เทคนิคการเลือกแผ่นเมมเบรนกันซึมให้เหมาะกับดาดฟ้าและหลังคาบ้านของคุณ
ปัญหาน้ำรั่วซึมจากดาดฟ้าหรือหลังคาบ้าน เป็นหนึ่งในฝันร้ายของคนรักบ้าน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ต้องเจอกับสภาพอากาศสุดโหด ทั้งแดดที่ร้อนจัดจนพื้นผิวแตกร้าว และฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวัน เมื่อโครงสร้างคอนกรีตเริ่มเสื่อมสภาพ น้ำฝนก็จะซึมผ่านรอยแตกเหล่านั้นเข้ามาทำลายฝ้าเพดาน สี และเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน
ทางออกที่ยั่งยืนและได้รับความนิยมในวงการก่อสร้างปัจจุบันคือการใช้ “เมมเบรนกันซึม” หรือแผ่นปูระบบกันซึมที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบทาแบบเดิมๆ แต่คำถามคือ เราจะเลือกอย่างไรให้เหมาะกับบ้านของเรา? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเทคนิคการเลือกใช้งานให้คุ้มค่าที่สุดครับ
เมมเบรนกันซึมคืออะไร? และทำไมถึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด?
เมมเบรนกันซึม (Waterproofing Membrane) คือ วัสดุกันซึมที่ผลิตขึ้นในรูปแบบของ “แผ่น” (Sheet) ที่มีความเหนียว ยืดหยุ่น และทนทานสูง ถูกออกแบบมาเพื่อปูทับลงบนพื้นผิวคอนกรีตหรือหลังคา เพื่อทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันน้ำ 100%
ต่างจากกันซึมแบบทา (Liquid Applied) ที่ความหนาบางอาจไม่สม่ำเสมอขึ้นอยู่กับฝีมือช่าง แต่ แผ่นเมมเบรนกันซึม จะมีความหนาที่ได้มาตรฐานเท่ากันตลอดทั้งแผ่นจากโรงงาน ทำให้มั่นใจได้ในเรื่องประสิทธิภาพการป้องกันน้ำที่เหนือกว่า และอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่ามาก

ประเภทของแผ่นเมมเบรนกันซึมยอดนิยมในปัจจุบัน
เพื่อให้เลือกใช้ได้ถูกต้อง เราต้องรู้จักประเภทของวัสดุก่อน โดยหลักๆ แล้วในท้องตลาดจะมี เมมเบรนกันซึม แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้:
- เมมเบรนกันซึมชนิดบิทูเมน (Bitumen Membrane)
นี่คือประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับอาคารทั่วไปและงานดาดฟ้าคอนกรีต ผลิตจากยางมะตอยเกรดพิเศษเสริมแรงด้วยใยสังเคราะห์ แบ่งย่อยได้อีก 2 แบบคือ:
- แบบเป่าไฟ (Torch-on): ต้องใช้ความร้อนจากการเป่าไฟละลายผิวหน้าแผ่นให้ยึดติดกับพื้นผิว มีความทนทานสูงมาก เหมาะกับดาดฟ้าขนาดใหญ่
- แบบกาวในตัว (Self-Adhesive): ติดตั้งง่ายกว่า เพียงลอกกระดาษแล้วแปะ เหมาะสำหรับงานพื้นที่เล็กๆ หรือจุดที่ห้ามใช้ไฟ
- เมมเบรนกันซึมชนิด PVC (PVC Membrane)
เป็นพลาสติกสังเคราะห์ที่มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อรังสี UV ได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับหลังคาที่มีรูปทรงโค้งเว้า หรือหลังคาโครงสร้างเบา (Metal Sheet) ข้อดีคือรอยต่อจะถูกเชื่อมด้วยลมร้อนจนเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้โอกาสรั่วซึมแทบจะเป็นศูนย์
- เมมเบรนกันซึมชนิด TPO (TPO Membrane)
เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) ไม่มีสารพิษ ทนทานต่อแดดและความร้อนได้ดีมาก และยังช่วยสะท้อนความร้อนออกจากตัวอาคาร เหมาะกับอาคารเขียวหรือบ้านที่ต้องการประหยัดพลังงาน

5 ปัจจัยสำคัญในการเลือกเมมเบรนกันซึมให้ “ตรงปก” และ “คุ้มเงิน”
การจะเลือก เมมเบรนกันซึม ให้เหมาะสม ไม่ใช่แค่การจิ้มเลือกตัวที่แพงที่สุด แต่ต้องดูความเหมาะสมของหน้างาน ดังนี้:
ลักษณะการใช้งานของพื้นที่ (Traffic vs. Non-Traffic)
- ดาดฟ้าที่มีการใช้งานประจำ (Walkable): เช่น ดาดฟ้าที่ใช้ตากผ้า จัดสวน หรือเป็นลานกิจกรรม ควรเลือก เมมเบรนกันซึม ที่มีความหนาเป็นพิเศษ หรือเลือกใช้ชนิด Bitumen แล้วเทปูนทับหน้า (Topping) เพื่อป้องกันการฉีกขาดจากการเดินเหยียบย่ำ
- หลังคาที่ไม่มีคนขึ้นไปเดิน (Exposed Roof): สามารถใช้แบบโชว์ผิววัสดุได้เลย เช่น PVC หรือ Bitumen แบบมีเกล็ดหิน (Mineral Surfaced) เพื่อป้องกัน UV โดยไม่ต้องเทปูนทับ
สภาพอากาศและการรับแดด
หากพื้นที่นั้นต้องรับแดดเต็มๆ ตลอดทั้งวัน ควรเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติ UV Resistance สูงๆ เช่น เมมเบรน PVC หรือ TPO หรือถ้าใช้แบบ Bitumen ต้องเลือกรุ่นที่มีผิวหน้าเป็นเกล็ดหินหรือทาสีสะท้อนความร้อนเคลือบทับ เพื่อไม่ให้ยางมะตอยเสื่อมสภาพเร็วเกินไป
ลักษณะพื้นผิวของโครงสร้าง
- พื้นคอนกรีตเรียบ: สามารถใช้ได้เกือบทุกประเภท ทั้ง Bitumen แบบเป่าไฟและ PVC
- หลังคา Metal Sheet หรือพื้นผิวไม่เรียบ: ควรเลือก เมมเบรนกันซึม ชนิด PVC หรือ TPO เพราะมีความยืดหยุ่นสูง สามารถดัดเข้าโค้งมุมตามลอนหลังคาได้ดีกว่า และน้ำหนักเบากว่า
งบประมาณ (Budget)
- ราคาย่อมเยา: Bitumen Membrane มักจะมีราคาต่อตารางเมตรถูกกว่า แต่ต้องคำนึงถึงค่าแรงติดตั้งที่ต้องใช้ช่างฝีมือเฉพาะทาง
- ราคาสูงแต่จบ: PVC และ TPO อาจมีราคาสูงกว่า แต่แลกมาด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และค่าบำรุงรักษาต่ำในระยะยาว
การเตรียมหน้างาน (Surface Preparation)
ไม่ว่า แผ่นเมมเบรนกันซึม จะดีแค่ไหน ถ้าพื้นผิวเดิมแย่ ประสิทธิภาพก็จะลดลง ก่อนติดตั้งต้องมั่นใจว่าพื้นผิวสะอาด แห้งสนิท และมีความลาดเอียง (Slope) ที่เหมาะสมให้น้ำระบายได้ ไม่ขังเป็นแอ่ง เพราะน้ำขังเป็นศัตรูตัวฉกาจของรอยต่อแผ่นกันซึม
เปรียบเทียบชัดๆ: เมมเบรนกันซึม VS กันซึมแบบทา (Liquid)
หลายคนลังเลว่าจะใช้แบบไหนดี ตารางนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น:
| คุณสมบัติ | เมมเบรนกันซึม (Sheet Membrane) | กันซึมแบบทา (Liquid Membrane) |
| ความหนา | สม่ำเสมอเท่ากันทั้งผืน (ควบคุมได้) | ขึ้นอยู่กับน้ำหนักมือและการทา (ควบคุมยาก) |
| ความทนทาน | สูงมาก ทนแรงฉีกขาดได้ดี | ปานกลาง อาจฉีกขาดง่ายถ้ารากฐานร้าว |
| อายุการใช้งาน | ยาวนาน 10-20 ปีขึ้นไป | ประมาณ 3-5 ปี (ต้องทาซ้ำ) |
| การติดตั้ง | ยากกว่า ต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญ | ง่าย สามารถทำเองได้ (DIY) |
| ราคา | สูงกว่า (Initial Cost สูง) | ถูกกว่า (แต่มีค่าบำรุงรักษาบ่อย) |
ข้อแนะนำ: หากเป็นบ้านสร้างใหม่หรือต้องการแก้ปัญหาจบทีเดียวแบบระยะยาว การเลือกใช้ เมมเบรนกันซึม ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่ามากในระยะยาวครับ

การดูแลรักษาหลังการติดตั้ง
เมื่อติดตั้ง เมมเบรนกันซึม เสร็จแล้ว ไม่ได้แปลว่าจะปล่อยทิ้งขว้างได้ หากต้องการให้อยู่คู่บ้านไปนานๆ ควรปฏิบัติดังนี้:
- หมั่นตรวจสอบท่อระบายน้ำ: อย่าให้มีใบไม้หรือขยะอุดตัน เพราะน้ำท่วมขังอาจซึมผ่านรอยต่อได้หากแช่นานเกินไป
- ระวังของมีคม: หากเป็นดาดฟ้าที่ไม่ได้เทปูนทับหน้า หลีกเลี่ยงการลากของหนักหรือของมีคมบนแผ่นยาง
- ตรวจสอบรอยต่อ: ปีละ 1-2 ครั้ง ให้สังเกตบริเวณรอยต่อของแผ่นเมมเบรน หากพบการเผยอหรือร่อน ให้รีบเรียกช่างมาซ่อมแซมทันที (หรือใช้เทปกันซึมปิดทับชั่วคราว)
บทสรุป
การเลือก เมมเบรนกันซึม ให้เหมาะกับดาดฟ้าและหลังคาบ้าน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคงของตัวบ้าน ปัจจัยสำคัญที่สุดคือการดูว่า “พื้นที่นั้นใช้งานอย่างไร” และ “โดนแดดมากแค่ไหน”
หากคุณต้องการความทนทานสูงสุดสำหรับดาดฟ้าคอนกรีต Bitumen Membrane (แบบเป่าไฟ) คือตัวเลือกอันดับหนึ่ง แต่ถ้าคุณมองหาความสวยงาม ทันสมัย และช่วยลดความร้อน PVC หรือ TPO Membrane คือคำตอบที่ใช่ที่สุด
การลงทุนกับระบบกันซึมที่ดีในวันนี้ จะช่วยประหยัดค่าซ่อมแซมฝ้า เพดาน และสีทาบ้าน ได้หลักแสนในอนาคต เลือกให้ถูก ติดตั้งให้ดี แล้วบ้านของคุณจะหมดปัญหารั่วซึมกวนใจไปอีกนานครับ
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา
และสั่งซื้อได้ที่ Line @899exwad หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล [email protected] เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่
เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน”
ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!




