Sikalastic 632 R วัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิว

ก.ค. 23, 2026 by admin Blog 0 comment

Sikalastic 632 R วัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิว

งานกันซึมบนหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และพื้นผิวภายนอกอาคาร มักมีรายละเอียดซับซ้อนกว่าที่เห็น เพราะพื้นผิวจริงไม่ได้เรียบโล่งทั้งหมด แต่มีทั้งมุมพื้นชนผนัง ขอบ parapet รอบท่อระบายน้ำ ฐานอุปกรณ์งานระบบ รอยต่อวัสดุเดิม และรอยแตกร้าวเล็ก ๆ ที่อาจกลายเป็นจุดให้น้ำซึมผ่านได้ หากเลือกวัสดุกันซึมที่เก็บรายละเอียดไม่ดี หรือมีแนวต่อจำนวนมาก ปัญหารั่วซึมอาจกลับมาเกิดซ้ำได้ง่าย

Sikalastic 632 R หรือ Sikalastic®-632 R เป็นวัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิว ประเภทโพลียูรีเทน ใช้สำหรับเคลือบบนพื้นผิวเพื่อสร้างชั้นฟิล์มกันน้ำแบบต่อเนื่อง หลังจากวัสดุแห้งตัวแล้วจะกลายเป็นแผ่นฟิล์มไร้รอยต่อ ช่วยลดจุดเสี่ยงจากแนวต่อของวัสดุ และเหมาะกับงานที่ต้องการเคลือบพื้นผิวให้กันซึมได้ดี เช่น หลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และ terrace deck

จุดเด่นของวัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิวคือสามารถเข้ากับรูปทรงของหน้างานได้ดี ทาต่อเนื่องตามพื้น มุม ขอบ และรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าระบบแผ่นบางประเภท จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีท่อ มีฐานอุปกรณ์ มีมุมเยอะ หรือมีผิวเดิมที่ต้องการปรับปรุงระบบกันซึมใหม่

Sikalastic 632 R คืออะไร?

Sikalastic 632 R คือวัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิวแบบ liquid applied membrane หรือเมมเบรนชนิดเหลวที่ใช้ทาเคลือบลงบนพื้นผิว เมื่อแห้งตัวแล้วจะเกิดเป็นชั้นฟิล์มกันซึมแบบต่อเนื่อง

วัสดุนี้เป็นโพลียูรีเทนชนิด 1 ส่วนประกอบ จึงใช้งานสะดวก ไม่ต้องผสม Part A และ Part B ก่อนใช้งาน ช่วยลดความเสี่ยงจากการผสมผิดอัตราส่วน และเหมาะกับงานซ่อมบำรุง งานรีโนเวท และงานหลังคาที่ต้องการลดระยะเวลาทำงาน

เหมาะกับงาน เช่น

  • กันซึมหลังคา
  • กันซึมดาดฟ้า
  • กันซึมระเบียง
  • กันซึม terrace deck
  • งานซ่อมหลังคาเก่า
  • งานเคลือบพื้นผิวภายนอก
  • งานเก็บรายละเอียดรอบท่อระบายน้ำ
  • งานเก็บมุมพื้นชนผนัง
  • งานขอบ parapet
  • งานพื้นที่ที่มีรายละเอียดซับซ้อน

วัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิวคืออะไร?

วัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิว คือวัสดุที่ใช้ทา กลิ้ง หรือพ่นลงบนพื้นผิว เพื่อสร้างชั้นป้องกันน้ำ เมื่อวัสดุแห้งหรือบ่มตัวแล้วจะเกิดเป็นฟิล์มกันซึมที่ยึดเกาะกับพื้นผิวเดิม

ระบบนี้ต่างจากแผ่นกันซึมสำเร็จรูป เพราะไม่ได้ปูเป็นแผ่นแล้วทำแนวต่อ แต่เป็นการเคลือบวัสดุให้ต่อเนื่องบนพื้นผิวจริง จึงช่วยเก็บรายละเอียดหน้างานได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีรูปทรงซับซ้อน

จุดเด่นของระบบทาเคลือบพื้นผิว

  • เคลือบต่อเนื่องตามพื้นผิวจริง
  • ลดแนวต่อของวัสดุ
  • เก็บรายละเอียดรอบท่อได้ง่าย
  • เหมาะกับมุมพื้นชนผนัง
  • ใช้กับพื้นที่รูปทรงซับซ้อนได้ดี
  • เหมาะกับงานซ่อมปรับปรุงระบบกันซึมเดิม
  • สามารถเสริมแรงในจุดเสี่ยงได้ตามระบบ
  • ควบคุมความหนาฟิล์มได้ตามการออกแบบ
ทำไม Sikalastic 632 R จึงเหมาะกับงานทาเคลือบพื้นผิว?
ทำไม Sikalastic 632 R จึงเหมาะกับงานทาเคลือบพื้นผิว?

ทำไม Sikalastic 632 R จึงเหมาะกับงานทาเคลือบพื้นผิว?

Sikalastic 632 R ถูกออกแบบมาเป็นวัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบโดยเฉพาะ จึงเหมาะกับงานที่ต้องการสร้างชั้นฟิล์มกันซึมบนพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นหลังคาแนวราบ หลังคาลาดเอียง ระเบียง หรือพื้นที่ terrace deck

เมื่อทาลงบนพื้นผิวที่เตรียมไว้อย่างถูกต้อง วัสดุจะบ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศและกลายเป็นฟิล์มกันซึมแบบต่อเนื่อง ช่วยลดจุดอ่อนของงานกันซึมที่มักเกิดจากรอยต่อหรือรายละเอียดที่เก็บไม่ครบ

พื้นที่ที่ได้ประโยชน์จากระบบเคลือบพื้นผิว

  • หลังคาที่มีท่อหลายจุด
  • ดาดฟ้าที่มีฐานแอร์หรือฐานอุปกรณ์
  • ระเบียงที่มีมุมพื้นชนผนัง
  • หลังคาเก่าที่ต้องซ่อมเฉพาะพื้นที่
  • พื้นผิวที่ต้องการลดแนวต่อของวัสดุ
  • พื้นที่ที่แผ่นกันซึมตัดแต่งยาก
  • งานที่ต้องการฟิล์มกันซึมต่อเนื่อง

จุดเด่นของ Sikalastic 632 R

  1. ทาเคลือบพื้นผิวได้ต่อเนื่อง

Sikalastic 632 R สามารถทาเคลือบบนพื้นผิวเพื่อสร้างชั้นกันซึมได้ต่อเนื่อง ช่วยให้วัสดุแนบไปกับรูปทรงของหน้างานจริง เหมาะกับพื้นที่ที่มีมุม ขอบ ท่อ และรายละเอียดหลายตำแหน่ง

ข้อดีของการทาเคลือบต่อเนื่องคือช่วยลดช่องว่างหรือรอยต่อที่อาจกลายเป็นทางน้ำซึม โดยเฉพาะบริเวณที่มักเกิดปัญหาซ้ำ เช่น รอบท่อ drain และมุมพื้นชนผนัง

  1. แห้งตัวเป็นฟิล์มไร้รอยต่อ

หลังจากวัสดุแห้งตัว Sikalastic 632 R จะเกิดเป็นแผ่นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ ช่วยลดความเสี่ยงจากแนวต่อของวัสดุ และเหมาะกับงานที่ต้องการปิดผิวต่อเนื่องทั้งพื้นที่

ฟิล์มไร้รอยต่อเหมาะกับพื้นที่ เช่น

  • ดาดฟ้า
  • หลังคาคอนกรีต
  • ระเบียง
  • terrace deck
  • รอบท่อระบายน้ำ
  • มุมพื้นชนผนัง
  • ขอบ parapet
  • พื้นที่ที่มีจุดเสี่ยงรั่วซึมหลายตำแหน่ง
  1. เป็นโพลียูรีเทน ยืดหยุ่นและรองรับรอยแตกร้าวเล็ก ๆ

หลังคาและดาดฟ้าต้องเจอความร้อนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิทุกวัน พื้นผิวจึงมีการขยายตัวและหดตัวอยู่เสมอ วัสดุกันซึมที่แข็งเกินไปอาจแตกร้าวตามพื้นผิวเดิมได้ง่าย

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุกันซึมประเภทโพลียูรีเทน จึงมีความยืดหยุ่นและมีคุณสมบัติ crack-bridging หรือช่วยรองรับรอยแตกร้าวขนาดเล็กได้ตามระบบ เหมาะกับงานหลังคาและพื้นผิวภายนอกที่ต้องรับการขยับตัวจากสภาพอากาศ

  1. ส่วนประกอบเดียว ใช้งานสะดวก

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุชนิด 1 ส่วนประกอบ จึงไม่ต้องผสมหลายส่วนก่อนใช้งาน ช่วยลดความยุ่งยากและลดความเสี่ยงจากการผสมผิดอัตราส่วน เหมาะกับงานซ่อมหลังคา งานรีโนเวท และงานที่ต้องทำเป็นพื้นที่ย่อย

ข้อดีของระบบ 1 ส่วนประกอบ ได้แก่

  • ใช้งานสะดวก
  • ไม่ต้องผสม Part A และ Part B
  • ลดความผิดพลาดจากการผสม
  • เหมาะกับงานซ่อมเฉพาะจุด
  • ลดของเสียจากการผสมวัสดุเกิน
  • ควบคุมงานหน้างานได้ง่ายขึ้น
  1. แห้งไวและบ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุแห้งตัวไว และบ่มตัวโดยใช้ความชื้นในอากาศเป็นตัวทำปฏิกิริยา จึงเหมาะกับงานหลังคาที่ต้องวางแผนตามสภาพอากาศ โดยเฉพาะช่วงที่มีโอกาสฝนตกหรือมีเวลาทำงานจำกัด

คุณสมบัติแห้งไวช่วยให้หน้างานสามารถดำเนินขั้นตอนต่อไปได้เร็วขึ้นเมื่อวัสดุแห้งตัวตามระบบ และช่วยลดความเสี่ยงจากการเปิดผิวงานทิ้งไว้นานเกินไป

  1. ใช้ได้กับพื้นผิวหลายประเภท

Sikalastic 632 R สามารถใช้กับพื้นผิวได้หลายประเภทตามระบบ เช่น ซีเมนต์ อิฐก่อ หิน บิทูเมนแบบทาเคลือบ แผ่นบิทูเมน โลหะ ซีเมนต์ใยหิน กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา และไม้ แต่แต่ละพื้นผิวต้องเตรียมผิวและใช้ primer หรือวิธีรองพื้นที่เหมาะสมก่อนติดตั้ง

Sikalastic 632 R เหมาะกับพื้นผิวแบบไหน?

พื้นผิวซีเมนต์และคอนกรีต

เหมาะกับหลังคาคอนกรีต ดาดฟ้า พื้นปูน และระเบียงที่ต้องการระบบกันซึมแบบทาเคลือบ โดยต้องเตรียมพื้นให้สะอาด แข็งแรง และไม่มีฝุ่นปูนหลุดร่อน

พื้นผิวอิฐก่อและหิน

ใช้ได้กับพื้นที่ที่มีพื้นผิวแข็งแรงและมีการเตรียมผิวที่ถูกต้อง เหมาะกับงานที่ต้องการเคลือบกันซึมบนพื้นผิววัสดุก่อสร้าง

พื้นผิวบิทูเมนเดิม

สามารถใช้กับบิทูเมนแบบทาเคลือบหรือแผ่นบิทูเมนได้ตามระบบ แต่ต้องตรวจสภาพวัสดุเดิมก่อน หากมีส่วนที่พอง ล่อน หรือเสื่อมสภาพ ต้องซ่อมหรือรื้อออกก่อน

พื้นผิวโลหะ

ใช้ได้กับโลหะบางประเภท เช่น เหล็ก สังกะสี ตะกั่ว ทองแดง อะลูมิเนียม ทองเหลือง หรือสแตนเลส โดยควรอ้างอิงวิธีเตรียมผิวและ primer ตามเอกสารระบบของผู้ผลิต

กระเบื้องเซรามิกไม่ขัดเงา

เหมาะกับพื้นผิวกระเบื้องบางประเภทที่ไม่ขัดเงา แต่ต้องตรวจการยึดเกาะของกระเบื้องเดิมก่อน หากกระเบื้องหลุดร่อนหรือมีโพรงใต้แผ่น ควรแก้ไขก่อนลงกันซึม

พื้นผิวไม้

สามารถใช้กับพื้นผิวไม้ตามระบบ แต่ต้องตรวจความชื้น ความแข็งแรง และการเคลื่อนตัวของไม้ เพราะไม้มีการขยายและหดตัวตามสภาพอากาศมากกว่าคอนกรีต

Sikalastic 632 R เหมาะกับงานแบบไหน?

งานกันซึมหลังคา

เหมาะกับหลังคาแนวราบและหลังคาลาดเอียงที่ต้องการฟิล์มกันซึมต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังคาที่มีรายละเอียดรอบท่อ ขอบ parapet และฐานอุปกรณ์งานระบบ

งานกันซึมดาดฟ้า

เหมาะกับดาดฟ้าที่ต้องรับแดด ฝน และน้ำขังบางช่วง ช่วยสร้างชั้นฟิล์มกันน้ำบนพื้นผิวและลดจุดเสี่ยงรั่วซึม

งานกันซึมระเบียง

เหมาะกับระเบียงภายนอกที่ต้องเจอน้ำฝนและต้องเก็บรายละเอียดบริเวณมุมพื้นชนผนัง รวมถึงพื้นที่ที่มี drain ขนาดเล็ก

งาน terrace deck

เหมาะกับ terrace deck ที่ต้องการระบบกันซึมแบบเคลือบพื้นผิว ก่อนออกแบบชั้นปกป้องหรือผิวใช้งานเพิ่มเติมตามลักษณะพื้นที่

งานซ่อมระบบกันซึมเดิม

เหมาะกับงานซ่อมหลังคาเก่าหรือดาดฟ้าที่ระบบเดิมเสื่อมสภาพ โดยต้องตรวจสอบวัสดุเดิมว่ามีการยึดเกาะดีหรือไม่ ก่อนลงระบบใหม่

Sikalastic 632 R ต่างจากวัสดุกันซึมแบบแผ่นอย่างไร?

หัวข้อSikalastic 632 Rวัสดุกันซึมแบบแผ่น
รูปแบบวัสดุของเหลวทาเคลือบแผ่นสำเร็จรูป
วิธีติดตั้งทา กลิ้ง หรือเคลือบบนพื้นผิวปูแผ่นและทำรอยต่อ
ลักษณะหลังติดตั้งฟิล์มไร้รอยต่อมีแนวซ้อนทับหรือรอยต่อ
งานรายละเอียดเก็บมุมและรอบท่อได้ดีต้องตัดแต่งและปิดรอยต่อ
ความสะดวกระบบ 1 ส่วนประกอบขึ้นกับชนิดแผ่นและวิธีติดตั้ง
จุดควบคุมหลักความหนาฟิล์มและการยึดเกาะรอยต่อ การซ้อนทับ และการยึดแผ่น
พื้นที่เหมาะหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง งานซ่อมหลังคาหรือพื้นที่ขนาดใหญ่บางระบบ

หากพื้นที่มีรายละเอียดเยอะ เช่น ท่อหลายจุด มุมเยอะ หรือฐานอุปกรณ์หลายตำแหน่ง วัสดุชนิดทาเคลือบอย่าง Sikalastic 632 R จะช่วยให้เก็บงานได้ต่อเนื่องกว่า แต่ต้องควบคุมความหนาและการเตรียมพื้นผิวอย่างถูกต้อง

ก่อนใช้งาน Sikalastic 632 R ต้องเตรียมพื้นผิวอย่างไร?

ตรวจความแข็งแรงของพื้นผิว

พื้นผิวต้องแข็งแรง ไม่ร่วน ไม่หลุดล่อน และไม่มีวัสดุเดิมที่ยึดเกาะไม่ดี หากทาทับชั้นเดิมที่พองหรือล่อน ระบบใหม่อาจหลุดตามชั้นเดิมได้

ทำความสะอาดพื้นผิว

ต้องกำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน ตะไคร่ สีเก่า ปูนร่วน และสิ่งปนเปื้อนออกให้หมด เพราะสิ่งเหล่านี้ลดการยึดเกาะของวัสดุกันซึม

ซ่อมรอยแตกและรูพรุน

รอยแตก หลุม รูพรุน และพื้นผิวไม่เรียบควรซ่อมก่อนลงระบบ เพื่อให้ฟิล์มกันซึมต่อเนื่องและได้ความหนาที่เหมาะสม

ตรวจ slope และจุดน้ำขัง

หลังคาหรือดาดฟ้าควรมี slope ระบายน้ำที่ดี แม้วัสดุกันซึมจะช่วยป้องกันน้ำซึมได้ แต่การปล่อยให้น้ำขังนานเกินไปจะเพิ่มภาระให้ระบบกันซึม

เลือก primer ให้เหมาะสม

พื้นผิวแต่ละประเภทอาจต้องใช้ primer หรือวิธีเตรียมผิวแตกต่างกัน เช่น คอนกรีต โลหะ บิทูเมน กระเบื้อง หรือไม้ ควรเลือกตามระบบที่ผู้ผลิตแนะนำและสภาพหน้างานจริง

วิธีใช้งาน Sikalastic 632 R โดยสรุป

การติดตั้งจริงควรทำโดยช่างที่มีประสบการณ์และอ้างอิงเอกสารผลิตภัณฑ์หรือ Method Statement ของ Sika โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. ตรวจสภาพพื้นที่และจุดเสี่ยงรั่วซึม
  2. รื้อวัสดุเดิมที่พอง ล่อน หรือยึดเกาะไม่ดี
  3. ทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่นและคราบน้ำมัน
  4. ซ่อมรอยแตก รูพรุน และจุดเสียหาย
  5. เก็บรายละเอียดรอบท่อ มุมผนัง และขอบหลังคา
  6. ลง primer ตามชนิดพื้นผิว
  7. ทาเคลือบ Sikalastic 632 R ชั้นแรกตามระบบ
  8. เสริมแรงในจุดเสี่ยงหรือพื้นที่ที่กำหนด
  9. ทาเคลือบชั้นถัดไปให้ได้ความหนาตามระบบ
  10. ปล่อยให้วัสดุบ่มตัวและแห้งสนิท
  11. ตรวจสอบความต่อเนื่องของฟิล์มกันซึม
  12. เปิดใช้งานตามระยะเวลาที่เหมาะสม

หัวใจสำคัญคือการทำให้ฟิล์มกันซึมต่อเนื่องและได้ความหนาสม่ำเสมอ หากทาบางเกินไป มีรูพรุน หรือเตรียมผิวไม่ดี ระบบอาจเสื่อมเร็วหรือรั่วซึมซ้ำได้

ข้อควรระวังในการใช้ Sikalastic 632 R

  • ควรติดตั้งโดยช่างที่มีประสบการณ์
  • พื้นผิวต้องสะอาด แข็งแรง และยึดเกาะดี
  • ไม่ควรทาทับวัสดุเดิมที่พองหรือล่อน
  • ต้องซ่อมรอยแตกและรูพรุนก่อนทา
  • ต้องเก็บรายละเอียดรอบ drain และมุมพื้นชนผนังให้ดี
  • ต้องเลือก primer ให้เหมาะกับพื้นผิว
  • ต้องควบคุมความหนาของฟิล์มกันซึมตามระบบ
  • ไม่ควรทาบนพื้นผิวที่มีน้ำขังหรือเปียกแฉะ
  • ต้องระวังการควบแน่นและสภาพอากาศระหว่างติดตั้ง
  • ควรรอให้วัสดุบ่มตัวก่อนเปิดใช้งาน
  • จุดที่มีการเดินหรือใช้งานหนักควรออกแบบระบบปกป้องผิวเพิ่มเติม

ข้อผิดพลาดที่ทำให้งานทาเคลือบกันซึมเสื่อมเร็ว

  • เตรียมพื้นผิวไม่ดี
  • ทาทับชั้นเดิมที่เสื่อมหรือล่อน
  • ไม่ซ่อมรอยแตกก่อนเคลือบ
  • ไม่เก็บรายละเอียดรอบท่อ drain
  • ไม่ทำมุมพื้นชนผนังให้ถูกต้อง
  • ทาวัสดุบางเกินไป
  • ไม่เสริมแรงในจุดเสี่ยง
  • ไม่ใช้ primer ที่เหมาะสม
  • ทาขณะพื้นเปียกหรือใกล้ฝนตกหนัก
  • เปิดใช้งานก่อนวัสดุบ่มตัวเพียงพอ
  • ไม่ตรวจสอบงานหลังติดตั้ง

งานกันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิวจะได้ผลดีเมื่อเตรียมพื้นผิวถูกต้อง ควบคุมความหนาได้ตามระบบ และเก็บรายละเอียดจุดเสี่ยงรั่วซึมครบถ้วน

Sikalastic 632 R เหมาะกับใคร?

Sikalastic 632 R เหมาะกับเจ้าของอาคาร ผู้รับเหมา ช่างกันซึม วิศวกร และทีมซ่อมบำรุงที่ต้องการวัสดุกันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิว ใช้งานสะดวก แห้งไว และเกิดเป็นฟิล์มกันซึมไร้รอยต่อหลังแห้งตัว

เหมาะกับงาน เช่น

  • กันซึมหลังคา
  • กันซึมดาดฟ้า
  • กันซึมระเบียง
  • กันซึม terrace deck
  • งานซ่อมหลังคาเก่า
  • งานเคลือบพื้นผิวภายนอก
  • งานรอบท่อ drain
  • งานมุมพื้นชนผนัง
  • งานขอบ parapet
  • งานที่ต้องการลดรอยต่อของวัสดุกันซึม

สรุป: Sikalastic 632 R เหมาะกับงานกันซึมชนิดทาเคลือบพื้นผิว

Sikalastic 632 R เป็นวัสดุกันซึมประเภทโพลียูรีเทน ชนิดทาเคลือบพื้นผิว ส่วนประกอบเดียว บ่มตัวด้วยความชื้นในอากาศ และหลังแห้งตัวจะกลายเป็นแผ่นฟิล์มกันซึมแบบไร้รอยต่อ เหมาะกับหลังคา ดาดฟ้า ระเบียง และ terrace deck ที่ต้องการระบบกันซึมต่อเนื่อง

จุดเด่นคือใช้งานสะดวก ไม่ต้องผสมหลายส่วน ทาเคลือบตามรูปทรงของพื้นผิวได้ดี เก็บรายละเอียดรอบท่อ มุมพื้นชนผนัง และขอบหลังคาได้ต่อเนื่อง ช่วยลดจุดเสี่ยงรั่วซึมจากแนวต่อของวัสดุ

อย่างไรก็ตาม การใช้งานให้ได้ผลดีต้องเตรียมพื้นผิวให้สะอาด แข็งแรง เลือก primer ให้เหมาะสม ซ่อมรอยแตก ควบคุมความหนาฟิล์ม และเก็บรายละเอียดจุดเสี่ยงให้ครบ หากติดตั้งตามระบบ Sikalastic 632 R จะช่วยให้พื้นผิวมีชั้นกันซึมต่อเนื่อง ลดโอกาสรั่วซึม และรองรับการใช้งานระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!