Sika WT-200 P ผงผสมคอนกรีตลดกันซึม เพิ่มความทนทาน
งานคอนกรีตที่ต้องสัมผัสน้ำ ความชื้น หรือแรงดันน้ำ ไม่ควรพิจารณาแค่กำลังอัดของคอนกรีตเพียงอย่างเดียว เพราะคอนกรีตที่แข็งแรงแต่มีรูพรุนสูง ยังมีโอกาสให้น้ำซึมผ่านได้ หากน้ำซึมเข้าสู่เนื้อคอนกรีตอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดคราบชื้น เหล็กเสริมเสี่ยงต่อการกัดกร่อน ผิวคอนกรีตเสื่อมสภาพ และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว
Sika WT-200 P หรือ Sika® WT-200 P TH เป็นผงผสมคอนกรีตกันซึมแบบผลึก ใช้ผสมเข้าไปในคอนกรีตตั้งแต่ขั้นตอนผลิตหรือผสมคอนกรีต เพื่อช่วยลดการซึมผ่านของน้ำ ลดการดูดซึมน้ำ และเพิ่มความสามารถในการ self-healing ของคอนกรีต เหมาะกับงานที่ต้องการผลิตคอนกรีตกันซึมคุณภาพสูง เช่น ชั้นใต้ดิน ถังเก็บน้ำ สระว่ายน้ำ อุโมงค์ บ่อบำบัดน้ำเสีย และโครงสร้างกักเก็บน้ำ
จุดเด่นของ Sika WT-200 P คือเป็นสารผสมที่ทำงานภายในเนื้อคอนกรีต ไม่ใช่น้ำยาทาหรือวัสดุเคลือบผิวภายนอก สารออกฤทธิ์จะช่วยสร้างวัสดุที่ไม่ละลายน้ำภายในรูพรุนและเส้นเลือดฝอยของคอนกรีต ทำให้น้ำและของเหลวซึมผ่านได้ยากขึ้น จึงช่วยเพิ่มความทนทานของโครงสร้างในระยะยาว
Sika WT-200 P คืออะไร?
Sika WT-200 P คือสารผสมคอนกรีตกันซึมชนิดผงแบบผลึก หรือ crystalline waterproofing admixture ใช้สำหรับผสมในคอนกรีต เพื่อช่วยปรับปรุงความทึบน้ำของเนื้อคอนกรีตจากภายใน
ผลิตภัณฑ์นี้เป็นสารผสมคอนกรีตชนิดกันน้ำและกันซึมแบบผลึก ใช้เพื่อลด permeability หรือการซึมผ่านของน้ำในคอนกรีต และช่วยเพิ่ม self-healing abilities หรือความสามารถในการช่วยปิดรอยแตกร้าวขนาดเล็กบางส่วนของคอนกรีตเมื่อมีความชื้นเข้ามากระตุ้น
เหมาะกับงาน เช่น
- คอนกรีตผสมเสร็จ
- พื้นและผนังชั้นใต้ดิน
- โรงจอดรถใต้ดิน
- ถังเก็บน้ำ
- สระว่ายน้ำ
- อุโมงค์
- บ่อบำบัดน้ำเสีย
- เขื่อนและโครงสร้างกักเก็บน้ำ
- ห้องเครื่องและ utility room
- โครงสร้างใต้ดินเชิงพาณิชย์
- งานคอนกรีตที่ต้องการลดน้ำซึมตั้งแต่ต้นทาง

ทำไมต้องใช้ผงผสมคอนกรีตกันซึมแบบผลึก?
คอนกรีตทั่วไปมีรูพรุนและเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กอยู่ภายใน หากออกแบบ mix design ไม่ดี หรือมีอัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์สูงเกินไป น้ำสามารถซึมผ่านช่องทางเหล่านี้ได้ง่าย โดยเฉพาะในโครงสร้างที่ต้องสัมผัสน้ำใต้ดิน น้ำฝน น้ำเสีย หรือแรงดันน้ำต่อเนื่อง
ปัญหาที่มักเกิดเมื่อคอนกรีตไม่ทึบน้ำ
- น้ำซึมผ่านพื้นหรือผนังคอนกรีต
- เกิดคราบชื้นและคราบเกลือ
- เหล็กเสริมเสี่ยงเป็นสนิม
- คอนกรีตแตกร้าวและเสื่อมสภาพเร็ว
- พื้นที่ใช้งานมีกลิ่นอับ
- ต้องซ่อมกันซึมภายหลัง
- ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงสูง
- อายุการใช้งานของโครงสร้างลดลง
การใช้ Sika WT-200 P ช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนผลิตคอนกรีต เพราะสารผสมจะกระจายอยู่ภายในเนื้อคอนกรีตและช่วยลดช่องทางที่น้ำสามารถซึมผ่านได้

Sika WT-200 P ระบบกันซึมแบบผลึกทำงานอย่างไร?
Sika WT-200 P ทำงานด้วยหลักการของ Crystalline Waterproofing หรือระบบกันซึมแบบผลึก โดยสารออกฤทธิ์ในส่วนผสมจะทำปฏิกิริยากับความชื้นและองค์ประกอบภายในคอนกรีต เกิดเป็นวัสดุที่ไม่ละลายน้ำภายในรูพรุนและโครงสร้างเส้นเลือดฝอยของคอนกรีต
อธิบายแบบเข้าใจง่ายได้ดังนี้
- ผสม Sika WT-200 P เข้าไปในคอนกรีต
- สารออกฤทธิ์กระจายตัวอยู่ในเนื้อคอนกรีต
- เมื่อมีน้ำหรือความชื้นเข้าสู่รูพรุน
- สารออกฤทธิ์ช่วยสร้างวัสดุที่ไม่ละลายน้ำ
- ช่องทางน้ำในคอนกรีตลดลง
- คอนกรีตมีความทึบน้ำมากขึ้น
- รอยแตกร้าวขนาดเล็กบางส่วนมีโอกาสถูกปิดด้วยคุณสมบัติ self-healing
ข้อดีของระบบนี้คือช่วยปรับปรุงคุณสมบัติจากภายในเนื้อคอนกรีต ไม่ใช่แค่ป้องกันเฉพาะผิวด้านนอก จึงเหมาะกับโครงสร้างที่ซ่อมภายหลังได้ยาก เช่น ชั้นใต้ดิน ถังเก็บน้ำ อุโมงค์ และบ่อบำบัดน้ำเสีย
จุดเด่นของ Sika WT-200 P
- ลดการซึมผ่านของน้ำในคอนกรีต
หน้าที่หลักของ Sika WT-200 P คือช่วยลดการซึมผ่านของน้ำในคอนกรีต เมื่อคอนกรีตมีความทึบน้ำมากขึ้น โอกาสที่น้ำใต้ดิน น้ำฝน หรือของเหลวจะซึมเข้าสู่โครงสร้างก็ลดลง
เหมาะกับโครงสร้างที่ต้องเจอน้ำ เช่น
- พื้นชั้นใต้ดิน
- ผนังชั้นใต้ดิน
- ถังเก็บน้ำ
- บ่อพักน้ำ
- บ่อบำบัดน้ำเสีย
- สระว่ายน้ำ
- อุโมงค์
- เขื่อนและโครงสร้างกักเก็บน้ำ
- ลดการดูดซึมน้ำ
นอกจากช่วยลดการซึมผ่านของน้ำภายใต้แรงดันแล้ว Sika WT-200 P ยังช่วยลดการดูดซึมน้ำของคอนกรีต ทำให้คอนกรีตมีความทนทานต่อความชื้นมากขึ้น เหมาะกับโครงสร้างที่ต้องสัมผัสน้ำหรือความชื้นเป็นเวลานาน
- เพิ่มความสามารถ Self-healing ของคอนกรีต
Sika WT-200 P ช่วยเพิ่มคุณสมบัติ self-healing ของคอนกรีต หรือความสามารถในการช่วยปิดรอยแตกร้าวขนาดเล็กบางส่วนเมื่อมีความชื้นเข้ามากระตุ้น
คุณสมบัตินี้เหมาะกับโครงสร้างที่อาจเกิด micro crack จากการหดตัวของคอนกรีต ความร้อนสะสม หรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ เช่น ชั้นใต้ดิน ถังน้ำ สระว่ายน้ำ และบ่อบำบัด
อย่างไรก็ตาม self-healing ไม่ได้หมายความว่าสามารถซ่อมรอยร้าวขนาดใหญ่ รอยร้าวโครงสร้าง หรือรอยร้าวที่ยังเคลื่อนตัวได้ทั้งหมด หากพบรอยร้าวลักษณะดังกล่าว ควรให้วิศวกรประเมินและเลือกวิธีซ่อมที่เหมาะสม
- เพิ่มความทนทานของโครงสร้าง
เมื่อน้ำซึมเข้าสู่คอนกรีตได้น้อยลง โอกาสที่สารปนเปื้อน เช่น คลอไรด์ ซัลเฟต น้ำเสีย หรือของเหลวจากสภาพแวดล้อมจะเข้าสู่เนื้อคอนกรีตก็ลดลงตามไปด้วย จึงช่วยเพิ่มความทนทานของโครงสร้างในระยะยาว
เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องเจอสภาพแวดล้อมรุนแรง เช่น
- โครงสร้างใต้ดิน
- บ่อบำบัดน้ำเสีย
- ถังเก็บน้ำ
- อุโมงค์
- โรงจอดรถใต้ดิน
- โครงสร้างที่สัมผัสน้ำใต้ดิน
- โครงสร้างที่ต้องการลดการกัดกร่อนจากความชื้น
- ใช้กับคอนกรีตผสมเสร็จได้ดี
Sika WT-200 P เหมาะกับการใช้ในคอนกรีตผสมเสร็จ เพราะสามารถควบคุมการผสมและการกระจายตัวของสารได้ตั้งแต่โรงงานผลิตคอนกรีต ช่วยให้สารออกฤทธิ์กระจายตัวในเนื้อคอนกรีตได้ทั่วถึงกว่าเมื่อเทียบกับการแก้ปัญหาหน้างานหลังคอนกรีตแข็งตัวแล้ว
ข้อดีของการใช้กับคอนกรีตผสมเสร็จ ได้แก่
- ควบคุม mix design ได้ชัดเจน
- กระจายสารผสมได้สม่ำเสมอ
- เหมาะกับงานเทปริมาณมาก
- ลดความเสี่ยงจากการผสมหน้างานไม่ทั่วถึง
- ช่วยให้คอนกรีตมีคุณสมบัติกันซึมทั้งเนื้อวัสดุ
- เหมาะกับโครงสร้างใหม่ที่ต้องการลดปัญหารั่วซึมตั้งแต่ต้น
- เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอนกรีตกันน้ำ
Sika WT-200 P ควรใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบคอนกรีตกันน้ำ ไม่ใช่ใช้แทนทุกองค์ประกอบของงานกันซึม เพราะงานคอนกรีตกันซึมที่ดีต้องรวมถึง mix design ที่เหมาะสม การควบคุมน้ำ การเท การจี้ การบ่ม และการจัดการรอยต่อด้วย waterstop หรือระบบ joint treatment ที่ถูกต้อง
Sika WT-200 P เหมาะกับงานแบบไหน?
ชั้นใต้ดิน
เหมาะกับพื้นและผนังชั้นใต้ดินที่ต้องสัมผัสน้ำใต้ดินหรือความชื้นจากดินรอบอาคาร ช่วยลดโอกาสน้ำซึมเข้าสู่พื้นที่ใช้งาน
โรงจอดรถใต้ดิน
เหมาะกับโรงจอดรถใต้ดินที่ต้องรับความชื้น น้ำใต้ดิน และน้ำฝนจากทางลาด ช่วยลดคราบชื้นและการเสื่อมสภาพของคอนกรีต
ถังเก็บน้ำและบ่อพักน้ำ
เหมาะกับโครงสร้างที่ต้องกักเก็บน้ำและต้องการคอนกรีตที่มีความทึบน้ำตั้งแต่ขั้นตอนผลิต
สระว่ายน้ำ
เหมาะกับโครงสร้างสระว่ายน้ำที่ต้องรับน้ำตลอดเวลา โดยควรใช้ร่วมกับระบบรอยต่อและวัสดุปิดผิวที่เหมาะสม
อุโมงค์
เหมาะกับอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดินที่ต้องรับแรงดันน้ำหรือความชื้นต่อเนื่องในระยะยาว
บ่อบำบัดน้ำเสีย
เหมาะกับบ่อบำบัดน้ำเสียที่ต้องการคอนกรีตทึบน้ำเพื่อลดการซึมผ่านของน้ำเสียเข้าสู่เนื้อคอนกรีต หากมีสารเคมีรุนแรงควรพิจารณาระบบเคลือบป้องกันผิวเพิ่มเติม
โครงสร้างกักเก็บน้ำ
เหมาะกับเขื่อน บ่อพักน้ำ และโครงสร้างที่ต้องรับน้ำปริมาณมาก โดยต้องออกแบบระบบกันซึมและรอยต่อให้ครบถ้วน
Sika WT-200 P ต่างจากน้ำยากันซึมแบบทาอย่างไร?
| หัวข้อ | Sika WT-200 P | น้ำยากันซึมแบบทา |
| ลักษณะสินค้า | ผงผสมคอนกรีต | วัสดุทาหรือเคลือบผิว |
| วิธีใช้งาน | ผสมในคอนกรีต | ทาบนผิวคอนกรีต |
| ช่วงใช้งาน | ก่อนเทคอนกรีต | หลังคอนกรีตแข็งตัว |
| ตำแหน่งการทำงาน | ภายในเนื้อคอนกรีต | บนผิวด้านนอก |
| งานเหมาะ | โครงสร้างใหม่ที่ต้องการคอนกรีตทึบน้ำ | ดาดฟ้า ห้องน้ำ ระเบียง งานซ่อมผิว |
| การซ่อมภายหลัง | ลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง | ใช้ซ่อมหรือป้องกันหลังโครงสร้างเสร็จ |
| ข้อควรระวัง | ต้องควบคุม mix design และรอยต่อ | ต้องควบคุมการเตรียมผิวและความหนา |
สรุปคือ Sika WT-200 P เหมาะกับงานคอนกรีตใหม่ที่ต้องการกันซึมจากภายใน ส่วนวัสดุกันซึมแบบทาเหมาะกับการป้องกันหรือซ่อมผิวภายนอก ทั้งสองระบบสามารถใช้ร่วมกันได้ในโครงการที่ต้องการความมั่นใจสูง
ใช้ Sika WT-200 P อย่างเดียวเพียงพอไหม?
คำตอบคือขึ้นอยู่กับประเภทโครงสร้าง ระดับแรงดันน้ำ รายละเอียดรอยต่อ และสภาพแวดล้อมที่โครงสร้างต้องเจอ
แม้ Sika WT-200 P จะช่วยลดการซึมผ่านของน้ำในเนื้อคอนกรีต แต่จุดที่รั่วบ่อยที่สุดในงานโครงสร้างมักเป็นรอยต่อและรายละเอียดหน้างาน เช่น construction joint, expansion joint, รอบท่อทะลุผนัง, honeycomb หรือรอยแตกร้าวที่เกิดจากการเทและบ่มไม่ดี
ดังนั้นการใช้งานให้ได้ผลดีควรออกแบบร่วมกับระบบอื่น เช่น
- Mix design ที่เหมาะสม
- อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ที่ควบคุมได้
- การเทคอนกรีตต่อเนื่อง
- การจี้คอนกรีตให้แน่น
- การบ่มคอนกรีตที่ถูกต้อง
- Waterstop หรือ waterbar ที่รอยต่อ
- การเก็บรายละเอียดรอบท่อทะลุผนัง
- การซ่อม honeycomb ก่อนเปิดใช้งาน
- ระบบเคลือบผิวเพิ่มเติมในพื้นที่จำเป็น
- การทดสอบน้ำในโครงสร้างกักเก็บน้ำ
วิธีใช้ Sika WT-200 P ให้ได้ผลดี
- ออกแบบ Mix Design ให้เหมาะสม
คอนกรีตกันซึมที่ดีต้องเริ่มจากสูตรคอนกรีตที่เหมาะสม ต้องควบคุมอัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ เลือกมวลรวมที่ดี และออกแบบค่าการไหลตัวให้เหมาะกับโครงสร้างจริง หากคอนกรีตมีน้ำมากเกินไปหรือเกิดการแยกตัว ประสิทธิภาพกันซึมจะลดลง
- ผสมให้กระจายตัวทั่วเนื้อคอนกรีต
ควรเติม Sika WT-200 P ตามอัตราที่กำหนดและควบคุมการผสมให้สม่ำเสมอ เพื่อให้สารออกฤทธิ์กระจายอยู่ในคอนกรีตทั่วทั้งโครงสร้าง
- หลีกเลี่ยงการเติมน้ำหน้างานเกินจำเป็น
การเติมน้ำเพิ่มหน้างานเพื่อให้คอนกรีตไหลง่ายขึ้น อาจทำให้อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์สูงขึ้น เพิ่มรูพรุน และลดประสิทธิภาพกันซึม ควรควบคุม slump และ workability ด้วยวิธีที่เหมาะสม
- เทและจี้คอนกรีตให้แน่น
หากจี้คอนกรีตไม่ดี อาจเกิดโพรงหรือ honeycomb ซึ่งเป็นช่องทางให้น้ำซึมผ่านได้โดยตรง สารผสมกันซึมไม่สามารถแก้โพรงขนาดใหญ่จากการเทไม่ดีได้
- บ่มคอนกรีตให้ถูกต้อง
การบ่มคอนกรีตช่วยลดรอยร้าวจากการหดตัวและช่วยให้คอนกรีตพัฒนาคุณสมบัติได้ดีขึ้น หากบ่มไม่ดี อาจเกิดรอยร้าวที่กลายเป็นทางน้ำซึมในอนาคต
- ควบคุมรอยต่อทุกจุด
รอยต่อเป็นจุดเสี่ยงสำคัญของงานกันซึม ควรใช้ waterstop, swellable waterstop หรือระบบ joint treatment ที่เหมาะสม ไม่ควรหวังให้สารผสมกันซึมแก้ปัญหารอยต่อทั้งหมดเพียงอย่างเดียว
- เสริมระบบเคลือบผิวเมื่อจำเป็น
หากโครงสร้างต้องสัมผัสสารเคมีรุนแรง น้ำเสียเข้มข้น หรือของเหลวที่กัดกร่อน ควรพิจารณาระบบเคลือบป้องกันผิวหรือ lining เพิ่มเติม เพื่อปกป้องคอนกรีตจากการสัมผัสโดยตรง
ข้อควรระวังในการใช้ Sika WT-200 P
- ต้องใช้ตั้งแต่ขั้นตอนผลิตหรือผสมคอนกรีต
- ไม่ใช่น้ำยาทาหรือเคลือบผิวหลังคอนกรีตแข็งตัว
- ไม่ควรใช้แทน mix design ที่ถูกต้อง
- ไม่ควรเติมน้ำหน้างานโดยไม่ควบคุม
- ไม่สามารถแก้ honeycomb จากการเทหรือจี้ไม่แน่นได้
- ไม่ได้ทดแทน waterstop ที่รอยต่อคอนกรีต
- ไม่ควรใช้แทนการซ่อมรอยร้าวใหญ่หรือรอยร้าวโครงสร้าง
- ต้องควบคุมการเท การจี้ และการบ่มคอนกรีต
- งานที่รับแรงดันน้ำสูงควรให้วิศวกรออกแบบระบบกันซึมรวม
- งานที่สัมผัสสารเคมีรุนแรงควรใช้ระบบเคลือบป้องกันผิวเพิ่มเติม
ข้อผิดพลาดที่ทำให้คอนกรีตยังรั่วซึม
- ออกแบบ mix design ไม่เหมาะกับงานกันซึม
- เติมน้ำหน้างานมากเกินไป
- ผสมสารกันซึมไม่ทั่ว
- คอนกรีตแยกตัว
- เทคอนกรีตไม่ต่อเนื่อง
- จี้คอนกรีตไม่แน่น
- เกิด honeycomb
- ไม่มี waterstop ที่รอยต่อ
- รอบท่อทะลุผนังเก็บรายละเอียดไม่ดี
- บ่มคอนกรีตไม่เพียงพอ
- ไม่ซ่อมรอยร้าวก่อนใช้งาน
- ไม่ทดสอบน้ำหรือทดสอบระบบก่อนเปิดใช้งาน
งานคอนกรีตกันซึมต้องมองเป็นระบบ ไม่ใช่แค่เติมสารผสมแล้วจบ เพราะคุณภาพสุดท้ายขึ้นอยู่กับทั้งสูตรคอนกรีต การผลิต การเท การจี้ การบ่ม และการจัดการรอยต่อ
Sika WT-200 P เหมาะกับใคร?
Sika WT-200 P เหมาะกับเจ้าของโครงการ วิศวกร ผู้รับเหมา โรงงานคอนกรีตผสมเสร็จ และทีมก่อสร้างที่ต้องการผลิตคอนกรีตกันซึมคุณภาพสูงตั้งแต่ขั้นตอนผลิต โดยเฉพาะงานโครงสร้างใหม่ที่ต้องการลดน้ำซึมและเพิ่มความทนทานในระยะยาว
เหมาะกับงาน เช่น
- อาคารที่มีชั้นใต้ดิน
- โรงจอดรถใต้ดิน
- ถังเก็บน้ำ
- สระว่ายน้ำ
- อุโมงค์
- บ่อบำบัดน้ำเสีย
- เขื่อนและโครงสร้างกักเก็บน้ำ
- ห้องเครื่องและ utility room
- โครงสร้างใต้ดินเชิงพาณิชย์
- งานคอนกรีตผสมเสร็จที่ต้องการความทึบน้ำสูง
สรุป: Sika WT-200 P ช่วยลดน้ำซึมและเพิ่มความทนทานให้คอนกรีต
Sika WT-200 P เป็นผงผสมคอนกรีตกันซึมแบบผลึก ใช้เพื่อลดการซึมผ่านของน้ำ ลดการดูดซึมน้ำ และเพิ่มความสามารถในการ self-healing ของคอนกรีต เหมาะกับงานคอนกรีตผสมเสร็จและโครงสร้างที่ต้องการความทึบน้ำสูง เช่น ชั้นใต้ดิน โรงจอดรถใต้ดิน ถังเก็บน้ำ สระว่ายน้ำ อุโมงค์ บ่อบำบัดน้ำเสีย และโครงสร้างกักเก็บน้ำ
จุดเด่นคือทำงานภายในเนื้อคอนกรีต ช่วยลดช่องทางน้ำซึมในรูพรุนและเส้นเลือดฝอย ไม่ใช่แค่ป้องกันเฉพาะผิวด้านนอก จึงเหมาะกับโครงสร้างที่ซ่อมภายหลังได้ยากและต้องการเพิ่มความทนทานตั้งแต่ขั้นตอนผลิตคอนกรีต
อย่างไรก็ตาม การใช้งานให้ได้ผลดีต้องออกแบบเป็นระบบ ตั้งแต่ mix design การควบคุมการผสม การเท การจี้ การบ่ม และการเก็บรอยต่อด้วย waterstop หรือระบบ joint treatment ที่เหมาะสม หากทำครบตามระบบ Sika WT-200 P จะช่วยให้คอนกรีตมีความทึบน้ำมากขึ้น ลดความเสี่ยงรั่วซึม และเพิ่มความมั่นใจให้โครงสร้างในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!




