Sikalastic 632 R กันซึม ทาเคลือบแห้งไว กันฝนหลังทา 60 นาที

ส.ค. 04, 2026 by admin Blog 0 comment

Sikalastic 632 R กันซึม ทาเคลือบแห้งไว กันฝนหลังทา 60 นาที

งานกันซึมหลังคาเป็นงานที่ต้องแข่งกับสภาพอากาศมากกว่างานส่วนอื่นของอาคาร เพราะหลังคา ดาดฟ้า และระเบียงภายนอกต้องเจอทั้งแดด ฝน ความชื้น ลม และอุณหภูมิที่เปลี่ยนตลอดวัน หากเลือกวัสดุกันซึมที่แห้งช้าเกินไป อาจเสี่ยงโดนฝนก่อนที่วัสดุจะเซ็ตตัว ทำให้ฟิล์มกันซึมเสียหาย เกิดรอยด่าง พอง ล่อน หรือประสิทธิภาพลดลงได้

Sikalastic 632 R หรือ Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาประเภทโพลียูรีเทน ชนิด 1 ส่วนประกอบ ใช้งานแบบทาเคลือบ แห้งตัวไว และบ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งตัวแล้วจะเกิดเป็นแผ่นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับงานหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก และ terrace deck

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Sikalastic 632 R คือ ทนฝนได้เร็วหลังทา โดยในเอกสารผลิตภัณฑ์ของ Sika ระบุว่าในสภาพอากาศประมาณ +30°C / ความชื้นสัมพัทธ์ 85% วัสดุจะทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือ 60 นาที ส่วนในสภาพอากาศประมาณ +20°C / ความชื้นสัมพัทธ์ 55% จะทนฝนได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ทั้งนี้เวลาจริงอาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ ความชื้น อุณหภูมิ และความรุนแรงของฝนในหน้างาน

Sikalastic 632 R คืออะไร?

Sikalastic 632 R คือวัสดุกันซึมหลังคาชนิด liquid applied membrane หรือเมมเบรนกันซึมแบบเหลว ใช้ทาเคลือบลงบนพื้นผิว เมื่อแห้งตัวแล้วจะกลายเป็นฟิล์มกันซึมต่อเนื่อง ช่วยป้องกันน้ำซึมผ่านพื้นผิวหลังคาและดาดฟ้า

วัสดุนี้เป็นโพลียูรีเทนแบบ 1 ส่วนประกอบ ใช้งานสะดวก ไม่ต้องผสมหลาย Part ก่อนใช้งาน ลดความเสี่ยงจากการผสมผิดอัตราส่วน และเหมาะกับงานซ่อมหลังคา งานปรับปรุงดาดฟ้า รวมถึงงานที่ต้องการเก็บรายละเอียดบนหลังคา เช่น รอบท่อ drain มุมพื้นชนผนัง ขอบ parapet และช่องแสงหลังคา

เหมาะกับงาน เช่น

  • หลังคาแนวราบ
  • หลังคามีความชัน
  • ดาดฟ้าคอนกรีต
  • ระเบียงภายนอก
  • Terrace deck
  • งานซ่อมหลังคาเก่า
  • งานปรับปรุงระบบกันซึมเดิม
  • หลังคาที่มีท่อระบายน้ำและรางน้ำ
  • หลังคาที่มีช่องแสงหรือรูปทรงซับซ้อน

ทำไมวัสดุกันซึมหลังคาต้องแห้งไว?

งานหลังคาเป็นพื้นที่ที่ควบคุมสภาพอากาศได้ยาก ต่อให้วางแผนทำงานช่วงแดดดี ก็ยังมีโอกาสเจอฝนกะทันหัน โดยเฉพาะในฤดูฝนหรือพื้นที่ที่อากาศเปลี่ยนเร็ว หากวัสดุกันซึมแห้งช้าเกินไป ความเสี่ยงที่ฝนจะตกใส่ขณะฟิล์มยังไม่เซ็ตตัวจะสูงขึ้น

วัสดุกันซึมที่แห้งไวช่วยให้การทำงานบนหลังคามั่นใจขึ้น เพราะลดช่วงเวลาที่วัสดุยังอ่อนตัวและเสี่ยงเสียหายจากฝน ฝุ่น หรือความชื้นในอากาศ

ปัญหาที่มักเกิดเมื่อวัสดุกันซึมโดนฝนเร็วเกินไป

  • ฟิล์มกันซึมเป็นรอย
  • ผิววัสดุเสียหายจากแรงกระแทกของฝน
  • เกิดรอยด่างหรือผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ฟิล์มบางส่วนอาจล้างหรือไหล
  • การยึดเกาะอาจลดลง
  • ต้องซ่อมเฉพาะจุดหรือทาซ้ำ
  • เสียเวลาและต้นทุนงานเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ Sikalastic 632 R จะทนฝนได้เร็ว แต่เอกสารผลิตภัณฑ์ยังระบุว่าฝนหนักหรือฝนกระแทกแรงสามารถทำให้เมมเบรนที่เพิ่งทาและยังเปียกอยู่เสียหายทางกายภาพได้ จึงควรวางแผนงานตามสภาพอากาศจริงเสมอ

ทำไมวัสดุกันซึมหลังคาต้องแห้งไว?
ทำไมวัสดุกันซึมหลังคาต้องแห้งไว?

กันฝนหลังทา 60 นาที หมายความว่าอย่างไร?

คำว่า กันฝนหลังทา 60 นาที ควรเข้าใจอย่างถูกต้องว่า หมายถึงในสภาพอากาศที่เหมาะสมตามเอกสารผลิตภัณฑ์ เช่น ประมาณ +30°C และความชื้นสัมพัทธ์ 85% วัสดุสามารถทนฝนได้หลังทาประมาณ 1 ชั่วโมง ไม่ได้หมายความว่าทุกหน้างานจะกันฝนได้ภายใน 60 นาทีเท่ากันเสมอไป

เวลาการแห้งตัวของวัสดุขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น

  • อุณหภูมิอากาศ
  • ความชื้นสัมพัทธ์
  • อุณหภูมิพื้นผิว
  • ความหนาที่ทา
  • การระบายอากาศ
  • สภาพแดดหรือเมฆ
  • ความแรงของฝน
  • ความชื้นในพื้นผิวเดิม

ถ้าอากาศเย็น ความชื้นต่ำ หรือพื้นผิวเย็นกว่าปกติ เวลาแห้งตัวอาจนานขึ้น เช่น ในเอกสาร Sika ระบุว่าที่ +20°C / 55% RH ระยะเวลาทนฝนอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่ใช่ 60 นาที

กันฝนหลังทา 60 นาที หมายความว่าอย่างไร?
กันฝนหลังทา 60 นาที หมายความว่าอย่างไร?

จุดเด่นของ Sikalastic 632 R

  1. แห้งตัวไว เหมาะกับงานหลังคา

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุกันซึมชนิด rapid cure หรือแห้งและบ่มตัวเร็ว เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องการลดความเสี่ยงจากฝนหลังทา โดยเฉพาะงานซ่อมหลังคาและดาดฟ้าที่ต้องเปิดรับสภาพอากาศโดยตรง

  1. ทนฝนได้เร็วหลังติดตั้ง

หนึ่งในคุณสมบัติเด่นคือทนฝนได้เกือบจะทันทีหลังติดตั้ง โดยในสภาพอากาศประมาณ +30°C / 85% RH สามารถทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ช่วยให้หน้างานหลังคามีความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้นเมื่อเทียบกับวัสดุที่ต้องรอแห้งนาน

  1. เป็นโพลียูรีเทนชนิดทาเคลือบ

วัสดุประเภทโพลียูรีเทนมีความยืดหยุ่น เหมาะกับงานหลังคาที่ต้องเจอการยืดหดจากความร้อนและอุณหภูมิ Sikalastic 632 R สามารถรองรับการเคลื่อนตัวจากความร้อนปกติของพื้นผิวได้ และมีความสามารถในการ crack bridging ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

  1. เป็นฟิล์มไร้รอยต่อ

หลังจากทาและแห้งตัวแล้ว Sikalastic 632 R จะกลายเป็นฟิล์มกันซึมต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ ช่วยลดจุดเสี่ยงจากแนวต่อของวัสดุ เหมาะกับหลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อน เช่น รอบท่อ drain, roof light, penetrations และพื้นที่ที่มีรูปทรงซับซ้อน

  1. ส่วนประกอบเดียว ใช้งานพร้อมใช้

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุ 1 ส่วนประกอบ ไม่ต้องผสมหลายส่วนก่อนใช้งาน ช่วยลดความผิดพลาดหน้างาน ลดขั้นตอนการทำงาน และเหมาะกับงานซ่อมหลังคาหรือปรับปรุงหลังคาเดิม

  1. ไอน้ำซึมผ่านได้ ช่วยให้พื้นผิวระบายความชื้น

วัสดุมีคุณสมบัติ vapour permeable หรือยอมให้ไอน้ำซึมผ่านได้ ช่วยให้พื้นผิวสามารถระบายความชื้นได้ตามระบบ ลดความเสี่ยงบางกรณีจากความชื้นสะสมใต้ชั้นฟิล์ม เมื่อเตรียมพื้นผิวและเลือก primer เหมาะสม

Sikalastic 632 R เหมาะกับงานแบบไหน?

หลังคาแนวราบ

เหมาะกับหลังคาแนวราบที่ต้องการระบบกันซึมทาเคลือบต่อเนื่อง โดยต้องตรวจ slope และ drain ให้ดี เพื่อไม่ให้น้ำขังนานเกินไป

หลังคามีความชัน

เหมาะกับหลังคาที่มีความลาดเอียงและต้องการวัสดุเคลือบผิวที่สามารถทาตามพื้นผิวได้ดี

ดาดฟ้าคอนกรีต

เหมาะกับดาดฟ้าคอนกรีตที่ต้องการซ่อมหรือปรับปรุงระบบกันซึม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีรอยแตกร้าวเล็ก ๆ หรือมีรายละเอียดหลายจุด

ระเบียงภายนอกและ terrace deck

เหมาะกับระเบียงภายนอกหรือ terrace deck ที่ต้องการป้องกันน้ำซึมก่อนทำระบบปิดผิว หรือใช้เป็นระบบกันซึมตามเงื่อนไขที่ออกแบบ

หลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อน

เหมาะกับหลังคาที่มีท่อระบายน้ำ รางน้ำ ช่องแสง roof light ท่อทะลุพื้น หรือรูปทรงซับซ้อน เพราะวัสดุชนิดทาเคลือบสามารถคลุมรายละเอียดเหล่านี้ได้ต่อเนื่องมากกว่าการใช้วัสดุที่ต้องตัดต่อหลายชิ้น

Sikalastic 632 R ใช้กับพื้นผิวอะไรได้บ้าง?

จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ Sikalastic 632 R สามารถใช้กับพื้นผิวหลายประเภท เช่น ซีเมนต์ อิฐ หิน บิทูเมนแบบทาเคลือบ แผ่นบิทูเมน โลหะ ซีเมนต์ใยหิน กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา และไม้ โดยการเตรียมพื้นผิวและ primer ต้องเลือกให้เหมาะกับชนิดพื้นผิวจริง

พื้นผิวที่พบในงานหลังคา เช่น

  • คอนกรีต
  • ปูนซีเมนต์
  • อิฐก่อ
  • หิน
  • บิทูเมนเดิมที่ยังมีสภาพเหมาะสม
  • โลหะบางประเภท
  • กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา
  • ไม้
  • ซีเมนต์ใยหิน

ก่อนทา Sikalastic 632 R ต้องเตรียมพื้นอย่างไร?

ตรวจสภาพพื้นผิว

พื้นผิวต้องแข็งแรง ไม่ร่วน ไม่หลุดล่อน และไม่มีชั้นวัสดุเดิมที่เสื่อมสภาพ หากทาทับบนพื้นเดิมที่พองหรือล่อน ระบบใหม่อาจหลุดตามชั้นเดิมได้

ทำความสะอาดพื้น

ต้องกำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ ปูนร่วน และสิ่งปนเปื้อนออกให้หมด เพราะสิ่งเหล่านี้ลดการยึดเกาะของวัสดุกันซึม

ซ่อมรอยแตกและรูพรุน

รอยแตก หลุม รูพรุน และจุดเสียหายควรซ่อมก่อนทา เพื่อให้ฟิล์มกันซึมต่อเนื่องและได้ความหนาที่เหมาะสม

ตรวจความชื้นและจุดน้ำขัง

ไม่ควรทาบนพื้นผิวที่มีน้ำขังหรือความชื้นไม่เหมาะสม ต้องตรวจสภาพพื้นและอุณหภูมิผิวให้เหมาะกับเงื่อนไขการติดตั้ง

เลือก primer ให้เหมาะกับพื้นผิว

พื้นผิวซีเมนต์ อิฐ หิน กระเบื้องไม่ขัดเงา บิทูเมนเดิม และโลหะ อาจต้องใช้ primer ต่างกันตามระบบ Sika เช่น พื้นผิวซีเมนต์ใช้ Sikalastic U primer ส่วนโลหะหรือบิทูเมนเดิมใช้ Sikalastic Metal Primer ตามข้อมูลในเอกสารผลิตภัณฑ์

ขั้นตอนการใช้งานโดยสรุป

  1. สำรวจหลังคาและจุดเสี่ยงรั่วซึม
  2. ตรวจ slope, drain และจุดน้ำขัง
  3. รื้อวัสดุเดิมที่พอง ล่อน หรือเสื่อมสภาพ
  4. ทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่นและคราบน้ำมัน
  5. ซ่อมรอยแตก หลุม รูพรุน และมุมที่เสียหาย
  6. เลือก primer ให้เหมาะกับพื้นผิว
  7. ทา primer ตามระบบที่กำหนด
  8. ทา Sikalastic 632 R ชั้นแรกตามปริมาณที่ออกแบบ
  9. เสริมแรงในจุดเสี่ยง เช่น รอบท่อ มุมผนัง และรายละเอียดซับซ้อน
  10. รอระยะเวลาทาทับตามสภาพอากาศ
  11. ทาชั้นถัดไปให้ได้ความหนาตามระบบ
  12. ตรวจฟิล์มกันซึมว่าต่อเนื่อง ไม่มีรู ไม่มีจุดบาง
  13. ปล่อยให้วัสดุบ่มตัวก่อนเปิดใช้งานหรือทดสอบน้ำ

ระยะเวลาแห้งและทาทับควรรู้อะไรบ้าง?

ในเอกสาร Sika ระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับระยะเวลาทำงานไว้ดังนี้

  • ที่ +30°C / 85% RH: ทนฝนประมาณ 1 ชั่วโมง, touch dry ประมาณ 1 ชั่วโมง, full cure ประมาณ 3 ชั่วโมง
  • ที่ +20°C / 55% RH: ทนฝนประมาณ 2 ชั่วโมง, touch dry ประมาณ 2 ชั่วโมง, full cure ประมาณ 6 ชั่วโมง
  • เวลาทาทับขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 3 ชั่วโมงที่ +30°C / 50% RH, 6 ชั่วโมงที่ +20°C / 50% RH และ 12 ชั่วโมงที่ +10°C / 50% RH
  • หากเว้นระยะทาทับเกิน 2 วัน ต้องทำความสะอาดและใช้ Sika Reactivation Primer ก่อนทำงานต่อ

ดังนั้น คำว่า “แห้งไว” ต้องดูควบคู่กับอุณหภูมิและความชื้นหน้างาน ไม่ควรใช้เวลาเดียวกันทุกสภาพอากาศ

ข้อควรระวังในการใช้ Sikalastic 632 R

  • ควรติดตั้งโดยช่างที่มีประสบการณ์
  • ไม่ควรใช้บนพื้นผิวที่มี rising moisture
  • ไม่เหมาะกับการแช่น้ำถาวร
  • ไม่ควรเจือจางวัสดุด้วยตัวทำละลาย
  • ไม่ควรใช้กับงานภายในอาคารที่ระบายอากาศไม่ดี
  • ต้องปิดช่องรับอากาศของเครื่องปรับอากาศใกล้พื้นที่ติดตั้ง
  • ไม่ควรทาโดยตรงบน insulation boards
  • ไม่ควรทาทับวัสดุบิทูเมนที่ระเหยหรือไม่เสถียร เพราะอาจเกิดคราบหรือทำให้ชั้นวัสดุอ่อนตัว
  • หากโดนฝนหนักขณะวัสดุยังเปียก อาจทำให้ผิวเมมเบรนเสียหายได้
  • พื้นผิวและเมมเบรนที่ยังไม่แห้งต้องมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดน้ำค้างอย่างน้อย 3°C เพื่อลดความเสี่ยงการเกิด condensation หรือ blooming

ข้อผิดพลาดที่ทำให้กันซึมแห้งไวแต่ยังรั่วซ้ำ

  • ทาบนพื้นผิวที่ยังชื้นหรือมีน้ำขัง
  • ไม่ทำความสะอาดฝุ่นและคราบน้ำมัน
  • ไม่ใช้ primer ให้เหมาะกับพื้นผิว
  • ทาวัสดุบางเกินไป
  • ไม่เสริมแรงรอบท่อหรือมุมผนัง
  • ไม่แก้ slope ทำให้น้ำขังหลังทำเสร็จ
  • ทาชั้นถัดไปเร็วหรือช้าเกินเงื่อนไขระบบ
  • โดนฝนหนักก่อนฟิล์มแข็งแรงพอ
  • ทาทับวัสดุเดิมที่เสื่อมหรือพองล่อน
  • เปิดใช้งานเร็วเกินไปก่อนวัสดุบ่มตัว

Sikalastic 632 R เหมาะกับใคร?

Sikalastic 632 R เหมาะกับเจ้าของอาคาร ผู้รับเหมา ช่างกันซึม วิศวกร และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องการวัสดุกันซึมหลังคาแบบทาเคลือบ แห้งไว และลดความเสี่ยงจากฝนหลังติดตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอกที่ต้องทำงานแข่งกับสภาพอากาศ

เหมาะกับงาน เช่น

  • ซ่อมหลังคารั่ว
  • กันซึมดาดฟ้า
  • กันซึมหลังคาคอนกรีต
  • กันซึมระเบียงภายนอก
  • งานปรับปรุงหลังคาเก่า
  • หลังคาที่มีท่อและรางน้ำหลายจุด
  • หลังคาที่มีรูปทรงซับซ้อน
  • งานที่ต้องการวัสดุ 1 ส่วนประกอบและแห้งไว

สรุป: Sikalastic 632 R กันซึมทาเคลือบ แห้งไว และทนฝนได้เร็วหลังทา

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุกันซึมหลังคาโพลียูรีเทนชนิด 1 ส่วนประกอบ ใช้งานแบบทาเคลือบ แห้งและบ่มตัวเร็ว เมื่อแห้งแล้วเกิดเป็นฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคาแนวราบ หลังคามีความชัน ระเบียงภายนอก terrace deck และงานหลังคาที่มีรายละเอียดซับซ้อน

จุดเด่นสำคัญคือในสภาพอากาศประมาณ +30°C / 85% RH สามารถทนฝนได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือ 60 นาที และที่ +20°C / 55% RH ทนฝนได้ประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเวลาจริงขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความชื้น ความหนาที่ทา และสภาพฝนในหน้างาน

อย่างไรก็ตาม การใช้งานให้ได้ผลดีต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด แข็งแรง เลือก primer ให้ถูกต้อง ซ่อมรอยแตก เก็บรายละเอียดรอบท่อและมุมผนัง ควบคุมความหนาของฟิล์ม และวางแผนงานตามสภาพอากาศ หากทำครบตามระบบ Sikalastic 632 R จะช่วยให้การทำกันซึมหลังคามีความมั่นใจมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากฝนหลังทา และช่วยป้องกันปัญหารั่วซึมได้ดีในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!