กันซึมหลังคาดาดฟ้าด้วย Sika : เลือกระบบ PU/PVC ให้เหมาะกับงานและงบ
พอเข้าช่วงหน้าฝนทีไร ปัญหายอดฮิตที่ทำเอาเจ้าของบ้านหรือเจ้าของตึกต้องกุมขมับก็คงหนีไม่พ้น “ดาดฟ้ารั่ว” ใช่ไหมครับ? บางคนแก้ปัญหาด้วยการไปซื้อสีกันซึมถูกๆ มาทาทับ ทาไปได้ไม่ถึงปี พอเจอแดดแรงๆ สลับกับฝนตกหนัก สีก็พอง ลอกล่อน และน้ำก็กลับมาซึมลงฝ้าเพดานเหมือนเดิม
ถ้าคุณเบื่อกับวงจรการซ่อมดาดฟ้าแบบซ้ำซาก และอยากได้โซลูชันที่ “ทำทีเดียวจบ” ชื่อแรกที่ช่างมืออาชีพและวิศวกรโครงการแนะนำย่อมหนีไม่พ้นแบรนด์ระดับโลกอย่าง Sika (ซิก้า) ครับ
แต่พอเปิดแคตตาล็อกของ Sika ดู หลายคนอาจจะเริ่มงง เพราะเขามีระบบกันซึมดาดฟ้าให้เลือกเยอะมาก โดยเฉพาะ 2 ตัวท็อปอย่าง ระบบทาเคลือบ PU (Polyurethane) และ ระบบแผ่นเมมเบรน PVC วันนี้ผมจะพามาเจาะลึกกันแบบภาษาคนทำงานครับว่า ทั้งสองระบบนี้มันต่างกันยังไง? หน้างานแบบไหนควรใช้แบบทา? แบบไหนควรปูแผ่น? และงบประมาณในกระเป๋าของคุณเหมาะกับตัวไหนมากที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างคุ้มค่าที่สุดครับ
ทำไมงานกันซึมดาดฟ้า ถึงต้องไว้ใจ Sika ?
ก่อนจะไปเลือกระบบ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมถึงต้องเจาะจงใช้แบรนด์นี้ ดาดฟ้าเมืองไทยนั้นโหดร้ายมากนะครับ กลางวันแดดเผาจนคอนกรีตร้อนจัด พอตกเย็นฝนตกกระหน่ำ คอนกรีตจะเกิดการยืดหดตัวอย่างรุนแรง (Thermal Shock) ทำให้เกิดรอยแตกร้าว
ผลิตภัณฑ์ของ Sika ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาวะสุดขั้วแบบนี้โดยเฉพาะครับ ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นที่สูงมาก ทนทานต่อรังสี UV และที่สำคัญคือ “ทนน้ำขัง” ซึ่งเป็นจุดตายของกันซึมยี่ห้อทั่วไปตามท้องตลาด การเลือกใช้ Sika จึงไม่ใช่แค่การซื้อน้ำยาหรือแผ่นพลาสติก แต่มันคือการซื้อ “ความชัวร์” ว่าบ้านคุณจะปลอดภัยจากน้ำรั่วไปอีกนับสิบปี

เจาะลึกระบบ Sika PU (Polyurethane): กันซึมไร้รอยต่อ ทนน้ำขัง ใช้งานง่าย
มาเริ่มกันที่ระบบแรกครับ กันซึมชนิดทาเคลือบโพลียูรีเทน (PU Liquid Applied Membrane) ตัวที่คุ้นหูช่างที่สุดในตระกูลนี้ก็คือซีรีส์ Sikalastic (เช่น Sikalastic-590 หรือ Sikalastic-632 R)
ระบบนี้จะมาเป็นถังของเหลวครับ เวลาทำงานช่างจะใช้ลูกกลิ้ง แปรง หรือเครื่องพ่น ทาลงไปบนพื้นดาดฟ้า พอแห้งแล้วมันจะเซตตัวกลายเป็น “แผ่นฟิล์มยาง” เคลือบผิวคอนกรีตไว้ทั้งหมด
จุดเด่นของกันซึม Sika ชนิด PU
- ไร้รอยต่อ 100% (Seamless): เพราะใช้วิธีทา ทำให้ฟิล์มสีเชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว ไม่มีรอยต่อที่เป็นจุดเสี่ยงให้น้ำซึมเข้า
- เข้าซอกซอนได้ดีเยี่ยม: นี่คือไม้ตายของ PU ครับ ถ้าดาดฟ้าคุณมีท่อระบายน้ำเยอะๆ มีฐานวางคอมเพรสเซอร์แอร์ หรือมีซอกมุมซับซ้อน การใช้ลูกกลิ้งทาจะเข้าไปเก็บงานได้เนียนและง่ายกว่าแบบแผ่นมาก
- ทนน้ำขังได้ดี: ต่างจากกันซึมอะคริลิกทั่วไปที่แช่น้ำนานๆ แล้วจะเปื่อยยุ่ย PU ของ Sika ถูกพัฒนามาให้แช่น้ำขังได้โดยไม่ลอกล่อน
- ซ่อมแซมง่าย: ในอนาคตถ้ามีจุดไหนโดนของมีคมบาดขาด ก็สามารถเอา PU มาทาแต้มซ่อมเฉพาะจุดได้เลย
หน้างานแบบไหน และงบเท่าไหร่ถึงเหมาะกับ PU?
- เหมาะกับ: ดาดฟ้าบ้านตึกแถว, ทาวน์โฮม, ระเบียงคอนกรีต หรือดาดฟ้าที่มีสิ่งกีดขวางเยอะ พื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก
- งบประมาณ: อยู่ในระดับ “ปานกลางถึงประหยัด” ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับเจ้าของบ้านทั่วไปที่ต้องการอัปเกรดจากกันซึมเกรดธรรมดา มาใช้ของคุณภาพสูงโดยที่งบไม่บานปลาย
เจาะลึกระบบ PVC Membrane: เกราะป้องกันขั้นสุด ทนทานนับสิบปี
มาถึงระบบที่สอง ซึ่งถือเป็น “ตัวจบ” ของงานโครงการขนาดใหญ่ นั่นคือ ระบบแผ่นเมมเบรน PVC (Single Ply Membrane) นำทัพโดยซีรีส์ระดับตำนานอย่าง Sika Sarnafil
ระบบนี้ไม่ได้มาเป็นถังน้ำยาครับ แต่มาเป็น “ม้วนแผ่นยางสังเคราะห์” คล้ายๆ เสื่อน้ำมันแผ่นใหญ่ๆ เวลาติดตั้ง ช่างจะปูแผ่นลงบนดาดฟ้า แล้วใช้เครื่องเป่าลมร้อน (Hot Air Welding) เชื่อมรอยต่อระหว่างแผ่นให้หลอมละลายติดกันเป็นเนื้อเดียว
ทำไม Sika Sarnafil (PVC) ถึงเป็นที่สุดของวงการ?
- ความหนาสม่ำเสมอเป๊ะ: เพราะผลิตจากโรงงาน คุณจะได้ความหนาของแผ่นกันซึม (เช่น 1.5 มม. หรือ 2.0 มม.) เท่ากันทุกตารางนิ้ว ไม่ต้องมาลุ้นว่าช่างจะทาบางไปหรือเปล่า
- อายุการใช้งานระดับ 20-30 ปี: แผ่น PVC ของ Sika ทนรังสี UV สภาพอากาศ และสารเคมีได้แบบสุดขั้ว หลายโครงการทั่วโลกติดตั้งมา 30 ปีแล้วยังไม่รั่วเลยครับ
- ยืดหยุ่นสูง รับการขยับตัวของตึกได้ดี: หากตึกทรุดตัว หรือหลังคาเหล็ก (Metal Sheet) มีการสั่นไหว แผ่น PVC จะให้ตัวตามได้โดยไม่ฉีกขาด
- สะท้อนความร้อน (Cool Roof): แผ่นสีขาวสามารถสะท้อนความร้อนออกจากหลังคาได้ดีมาก ช่วยประหยัดค่าแอร์ในอาคารได้อย่างชัดเจน
หน้างานแบบไหน และงบเท่าไหร่ถึงเหมาะกับ PVC?
- เหมาะกับ: ดาดฟ้าโล่งๆ กว้างๆ, ห้างสรรพสินค้า, โรงงานอุตสาหกรรม, หลังคาโครงสร้างเหล็ก หรือบ้านหรูที่ต้องการทำครั้งเดียวจบไม่ต้องมาดูแลอีก
- งบประมาณ: อยู่ในระดับ “พรีเมียม” ราคาเริ่มต้นจะสูงกว่าแบบทา PU ค่อนข้างมาก และต้องใช้ทีมช่างที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง (Certified Applicator) เท่านั้น แต่ถ้ามองเรื่องความคุ้มค่าระยะยาว (Life Cycle Cost) ถือว่าถูกกว่าการต้องมานั่งซ่อมทุกๆ 5 ปีแน่นอนครับ

เปรียบเทียบชัดๆ Sika PU vs PVC เลือกตัวไหนดี?
เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ลองดูตารางสรุปเทียบกันหมัดต่อหมัดครับ:
| ข้อเปรียบเทียบ | แบบทา PU (Sikalastic) | แบบแผ่น PVC (Sika Sarnafil) |
| ลักษณะการติดตั้ง | ทาด้วยลูกกลิ้ง/พ่น (ไร้รอยต่อ) | ปูแผ่นเชื่อมด้วยลมร้อน |
| พื้นที่ที่เหมาะสม | พื้นที่เล็ก-กลาง / ซอกมุมเยอะ | พื้นที่โล่งกว้าง / โปรเจกต์ขนาดใหญ่ |
| ความหนาของกันซึม | ขึ้นอยู่กับน้ำหนักมือช่าง | สม่ำเสมอ 100% จากโรงงาน |
| อายุการใช้งานโดยเฉลี่ย | 5 – 10 ปี | 15 – 30 ปี+ |
| การซ่อมแซม | ทำได้ง่าย ทำเองได้ | ต้องใช้ช่างเฉพาะทางและเครื่องเป่าลมร้อน |
| งบประมาณเริ่มต้น | ปานกลาง (จับต้องได้ง่าย) | สูง (เน้นลงทุนระยะยาว) |
บทสรุป
การทำระบบกันซึมดาดฟ้า เปรียบเสมือนการซื้อร่มคันใหญ่ให้บ้านครับ จะเลือกร่มแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและงบประมาณของคุณ
- ถ้างบจำกัด ดาดฟ้าไม่ใหญ่มาก มีท่อมีคอมแอร์วางเกะกะเต็มไปหมด > เลือกแบบทา PU (Sikalastic) คือคำตอบที่ตรงโจทย์และทำงานง่ายที่สุดครับ
- ถ้างบถึง ต้องการความเนี้ยบ ดาดฟ้าโล่งกว้าง และไม่อยากปีนขึ้นมาซ่อมหลังคาอีกเลยในอีก 20 ปีข้างหน้า > เลือกระบบแผ่น PVC (Sarnafil) รับรองว่าเจ็บแต่จบอย่างแท้จริงครับ
ไม่ว่าคุณจะเลือกระบบไหน การใช้วัสดุจาก Sika ก็การันตีคุณภาพได้เกินร้อยอยู่แล้ว แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “เทคนิคการติดตั้ง” และ “การเตรียมพื้นผิว” ที่ถูกต้อง หากคุณกำลังวางแผนทำกันซึมดาดฟ้า ไม่แน่ใจว่าจะใช้รุ่นไหน หรืออยากได้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินหน้างาน
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @899exwad หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล [email protected] เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!




