ผนังบ้านมีรอยร้าวแตก อย่าปล่อยไว้! วิธีใช้ Skim Coat แลงโก้ ฉาบเรียบเนียนเหมือนใหม่
เคยมั้ยครับ? อุตส่าห์แต่งบ้านซะสวย เฟอร์นิเจอร์ก็แพง ไฟก็จัดเต็ม แต่พอเปิดไฟส่องผนังทีไร กลับเห็นริ้วรอยเล็กๆ ยึกยือเหมือนใยแมงมุมเต็มไปหมด หรือที่ช่างเขาเรียกกันว่า “รอยแตกลายงา”
เจ้า รอยร้าวแตก เล็กๆ พวกนี้ แม้จะไม่ได้ทำให้บ้านถล่ม แต่มันกวนใจเจ้าของบ้านอย่างเราสุดๆ ครับ มันทำให้บ้านดูเก่า ดูโทรม และที่สำคัญคือทาสีทับกี่รอบก็ไม่หาย ยิ่งทายิ่งเห็นรอยชัดขึ้น จะจ้างช่างมาฉาบปูนใหม่ทั้งแผงก็เรื่องใหญ่ ฝุ่นฟุ้งกระจายเต็มบ้านแน่นอน
แต่เดี๋ยวก่อนครับ! ปัญหานี้แก้ได้ง่ายกว่าที่คุณคิด และทำได้ด้วยตัวเองด้วย สิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่ปูนซีเมนต์ถุงใหญ่ๆ แต่คือนวัตกรรมที่เรียกว่า “Skim Coat” (สกิมโค้ท) หรือปูนฉาบผิวบาง โดยเฉพาะแบรนด์ที่ช่างมือโปรไว้วางใจอย่าง Lanko (แลงโก้)
วันนี้ PSW Chemical จะพาคุณไปดูวิธีบอกลาผนังขรุขระ และจัดการเจ้า รอยร้าวแตก ให้หายวับไปกับตา เปลี่ยนผนังบ้านให้เนียนกริบเหมือนผิวเด็ก ด้วยวิธีที่คุณก็ทำเองได้ครับ
“รอยร้าวแตก” แบบไหนที่ Skim Coat เอาอยู่?
ก่อนจะไปลงมือทำ เราต้องมาเช็กอาการกันก่อนครับ เพราะรอยร้าวมีหลายแบบ บางแบบซ่อมเองได้ บางแบบต้องเรียกวิศวกร
- รอยแตกลายงา (Hairline Cracks):
- ลักษณะ: เป็นเส้นเล็กๆ บางๆ เหมือนเส้นผม กระจายตัวไปทั่วผนัง ไม่ลึก ไม่กว้าง
- สาเหตุ: เกิดจากการหดตัวของปูนฉาบ หรืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
- วิธีแก้:ใช้ Skim Coat ได้เลย 100% ครับ นี่คืองานถนัดของเขาเลย
- รอยร้าวแตก ลึกและกว้าง:
- ลักษณะ: รอยแตกที่เอาเล็บจิกเข้าไปได้ หรือกว้างกว่า 0.5 มิลลิเมตร และยาวต่อเนื่อง
- วิธีแก้: ต้องใช้ “วัสดุอุดโป๊ว” (Wall Putty) หรืออะคริลิกโป๊วก่อน แล้วค่อยใช้ Skim Coat ทับหน้าเพื่อความเนียน
- รอยร้าวโครงสร้าง:
- ลักษณะ: รอยร้าวทแยงมุมจากมุมวงกบหน้าต่าง, รอยร้าวกลางคาน หรือรอยร้าวที่เสา
- วิธีแก้:ห้ามใช้ Skim Coat ปิดทับเด็ดขาด! เพราะนี่คือสัญญาณอันตราย ต้องปรึกษาวิศวกรเพื่อซ่อมโครงสร้างก่อนครับ

ทำความรู้จัก “Lanko Skim Coat” ทำไมถึงเป็นไอเทมลับที่ช่างเลือกใช้?
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมต้องเป็นแบรนด์ Lanko? ในวงการก่อสร้าง Lanko (แลงโก้) คือเจ้าตลาดเรื่องปูนมอร์ตาร์พิเศษครับ ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียว ลื่น และขัดง่าย
Skim Coat ของแลงโก้ ไม่ใช่แค่ปูนธรรมดา แต่มันคือปูนผสมโพลีเมอร์พิเศษ ที่ออกแบบมาเพื่อ:
- ฉาบบางเฉียบ: สามารถฉาบได้บางเพียง 0.5 – 2 มิลลิเมตร (บางกว่าเหรียญบาทอีกครับ)
- ปิดรอยเนียน: เนื้อปูนละเอียดมาก แทรกซึมเข้าปิด รอยร้าวแตก ลายงาได้มิดชิด
- ขัดง่าย: นี่คือจุดเด่นเลย พอแห้งแล้วใช้กระดาษทรายขัดเบาๆ ก็เรียบเนียน ไม่เปลืองแรง
- ประหยัดสี: พอผนังเรียบ การทาสีทับก็จะลื่นไหล สีไม่ตกร่อง ประหยัดสีทาบ้านไปได้เยอะ
เลือก Lanko รุ่นไหนดี? ให้เหมาะกับงานของคุณ
ที่ PSW Chemical เรามีลูกค้าถามเข้ามาเยอะมากว่า “พี่ครับ ถุงสีไหนใช้ยังไง?” ผมสรุปให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ครับ
- Lanko 110 (แลงโก้ 110) – แบบผงผสมน้ำ
- ลักษณะ: มาเป็นถุง (สีขาว/สีเทา) ต้องผสมน้ำแล้วปั่นให้เข้ากัน
- เหมาะกับ: งานพื้นที่เยอะๆ, ช่างมืออาชีพ, ผนังที่มีความขรุขระมากหน่อย
- ข้อดี: แรงยึดเกาะสูงมาก แข็งแรง ทนทาน ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก (บางรุ่น)
- Lanko 101 (แลงโก้ 101) – แบบครีมพร้อมใช้
- ลักษณะ: มาเป็นถัง เปิดฝาแล้วใช้ได้เลย เนื้อเป็นครีมข้นๆ
- เหมาะกับ:งาน DIY เจ้าของบ้านทำเอง, พื้นที่น้อยๆ, งานซ่อมแซมเฉพาะจุด
- ข้อดี: สะดวกสุดๆ ไม่ต้องหาถังผสม ไม่ต้องมีสว่านปั่น ฝุ่นน้อยกว่าแบบผง

How-to: 5 ขั้นตอนฉาบปิด “รอยร้าวแตก” เปลี่ยนผนังเก่าให้ใหม่กิ๊ก
เตรียมใจพร้อมแล้ว เตรียมของพร้อมแล้ว มาลุยกันเลยครับ กับวิธีฉาบ Skim Coat ให้เนียนเหมือนจ้างช่างโรงแรมมาทำให้
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมพื้นผิว (หัวใจสำคัญ)
อย่าเพิ่งใจร้อนโปะปูนลงไปนะครับ!
- ถ้าผนังมีสีเก่าที่ลอกล่อน ให้ขูดออกให้หมด
- ถ้ามีตะไคร่น้ำ หรือคราบสกปรก ล้างและขัดให้เกลี้ยง
- รอยร้าวแตก ใหญ่ๆ ให้อุดด้วยอะคริลิกโป๊วให้เรียบร้อยก่อน
- เคล็ดลับ: พรมน้ำที่ผนังให้ชุ่มๆ รอให้หมาดก่อนลงมือฉาบ เพื่อไม่ให้ผนังแย่งดูดน้ำจากปูนเร็วเกินไป (ป้องกันปูนแตกร้าวซ้ำสอง)
ขั้นตอนที่ 2: ผสมปูน (กรณีใช้แบบผง)
- ผสม Lanko 110 กับน้ำสะอาดในอัตราส่วนที่ระบุข้างถุง
- ใช้สว่านติดหัวปั่น ปั่นให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมเนียนๆ ไม่มีเม็ดทราย
- ทิ้งไว้สัก 3-5 นาที เพื่อให้เคมีบ่มตัว แล้วปั่นซ้ำอีกรอบ
ขั้นตอนที่ 3: ฉาบรอบแรก (รองพื้น)
- ใช้เกรียงเหล็ก (แนะนำเกรียงสแตนเลส จะได้งานเนียนกว่า) ปาดปูน Skim Coat ขึ้นไปบนผนัง
- ออกแรงกดเกรียงรีดให้บางๆ เพื่อให้เนื้อปูนแทรกเข้าไปในรูพรุนและ รอยร้าวแตก
- ไม่ต้องห่วงสวยครับ รอบแรกเอาให้ทั่วและบางไว้ก่อน
- ทิ้งไว้ให้แห้งหมาดๆ (ประมาณ 30-60 นาที แล้วแต่สภาพอากาศ)
ขั้นตอนที่ 4: ฉาบรอบสอง (เก็บเนียน)
- ฉาบทับอีกครั้ง รอบนี้พยายามปรับผิวหน้าให้เรียบที่สุด
- ถ้าเห็นรอยเกรียงนิดหน่อยช่างมันครับ เดี๋ยวเราขัดออกได้
- ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท อย่างน้อย 24 ชั่วโมง (ใจเย็นๆ นะครับขั้นตอนนี้)
ขั้นตอนที่ 5: ขัดแต่งและทาสี
- เมื่อปูนแห้งสนิท ผนังจะขาวเนียน แต่ยังสากมือนิดๆ
- ใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียด (เบอร์ 320 ขึ้นไป) ขัดวนเบาๆ ให้ทั่ว
- ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดฝุ่นแป้งออกให้เกลี้ยง
- ทาสีรองพื้นปูนเก่า (สำคัญมาก! เพื่อกันสีลอกล่อน) แล้วตามด้วยสีจริงตามชอบ
ข้อควรระวัง! ทำผิดวิธี เดี๋ยว “รอยร้าวแตก” จะกลับมา
ถึง Skim Coat จะใช้ง่าย แต่ก็มีจุดตายที่ต้องระวังครับ
- ห้ามฉาบหนาเกินไป: Skim Coat ออกแบบมาให้ฉาบบาง (ไม่เกิน 2 มม. ต่อชั้น) ถ้าคุณพยายามโปะหนาๆ เพื่อกลบหลุมลึก ปูนจะแตกร้าวลายงาหนักกว่าเดิมครับ
- อย่าผสมน้ำเยอะเกิน: ถ้าปูนเหลวไป มันจะปาดง่ายก็จริง แต่มันจะ “ฝ่อ” หรือยุบตัวเยอะเวลาแห้ง ทำให้ไม่เรียบ
- รอให้แห้งสนิท: การทาสีทับตอนที่ Skim Coat ยังชื้นอยู่ จะทำให้สีปวมพองและลอกล่อนในอนาคต
- ใช้ภายนอกต้องระวัง: ถ้าจะฉาบผนังรั้ว หรือผนังบ้านภายนอก ต้องเลือก Lanko รุ่นที่ระบุว่า “ใช้ภายนอก” (Exterior) เท่านั้นนะครับ รุ่นภายในเอาไปตากแดดตากฝนไม่ได้ครับ
บทสรุป
การจัดการกับ รอยร้าวแตก ลายงา และผนังที่ไม่เรียบ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ เพียงแค่คุณเลือกใช้วัสดุที่ถูกกับโรคอย่าง Lanko Skim Coat ผนังบ้านที่เคยดูโทรมๆ ก็จะกลับมาเรียบเนียน สวยงาม ช่วยขับให้บ้านดูแพงขึ้นทันตาเห็น
การลงทุนลงแรงฉาบ Skim Coat ด้วยตัวเอง นอกจากจะประหยัดค่าช่างได้หลายพันบาทแล้ว ความภูมิใจที่ได้เห็นผลงานเนียนๆ ด้วยฝีมือเราเอง มันคุ้มค่าสุดๆ ครับ
หากคุณกำลังมองหา Lanko Skim Coat ของแท้ หรือไม่แน่ใจว่าผนังบ้านตัวเองต้องใช้รุ่นไหน 101 หรือ 110 ดี? ทักมาปรึกษาทีมงาน PSW Chemical ได้เลยครับ เราพร้อมแนะนำเทคนิคและผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด เพื่อให้งานซ่อมบ้านของคุณออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุดครับ
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @899exwad หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล [email protected] เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!




