรือท่อระบายน้ำระบายไม่ทัน ทำให้น้ำค่อย ๆ ซึมผ่านเข้าสู่เนื้อคอนกรีตได้
- คอนกรีตมีรูพรุนและเส้นเลือดฝอย
คอนกรีตไม่ได้ทึบสนิท 100% ภายในยังมีรูพรุนและเส้นเลือดฝอยขนาดเล็ก หากน้ำซึมเข้าไปสะสมในรูพรุนเหล่านี้นาน ๆ อาจทำให้เหล็กเสริมเกิดสนิม ปูนแตกร่อน หรือเกิดปัญหาปูนระเบิดในระยะยาว
- ระบบกันซึมเดิมเสื่อมสภาพ
ดาดฟ้าหลายแห่งเคยทากันซึมไว้แล้ว แต่เมื่อผ่านแดด ฝน และน้ำขัง ฟิล์มกันซึมบางชนิดอาจพอง ลอก หรือแตกร้าว หากทาวัสดุใหม่ทับลงไปโดยไม่รื้อส่วนที่เสื่อมออก ระบบใหม่ก็อาจล่อนตามของเดิม
- จุดรั่วไม่ได้อยู่ตรงจุดที่เห็นน้ำหยด
น้ำบนดาดฟ้าอาจเข้าจากจุดหนึ่ง แล้วไหลตามโพรง รอยต่อ หรือแนวคอนกรีตไปออกอีกจุดหนึ่ง ดังนั้นจุดที่เห็นคราบน้ำบนฝ้า อาจไม่ใช่ตำแหน่งเดียวกับจุดที่น้ำเข้าจริง
ทำไมทากันซึมทั่วไปแล้วบางครั้งยังรั่วซ้ำ?
หลายคนซื้อน้ำยากันซึมมาทาทับบนดาดฟ้าเอง หรือให้ช่างทาเฉพาะจุดที่คิดว่ารั่ว ช่วงแรกอาจดูเหมือนหาย แต่พอฝนตกหนักหรือน้ำขังนาน ๆ ก็กลับมารั่วซ้ำ เพราะระบบกันซึมไม่ได้ถูกทำครบทั้งพื้นที่และไม่ได้แก้สาเหตุเดิม
PSW Chemical ระบุว่าวัสดุทาเคลือบผิวทั่วไปมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเมื่อเจอน้ำขังและรังสี UV หากฟิล์มเคลือบเสื่อม พอง ลอก หรือยืดหยุ่นไม่พอกับรอยแตกร้าวใหม่ น้ำก็สามารถแทรกผ่านลงไปได้อีก
สาเหตุที่ทำแล้วไม่จบ
- ทาเฉพาะจุด ไม่ได้ทำทั้งระบบ
- ไม่ซ่อมรอยแตกก่อนทากันซึม
- ทาทับพื้นเปียกหรือมีฝุ่น
- ทาทับวัสดุเดิมที่เสื่อมสภาพ
- ความหนาฟิล์มไม่พอ
- ไม่เก็บรอบท่อ drain
- ไม่ทำมุมพื้นชนผนังให้ดี
- ไม่แก้ slope น้ำขัง
- เลือกวัสดุไม่เหมาะกับแดด น้ำขัง หรือการใช้งานจริง
- ไม่มีการทดสอบน้ำหลังทำเสร็จ
อยากจบปัญหาน้ำรั่วจากดาดฟ้า กันซึม ต้องเริ่มจากอะไร?
- สำรวจพื้นที่รั่วทั้งหมด
ก่อนเริ่มงานควรสำรวจดาดฟ้าทั้งผืน ไม่ใช่ดูแค่จุดที่น้ำหยดในห้อง เพราะน้ำอาจไหลจากตำแหน่งอื่น ควรตรวจทั้งพื้นที่ดาดฟ้า รอบ drain ขอบ parapet มุมพื้นชนผนัง รอยแตกร้าว จุดต่อวัสดุ และบริเวณที่เคยซ่อมมาก่อน
สิ่งที่ควรดูคือ
- มีน้ำขังตรงไหน
- พื้นมีรอยแตกลายงาหรือไม่
- มีรอยแตกกว้างหรือรอยร้าวต่อเนื่องไหม
- รอบท่อ drain มีรอยแยกหรือไม่
- ขอบผนังมีรอยแยกไหม
- กันซึมเดิมพอง ลอก หรือร่อนหรือไม่
- พื้นมีตะไคร่ คราบน้ำมัน หรือฝุ่นปูนหรือไม่
- แก้ slope และระบบระบายน้ำก่อน
ถ้าดาดฟ้ามีน้ำขัง การทำกันซึมอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะน้ำขังคือภาระต่อระบบกันซึมโดยตรง ควรปรับ slope ให้ระบายน้ำไปยัง drain ได้จริง และตรวจว่าท่อระบายน้ำไม่ตัน
ดาดฟ้าที่ดีไม่ควรปล่อยให้น้ำแช่บนพื้นนานเกินจำเป็น เพราะต่อให้วัสดุกันซึมดี ระบบก็จะเสื่อมเร็วขึ้นหากต้องรับน้ำขังตลอดเวลา
- รื้อวัสดุเดิมที่เสื่อมออก
ถ้าดาดฟ้าเคยทากันซึมไว้แล้ว ต้องตรวจว่าชั้นเดิมยังยึดเกาะดีหรือไม่ หากมีจุดพอง ลอก ร่อน หรือเป็นผง ควรรื้อออกก่อน ไม่ควรทาทับ เพราะชั้นใหม่จะยึดกับชั้นเดิมที่ไม่แข็งแรง แล้วหลุดร่อนตามกันในภายหลัง
- ซ่อมรอยแตกและพื้นผิวเสียหาย
รอยแตกร้าว หลุม รูพรุน และผิวคอนกรีตที่เสียหายควรซ่อมก่อนทำกันซึม รอยแตกบางประเภทอาจต้องเปิดร่อง อุดซ่อม หรือใช้วัสดุเสริมตามลักษณะรอย ไม่ควรหวังให้ฟิล์มกันซึมบาง ๆ ปิดปัญหาโครงสร้างทั้งหมด
- ทำความสะอาดพื้นให้พร้อม
พื้นต้องสะอาด แห้ง และไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ หรือเศษปูน เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้วัสดุกันซึมยึดเกาะไม่ดี บทความ PSW Chemical ย้ำว่างานเตรียมพื้นผิวเป็นขั้นตอนสำคัญ ถ้าพื้นไม่สะอาดหรือมีความชื้น ระบบกันซึมอาจพองหรือล่อนภายหลังได้
เลือกระบบกันซึมดาดฟ้าแบบไหนดี?
การเลือกกันซึมดาดฟ้าไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกงาน ต้องเลือกตามสภาพพื้นที่จริง หากเป็นดาดฟ้าเก่าที่มีรอยร้าวเล็ก ๆ และต้องโดนแดดฝน อาจเหมาะกับระบบทาเคลือบที่มีความยืดหยุ่นสูง หากเป็นงานเท topping ใหม่เพื่อแก้ slope อาจออกแบบกันซึมตั้งแต่เนื้อคอนกรีต หากเป็นพื้นที่ที่มีน้ำขังหนักหรือมีวัสดุปูทับ ต้องเลือกระบบที่รองรับเงื่อนไขนั้นโดยเฉพาะ
แบบที่ 1: ระบบกันซึมชนิดทาหรือพ่น
ระบบกันซึมชนิดทาและพ่นเหมาะกับดาดฟ้า หลังคา รางน้ำ ผนังภายนอก และพื้นคอนกรีต โดยวัสดุในกลุ่มนี้อาจเป็น Acrylic, Polyurethane, PU Waterproofing หรือ Polymer Coating ซึ่งจุดเด่นคือมีความยืดหยุ่น ทนแดด ทนฝน และช่วยลดปัญหารั่วซึมจากรอยแตกร้าวขนาดเล็กได้ตามระบบ
เหมาะกับงานที่ต้องการเคลือบพื้นผิวต่อเนื่อง เช่น
- ดาดฟ้าคอนกรีต
- หลังคาแบน
- ระเบียง
- รอบท่อ drain
- มุมพื้นชนผนัง
- ดาดฟ้าที่มีรายละเอียดเยอะ
- งานซ่อมกันซึมเดิม
ข้อควรระวังคือ ต้องควบคุมความหนาฟิล์มให้ได้ตามระบบ ต้องเตรียมพื้นให้ดี และต้องเลือกวัสดุที่ทนแดด ทนน้ำ และเหมาะกับสภาพน้ำขังของพื้นที่จริง
แบบที่ 2: ระบบกันซึมแบบ PU
ระบบ PU หรือ Polyurethane Waterproofing เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องการความยืดหยุ่น เพราะดาดฟ้ามีการยืดหดจากความร้อนอยู่เสมอ ข้อมูลจาก PSW Chemical ระบุว่ากันซึมแบบ PU สามารถช่วยแก้ทั้งปัญหาความร้อนและการรั่วซึมบนดาดฟ้าได้ในระบบเดียว โดยเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องโดนแดด ฝน และต้องการฟิล์มกันซึมที่รองรับการขยับตัวได้ดี
เหมาะกับงาน เช่น
- ดาดฟ้าโดนแดดจัด
- หลังคาคอนกรีต
- พื้นที่มีรอยแตกร้าวเล็ก ๆ
- งานซ่อมระบบกันซึมเดิม
- พื้นที่ที่ต้องการฟิล์มกันซึมต่อเนื่อง
ข้อควรระวังคือ ต้องดูว่าระบบนั้นทนน้ำขังได้แค่ไหน ต้องมี primer หรือ top coat หรือไม่ และพื้นที่เดินใช้งานหนักต้องมีชั้นป้องกันเพิ่มเติมหรือไม่
แบบที่ 3: ระบบกันซึมจากเนื้อคอนกรีต
ถ้าเป็นงานดาดฟ้าใหม่ หรืองานที่ต้องเท topping เพื่อปรับ slope ใหม่ การทำกันซึมตั้งแต่เนื้อคอนกรีตเป็นแนวทางที่น่าสนใจ เพราะช่วยลดการซึมผ่านของน้ำในเนื้อคอนกรีต ไม่ได้พึ่งแค่ฟิล์มเคลือบผิวด้านบน
บทความของ PSW Chemical อธิบายว่าระบบสารผสมกันซึมในคอนกรีตช่วยลดการซึมผ่านของน้ำ ลดการดูดซึมน้ำ และช่วยเรื่องการสมานรอยร้าวขนาดเล็กในคอนกรีตเมื่อมีความชื้นเข้ามากระตุ้น เหมาะกับงานที่ต้องการแก้ปัญหาดาดฟ้าตั้งแต่โครงสร้างหรือชั้น topping ใหม่
เหมาะกับงาน เช่น
- ดาดฟ้าสร้างใหม่
- ดาดฟ้าที่ต้องเท topping ใหม่
- งานปรับ slope ใหม่
- พื้นที่ที่ต้องการลดรูพรุนในคอนกรีต
- งานที่ต้องการแก้ปัญหาจากต้นทาง
ข้อควรระวังคือ แม้คอนกรีตกันซึมจะช่วยลดน้ำซึมจากเนื้อคอนกรีต แต่ยังต้องจัดการรอยต่อ รอบท่อ drain มุมผนัง และงานเก็บรายละเอียดอื่น ๆ ให้ครบ
แบบที่ 4: ระบบแผ่นเมมเบรน
ระบบแผ่นเมมเบรนเหมาะกับงานที่ต้องการชั้นกันซึมสำเร็จรูปและควบคุมความหนาวัสดุได้ชัดเจน มักใช้กับหลังคา ดาดฟ้า หรือพื้นที่ที่ต้องการระบบกันซึมระยะยาว ข้อดีคือวัสดุมีความหนาสม่ำเสมอ แต่ต้องให้ความสำคัญกับรอยต่อและการเก็บรายละเอียดอย่างมาก
เหมาะกับงาน เช่น
- ดาดฟ้าขนาดใหญ่
- หลังคาอาคาร
- พื้นที่ที่ต้องการระบบแผ่นกันซึม
- งานที่มีวัสดุปูทับหรือชั้นป้องกันด้านบน
ข้อควรระวังคือ ถ้ารอยต่อทำไม่ดี น้ำสามารถซึมผ่านแนวซ้อนทับได้ และหากมีรายละเอียดรอบท่อหรือขอบผนังจำนวนมาก ต้องใช้ช่างที่ชำนาญระบบแผ่นเมมเบรน
ขั้นตอนทำ กันซึม ดาดฟ้าให้จบปัญหา
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจและบันทึกจุดรั่ว
เริ่มจากตรวจตำแหน่งคราบน้ำด้านล่าง แล้วขึ้นไปเทียบกับตำแหน่งบนดาดฟ้า จากนั้นตรวจรอยแตกร้าว น้ำขัง drain ขอบ parapet และรอยต่อทั้งหมด หากเป็นไปได้ควรถ่ายภาพและทำเครื่องหมายจุดเสี่ยงไว้ก่อนเริ่มซ่อม
ขั้นตอนที่ 2: แก้ระบบระบายน้ำ
หากมีน้ำขัง ต้องแก้ slope หรือเปิดทางระบายน้ำก่อน เพราะถ้าปล่อยให้น้ำขัง การทากันซึมใหม่อาจช่วยได้แค่ช่วงแรก แต่ระยะยาวมีโอกาสเสื่อมเร็ว
ขั้นตอนที่ 3: เตรียมพื้นผิว
ขัด ล้าง หรือรื้อวัสดุเดิมที่เสื่อมออกให้หมด พื้นต้องแข็งแรง สะอาด แห้ง และไม่มีฝุ่นปูน คราบน้ำมัน หรือตะไคร่ เพราะการยึดเกาะของระบบกันซึมขึ้นอยู่กับพื้นผิวเป็นหลัก
ขั้นตอนที่ 4: ซ่อมรอยแตกและรูพรุน
รอยแตกลายงา รอยแตกใหญ่ หลุม และรูพรุนต้องซ่อมก่อนลงระบบกันซึม จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือมุมพื้นชนผนัง รอบท่อ drain และรอยต่อเดิม
ขั้นตอนที่ 5: ลง primer หรือชั้นรองพื้นตามระบบ
วัสดุกันซึมหลายระบบต้องใช้ primer เพื่อช่วยการยึดเกาะ โดยเฉพาะพื้นคอนกรีตเก่า พื้นที่มีฝุ่นละเอียด หรือพื้นผิวที่ดูดซึมน้ำมาก ไม่ควรข้ามขั้นตอนนี้หากระบบกำหนดไว้
ขั้นตอนที่ 6: ทำชั้นกันซึมหลัก
เลือกวัสดุกันซึมตามสภาพหน้างาน เช่น ระบบทาเคลือบ ระบบ PU ระบบแผ่นเมมเบรน หรือระบบคอนกรีตกันซึมสำหรับงานเทใหม่ โดยต้องทำตามความหนา จำนวนชั้น และวิธีติดตั้งที่ระบบกำหนด
ขั้นตอนที่ 7: เก็บรายละเอียดจุดเสี่ยง
จุดที่ต้องเก็บให้ละเอียด ได้แก่
- รอบท่อ drain
- รอบท่อทะลุพื้น
- มุมพื้นชนผนัง
- ขอบ parapet
- รอยต่อวัสดุเดิม
- ฐานอุปกรณ์บนดาดฟ้า
- จุดที่เคยซ่อมแล้วรั่วซ้ำ
จุดเหล่านี้ควรเสริมระบบตามความเหมาะสม เพราะเป็นตำแหน่งที่น้ำมักเข้ามากที่สุด
ขั้นตอนที่ 8: ตรวจความต่อเนื่องของระบบ
หลังทำกันซึมเสร็จ ต้องตรวจว่าฟิล์มไม่มีรู ไม่มีจุดบาง ไม่มีรอยย่น ไม่มีแนวเปิด และไม่มีส่วนที่ล่อน หากเป็นระบบแผ่นต้องตรวจแนวรอยต่อ หากเป็นระบบทาต้องตรวจความหนาและความต่อเนื่องของฟิล์ม
ขั้นตอนที่ 9: ทดสอบน้ำก่อนส่งงาน
การทดสอบน้ำช่วยให้เห็นข้อบกพร่องก่อนเปิดใช้งานจริง โดยเฉพาะดาดฟ้าที่เคยรั่วซ้ำหลายครั้ง ควรทดสอบหลังวัสดุบ่มตัวตามระยะเวลาที่เหมาะสม และตรวจฝ้าหรือพื้นที่ด้านล่างว่ามีคราบน้ำหรือไม่
ขั้นตอนที่ 10: วางแผนดูแลหลังทำเสร็จ
แม้ทำกันซึมดีแล้ว ก็ต้องดูแล drain และความสะอาดของดาดฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพราะใบไม้ เศษปูน หรือขยะอาจอุดตันท่อ ทำให้น้ำขังและเพิ่มภาระต่อระบบกันซึม
จุดสำคัญที่ทำให้ทำกันซึมแล้ว “จบ” จริง
ต้องแก้น้ำขังก่อน
ถ้าดาดฟ้ามีน้ำขังแล้วไม่แก้ slope หรือ drain ต่อให้วัสดุดีแค่ไหนก็เสี่ยงรั่วซ้ำ เพราะน้ำขังทำให้ระบบกันซึมทำงานหนักตลอดเวลา
ต้องทำทั้งพื้นที่ ไม่ใช่แค่แต้มจุดรั่ว
การแต้มเฉพาะจุดอาจแก้ได้ชั่วคราว แต่ถ้าพื้นดาดฟ้ามีรอยแตกลายงาหลายจุด น้ำอาจย้ายไปเข้าจุดอื่น ควรประเมินว่าต้องทำเต็มพื้นที่หรือซ่อมเฉพาะโซนตามสภาพจริง
ต้องเก็บมุมและท่อให้ดี
พื้นกว้างอาจไม่ใช่จุดที่รั่วบ่อยที่สุด จุดที่รั่วซ้ำมักเป็นรอบ drain มุมพื้นชนผนัง ขอบ parapet และรอยต่อ จึงต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดมากกว่าการทาพื้นกลางอย่างเดียว
ต้องเลือกวัสดุให้ตรงสภาพใช้งาน
ดาดฟ้าที่โดนแดดจัด ต้องเลือกวัสดุที่ทน UV ดาดฟ้าที่มีน้ำขังต้องเลือกวัสดุที่รับน้ำขังได้ตามระบบ ดาดฟ้าที่มีรอยแตกต้องเลือกวัสดุที่ยืดหยุ่นหรือเสริมระบบรอยต่อ
ต้องตรวจงานก่อนปิดจบ
การทดสอบน้ำ ตรวจฟิล์ม ตรวจรอยต่อ และตรวจ drain ก่อนส่งงาน ช่วยลดโอกาสซ่อมซ้ำหลังฝนตกจริง
ตารางเลือกแนวทางกันซึมตามอาการดาดฟ้า
| อาการดาดฟ้า | แนวทางที่ควรพิจารณา | สิ่งที่ต้องระวัง |
| รอยแตกลายงาเล็ก ๆ หลายจุด | ระบบทาเคลือบยืดหยุ่นหรือ PU | ต้องคุมความหนาและเตรียมพื้นดี |
| น้ำขังเป็นแอ่ง | ปรับ slope และแก้ drain ก่อนทำกันซึม | ห้ามทาทับโดยไม่แก้น้ำขัง |
| ระบบเดิมพองลอก | รื้อส่วนที่เสื่อมออกก่อน | ทาทับแล้วมักล่อนซ้ำ |
| รอบท่อ drain รั่ว | เก็บรายละเอียดรอบ drain ใหม่ | ต้องป้องกันน้ำซึมตามขอบท่อ |
| ดาดฟ้าเก่ามาก ผิวพรุน | ซ่อมพื้นและใช้ primer ตามระบบ | พื้นต้องแข็งแรงก่อนลงกันซึม |
| ต้องเท topping ใหม่ | พิจารณากันซึมจากเนื้อคอนกรีตร่วมกับระบบผิว | ยังต้องเก็บรอยต่อและ drain |
| พื้นที่โดนแดดจัด | เลือกระบบทน UV หรือมีชั้นปกป้อง | วัสดุไม่ทนแดดจะเสื่อมเร็ว |
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ดาดฟ้ารั่วซ้ำ
- ไม่หาสาเหตุรั่วจริง
- ทากันซึมทับพื้นสกปรก
- ไม่รื้อชั้นเดิมที่ล่อน
- ไม่ซ่อมรอยแตกก่อนทา
- ไม่แก้น้ำขัง
- ไม่ทำ slope เข้าท่อ drain
- ไม่เก็บขอบ parapet
- ไม่เก็บรอบท่อระบายน้ำ
- ทาบางเกินไป
- ใช้วัสดุไม่เหมาะกับแดดและน้ำขัง
- ไม่รอให้วัสดุบ่มตัวก่อนโดนน้ำ
- ไม่ทดสอบน้ำก่อนจบงาน
ดูแลดาดฟ้าหลังทำกันซึมอย่างไรไม่ให้รั่วซ้ำ?
หลังทำกันซึมเสร็จ ไม่ควรปล่อยดาดฟ้าแบบไม่ดูแลเลย เพราะระบบกันซึมจะอยู่ได้นานขึ้นเมื่อมีการตรวจเช็กและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
ควรดูแลดังนี้
- ตรวจท่อ drain ก่อนและหลังฤดูฝน
- เก็บใบไม้ เศษปูน และขยะออกจากดาดฟ้า
- อย่าลากของมีคมบนชั้นกันซึม
- หากต้องติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ควรเก็บกันซึมรอบฐานใหม่ทุกครั้ง
- ตรวจรอยแตกร้าวปีละครั้ง
- หากเห็นฟิล์มกันซึมพอง ลอก หรือขาด ควรรีบซ่อม
- อย่าปล่อยให้น้ำขังซ้ำเป็นเวลานาน
สรุป: น้ำรั่วจากดาดฟ้าต้องแก้เป็นระบบถึงจะจบปัญหา
น้ำรั่วจากดาดฟ้าจะจบได้เมื่อแก้ครบทั้งสาเหตุและระบบกันซึม ไม่ใช่แค่ทาน้ำยาทับตรงรอยรั่ว เพราะต้นเหตุอาจมาจากรอยแตกลายงา น้ำขัง slope ไม่ดี ท่อระบายน้ำอุดตัน คอนกรีตมีรูพรุน หรือระบบกันซึมเดิมเสื่อมสภาพ
แนวทางที่ควรทำคือสำรวจทั้งพื้นที่ แก้น้ำขัง รื้อวัสดุเดิมที่เสื่อม ซ่อมรอยแตก เตรียมพื้นให้สะอาด เลือกระบบกันซึมให้เหมาะกับสภาพดาดฟ้า เก็บรายละเอียดรอบ drain และมุมผนังให้ครบ แล้วทดสอบน้ำก่อนส่งงาน
ถ้าดาดฟ้าเป็นงานซ่อมทั่วไป ระบบทาเคลือบหรือ PU ที่ยืดหยุ่นและทนสภาพอากาศอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะ แต่ถ้าเป็นงานเทดาดฟ้าใหม่หรือเท topping เพื่อปรับ slope อาจพิจารณาแนวทางกันซึมจากเนื้อคอนกรีตร่วมด้วย ทั้งหมดต้องเลือกตามสภาพหน้างานจริงและทำตามระบบอย่างถูกต้อง จึงจะลดโอกาสรั่วซ้ำและช่วยให้ดาดฟ้าใช้งานได้มั่นใจในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!




