Your Cart (0 items)
บริการ
เบอร์โทรศัพท์ (+66)2552 6468 วันที่ทำการ (จันทร์-ศุกร์) 08:30 –17:30 

มือใหม่หัดซ่อมบ้าน วิธีทากันซึมดาดฟ้าด้วยตัวเองฉบับเข้าใจง่าย

ม.ค. 09, 2026 by admin Blog 0 comment

มือใหม่หัดซ่อมบ้าน: วิธีทากันซึมดาดฟ้าด้วยตัวเองฉบับเข้าใจง่าย

เคยไหมครับ? พอเข้าหน้าฝนทีไร ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ทุกที เพราะกลัวจะได้ยินเสียง “แปะ… แปะ…” ของน้ำหยดลงมาจากฝ้าเพดาน ปัญหาดาดฟ้ารั่วซึมถือเป็น “ความเจ็บปวด” สามัญประจำบ้านที่คนมีตึกแถวหรือบ้านสไตล์โมเดิร์นต้องเจอ

หลายคนเลือกที่จะเรียกช่างทันที ซึ่งแน่นอนว่าแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายหลักหมื่น หรือบางทีคิวช่างก็ยาวเหยียดจนรอไม่ไหว วันนี้ผมเลยอยากจะบอกว่า จริงๆ แล้วการแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ยากเกินความสามารถของคุณเลย! การทา “กันซึม” ดาดฟ้า เป็นงาน DIY ที่คุณสามารถทำเองได้ ช่วยประหยัดงบประมาณไปได้เยอะ และยังภูมิใจที่ได้ดูแลบ้านด้วยตัวเองอีกด้วย

บทความนี้จะจับมือคุณทำทีละขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกซื้อของ ไปจนถึงเทคนิคการทาให้ทนทาน รับรองว่าอ่านจบ คุณจะกลายเป็นช่างประจำบ้านได้ทันทีครับ

ทากันซึมดาดฟ้าด้วยตัวเอง

ทำไมต้องทา “กันซึม” ดาดฟ้า? แค่เทปูนทับไม่ได้เหรอ?

นี่คือคำถามยอดฮิตครับ หลายคนคิดว่าแค่เทปูนทับหน้า (Topping) ก็จบ แต่ความจริงคือ คอนกรีตมีธรรมชาติที่ “อมน้ำ” และ “แตกร้าว” ได้ตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง (Thermal Shock) แดดเมืองไทยที่ร้อนจัดตอนกลางวันและเย็นลงตอนกลางคืน ทำให้ปูนขยายและหดตัวจนเกิดรอยร้าวเล็กๆ

น้ำยากันซึม จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ด้วยคุณสมบัติเป็น “แผ่นฟิล์มยืดหยุ่น” (Elasticity) เสมือนเราสวมชุดกันฝนให้ตัวบ้าน มันสามารถยืดหยุ่นตามการขยายตัวของคอนกรีตได้ ทำให้น้ำไม่สามารถแทรกตัวผ่านรอยร้าวลงไปทำลายโครงสร้างเหล็กข้างในนั่นเอง

เลือกซื้อ “กันซึม” แบบไหนดี? (อะคริลิก vs พียู)

เดินเข้าห้างวัสดุก่อสร้างแล้วยืนงงในดงถังสี ไม่รู้จะหยิบอันไหนดีใช่ไหมครับ? สำหรับงานดาดฟ้า หลักๆ จะมี 2 ประเภทที่คุณต้องรู้จัก:

  1. อะคริลิกกันซึม (Acrylic Waterproofing)
  • ลักษณะ: เป็นสูตรน้ำ ใช้งานง่าย กลิ่นไม่ฉุน ราคาเป็นมิตร
  • ข้อดี: แห้งไว ทาง่ายเหมือนทาสีบ้านทั่วไป
  • ข้อเสีย: ทนน้ำขังได้ไม่ดีนัก หากดาดฟ้าคุณเป็นแอ่งกระทะและมีน้ำขังตลอดเวลา อะคริลิกอาจจะบวมพองได้ง่ายกว่า
  1. พียูกันซึม (PU / Polyurethane Waterproofing)
  • ลักษณะ: มีความยืดหยุ่นสูงมาก (สูงกว่าอะคริลิก) เหนียว ทนทาน
  • ข้อดี: ทนแดดเลียได้ดีเยี่ยม (UV Resistant) และทนน้ำขังได้ดีกว่าอะคริลิก ปิดรอยร้าวได้เนียนกริบ
  • ข้อแนะนำ: สำหรับดาดฟ้าในเมืองไทยที่แดดแรงและฝนหนัก ผมเชียร์ให้เลือกใช้ PU กันซึม จะคุ้มค่าและทนทานกว่าในระยะยาวครับ ยอมจ่ายแพงกว่านิดหน่อยแต่จบ
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม (Checklist)

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม (Checklist)

ก่อนเริ่มงาน เตรียมของให้ครบจะได้ไม่ขาดตอนครับ:

  1. น้ำยากันซึม (คำนวณปริมาณตามพื้นที่ข้างถัง ส่วนใหญ่ 1 ถัง 20 กก. ทาได้ประมาณ 10-15 ตร.ม.)
  2. แปรงทาสี (สำหรับเก็บขอบมุม) และ ลูกกลิ้งขนยาว (สำหรับพื้นที่ใหญ่)
  3. ด้ามต่อลูกกลิ้ง (จะได้ไม่ต้องก้มๆ เงยๆ ให้ปวดหลัง)
  4. เกรียงโป๊ว และวัสดุอุดรอยแตก (เช่น PU Sealant)
  5. อุปกรณ์ทำความสะอาด (ไม้กวาด, สายยางฉีดน้ำ, แปรงขัดพื้น)
  6. ตาข่ายไฟเบอร์ (Fiber Mesh) เสริมแรงตามมุมและรอยร้าว
4 ขั้นตอนทากันซึมดาดฟ้าฉบับ DIY (ทำตามได้เลย)

4 ขั้นตอนทากันซึมดาดฟ้าฉบับ DIY (ทำตามได้เลย)

เมื่อของพร้อม ใจพร้อม เรามาลุยกันเลยครับ!

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมพื้นผิว (สำคัญที่สุด!)

หัวใจของงาน กันซึม ไม่ได้อยู่ที่ตอนทา แต่อยู่ที่ตอนเตรียมพื้นครับ

  • ขัดล้าง: จัดการคราบตะไคร่น้ำ ราดำ ฝุ่นผง ออกให้หมด ถ้ามีเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงจะดีมาก
  • ตากแห้ง: หลังจากล้างแล้ว ต้องปล่อยให้พื้นแห้งสนิท 100% (แนะนำตากแดดไว้อย่างน้อย 1 วันเต็ม) ห้ามทาตอนพื้นชื้นเด็ดขาด ไม่งั้นกันซึมจะลอกล่อนภายหลัง

ขั้นตอนที่ 2: ซ่อมแซมรอยแตกร้าว

เดินสำรวจดาดฟ้า หารอยร้าวให้เจอ

  • รอยร้าวเล็ก (ลายงา): สามารถทา กันซึม ทับได้เลย
  • รอยร้าวใหญ่ (ร่องลึก): ต้องใช้ PU Sealant หรือเคมีโป๊วอุดรอยแตกให้เรียบร้อย แล้วปล่อยให้แห้ง

ขั้นตอนที่ 3: ทารองพื้น (Primer)

เพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะ เราจะไม่ทาเนื้อครีมข้นๆ ลงไปทันที

  • นำน้ำยา กันซึม มาผสมกับน้ำสะอาด (สัดส่วนดูข้างถัง ส่วนใหญ่ประมาณ น้ำยา 3 ส่วน : น้ำ 1 ส่วน)
  • ทาให้ทั่วพื้นผิว 1 รอบ เพื่อให้น้ำยาซึมลึกเข้าไปในรูพรุนของคอนกรีต รอให้แห้งประมาณ 1-2 ชั่วโมง

ขั้นตอนที่ 4: ทากันซึมทับหน้า 2 รอบ (Top Coat)

เมื่อรองพื้นแห้งแล้ว ก็ถึงเวลาลงของจริงครับ ไม่ต้องผสมน้ำแล้วนะครับ

  • รอบที่ 1: ใช้ลูกกลิ้งจุ่มน้ำยาข้นๆ กลิ้งให้ทั่ว โดยกลิ้งไปในทิศทางเดียวกัน (เช่น แนวตั้ง) เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้แห้ง 2-4 ชั่วโมง
  • เสริมความแกร่ง: ระหว่างทารอบแรก บริเวณมุมรอยต่อพื้นกับผนัง หรือจุดที่มีรอยร้าว ให้ปู ตาข่ายไฟเบอร์ ทับลงไปขณะที่สียังเปียก เพื่อเสริมแรงดึงไม่ให้ฉีกขาด
  • รอบที่ 2: เมื่อรอบแรกแห้ง ให้ทารอบที่ 2 โดยกลิ้งในทิศทาง “ขวาง” กับรอบแรก (เช่น แนวนอน) เพื่อให้เนื้อฟิล์มสานกันแน่นหนา ไม่มีรูพรุนหลงเหลือ

เทคนิคลับ! ที่ช่างไม่ค่อยบอก

  • ทาขึ้นขอบผนัง (Upstand): อย่าทาแค่พื้น! ให้ทา กันซึม ยกสูงขึ้นมาบนผนังกำแพง (บัว) ประมาณ 10-15 ซม. ด้วย เพราะจุดเชื่อมต่อระหว่างพื้นกับผนังคือน้ำรั่วอันดับ 1
  • ดูพยากรณ์อากาศ: อย่าหาทำในวันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน เช็คแอปพยากรณ์อากาศล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้แน่ใจว่างานเราจะแห้งสนิท
  • อย่าขี้เหนียว: อย่าพยายามรีดน้ำยาให้บางเพื่อประหยัดของ ความหนาของฟิล์มสีมีผลต่ออายุการใช้งาน ทาให้หนาตามสเปคโรงงานดีที่สุดครับ

ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ควรระวัง

  1. ใจร้อนทาตอนพื้นไม่แห้ง: ความชื้นใต้ดินจะดันให้สีโป่งพองเป็นลูกโป่งในภายหลัง
  2. ไม่ทำความสะอาด: ทาทับฝุ่น = ทาบนฝุ่น ไม่ได้ติดกับพื้นผิว ไม่นานก็ลอก
  3. เลือกกันซึมผิดประเภท: เอากันซึมผนังมาทาพื้น หรือเอากันซึมที่ไม่ทน UV มาทาดาดฟ้า

บทสรุป

การทา กันซึม ดาดฟ้าด้วยตัวเอง ไม่ใช่เรื่องเหนือจินตนาการ เพียงแค่คุณใส่ใจขั้นตอนการ “เตรียมพื้นผิว” ให้สะอาดและแห้งสนิท เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพอย่าง PU และใจเย็นๆ รอเวลาแห้งในแต่ละชั้น

การลงทุนลงแรงเพียง 1-2 วันในช่วงวันหยุด จะช่วยปกป้องบ้านที่คุณรักจากปัญหาน้ำรั่วซึม เชื้อรา และโครงสร้างเสียหายไปได้อีกหลายปี แถมยังประหยัดเงินค่าจ้างช่างไปได้หลักหมื่น ลองทำดูนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่างานช่าง… คุณก็ทำได้!

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @899exwad หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล [email protected] เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

Add a Review

Your email address will not be published. Required fields are marked*