รอยต่อขยายแตกร้าว-น้ำเข้าอาคาร: วิธีอุดรอยต่อด้วย Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1 ให้ยืดหยุ่นและเกาะพื้นผิวได้ดี
“อาคารทุกหลังมีการขยับตัว” นี่คือความจริงทางวิศวกรรมที่เจ้าของอาคารหลายท่านอาจมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวจากความร้อนของแดดเมืองไทย หรือการทรุดตัวตามธรรมชาติของดิน การขยับตัวเพียงเล็กน้อยนี้เองที่เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิด “รอยแตกร้าว” ตามรอยต่อต่างๆ ของอาคาร และนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ระดับชาติ นั่นคือปัญหา “รั่วซึม”
เมื่อน้ำฝนแทรกซึมผ่านรอยต่อขยาย (Expansion Joint) หรือรอยต่อระหว่างแผ่นพรีคาสท์ เข้าสู่ภายในตัวอาคาร สิ่งที่ตามมาคือเชื้อรา ฝ้าเพดานบวม สีลอกร่อน และโครงสร้างเหล็กเป็นสนิม การใช้วัสดุอุดรอยต่อแบบเดิมๆ หรือซิลิโคนราคาถูก อาจไม่ตอบโจทย์เพราะขาดความยืดหยุ่น เมื่อตึกขยับ ซีลแลนท์ก็ขาด และน้ำก็กลับมา รั่วซึม อีกครั้ง
ทางออกของปัญหานี้คือการเลือกใช้นวัตกรรมยาแนวรุ่นใหม่ที่เรียกว่า “Hybrid Sealant” อย่าง Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1 ที่รวมข้อดีของ PU และ Silicone ไว้ด้วยกัน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไมเจ้าตัวนี้ถึงเป็นฮีโร่กู้รอยร้าว และหยุดปัญหาน้ำเข้าอาคารได้อย่างชะงัดครับ

ทำไม “รอยต่อขยาย” ถึงเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เกิดการรั่วซึม?
รอยต่อขยาย (Expansion Joint) ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายและหดตัวของวัสดุก่อสร้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป วัสดุยาแนวเดิมมักเสื่อมสภาพ แข็งกรอบ หรือหลุดล่อนออกจากขอบปูน สาเหตุหลักๆ มาจาก:
- การเลือกวัสดุผิดประเภท: ใช้วัสดุที่แข็งเกินไป ไม่สามารถยืดหยุ่นตามการขยับตัวของอาคารได้
- รังสียูวีและความร้อน: แดดเมืองไทยทำลายพันธะเคมีของซีลแลนท์เกรดต่ำ ทำให้แห้งกรอบและแตกลายงา
- ความชื้น: พื้นผิวที่มีความชื้นสะสมทำให้ยาแนวไม่ยึดเกาะ จนเกิดช่องว่างให้น้ำไหลย้อนเข้าไป
เมื่อเกราะป้องกันพังทลาย น้ำฝนก็ไหลเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างอิสระ กลายเป็นปัญหา รั่วซึม เรื้อรังที่แก้ยากที่สุดอย่างหนึ่ง
รู้จักกับ Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1: นวัตกรรมไฮบริดหยุดรั่วซึม
Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1 จาก PSW Chemical คือกาวซีลแลนท์เทคโนโลยีไฮบริด (Silyl Modified Polymer – SMP) ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อลบจุดอ่อนของ PU และ Silicone แบบเดิมๆ
จุดเด่นที่เหนือกว่าซีลแลนท์ทั่วไป
- เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: ไม่มีส่วนผสมของ Isocyanate และสารทำละลาย (Solvent-free) ไม่มีกลิ่นฉุน ปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้งาน
- ไม่เกิดฟองอากาศ (Bubble-free): ปัญหาใหญ่ของ PU ทั่วไปคือมักเกิดฟองอากาศเมื่อเจอความชื้น แต่รุ่นนี้เนื้อเนียนสนิท ป้องกันการ รั่วซึม ได้เต็มประสิทธิภาพ 100%
- ทาสีทับได้: ต่างจากซิลิโคนที่ทาสีไม่ติด ตัวนี้สามารถทาสีน้ำทับได้เลย ทำให้เก็บงานได้สวยเนียนไปกับผนังอาคาร

3 คุณสมบัติหลักที่ช่วยป้องกันการ “รั่วซึม” ได้อย่างถาวร
ทำไมช่างมืออาชีพถึงแนะนำให้ใช้ Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1 ในงานอุดรอยต่ออาคาร? นี่คือเหตุผลทางเทคนิคครับ:
- ความยืดหยุ่นสูง รองรับการขยับตัวได้ดีเยี่ยม (High Flexibility)
ด้วยค่าความสามารถในการเคลื่อนตัว (Movement Capability) สูง ทำให้ซีลแลนท์ตัวนี้สามารถ ยืดและหดตัว ได้ตามจังหวะการขยับของอาคาร ไม่ว่าจะร้อนจัดจนปูนขยาย หรือเย็นลงจนปูนหดตัว เนื้อยาแนวก็จะไม่ฉีกขาด ทำให้ไม่มีช่องว่างให้น้ำ รั่วซึม เข้ามาได้
- ยึดเกาะได้ดีแม้พื้นผิวชื้น (Excellent Adhesion)
นี่คือไม้ตายที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย! ปกติแล้วยาแนวทั่วไปต้องรอให้พื้นแห้งสนิทถึงจะทำได้ แต่ Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1 สามารถยึดเกาะได้ดีแม้บนพื้นผิวที่มีความชื้น (Damp Surface) เล็กน้อย ช่วยลดความเสี่ยงที่ยาแนวจะร่อนออกจากขอบรอยต่อ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของน้ำรั่ว
- ทนทานต่อสภาพอากาศและรังสียูวี (UV & Weather Resistance)
สำหรับการใช้งานภายนอกอาคาร (Exterior) ความทนทานต่อแดดและฝนคือหัวใจสำคัญ ซีลแลนท์ตัวนี้ทนต่อรังสี UV ได้ดีเยี่ยม ไม่กรอบแตก ไม่เหลือง และไม่เสื่อมสภาพง่ายๆ เหมือนยางมะตอยหรือ PU เกรดต่ำ มั่นใจได้ว่าการป้องกันการ รั่วซึม จะอยู่คู่บ้านไปยาวนานนับสิบปี
วิธีการใช้งาน Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1 เพื่ออุดรอยต่อให้จบงานได้จริง
เพื่อให้ประสิทธิภาพการกัน รั่วซึม สูงสุด การติดตั้งที่ถูกวิธีเป็นเรื่องสำคัญมากครับ นี่คือขั้นตอนมาตรฐาน:
- เตรียมพื้นผิว: ทำความสะอาดรอยต่อให้ปราศจากฝุ่น คราบน้ำมัน หรือเศษปูนเก่า พื้นผิวควรแห้งสะอาด (หรือชื้นเล็กน้อยได้)
- รองรับรอยต่อ (Backing Rod): ใส่เส้นโฟมรองรอยต่อ (Backing Rod) ลงไปในร่อง เพื่อควบคุมความลึกของยาแนวให้เหมาะสม และป้องกันไม่ให้ยาแนวยึดติด 3 ด้าน (3-sided adhesion) ซึ่งจะทำให้ยาแนวฉีกขาดง่ายเมื่อขยับตัว
- ติดเทปกาว: แปะเทปกาวขนานไปกับแนวรอยต่อ เพื่อกันเลอะและเพื่อให้ได้แนวที่สวยงาม
- ยิงซีลแลนท์: ตัดปลายหลอด Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1 และใช้ปืนยิงกาวฉีดลงไปในร่องให้เต็ม ระวังอย่าให้เกิดโพรงอากาศ
- ปาดตกแต่ง: ใช้น้ำผสมน้ำยาล้างจานเล็กน้อยจุ่มนิ้วหรือเกรียง แล้วปาดผิวหน้ายาแนวให้เรียบเนียน กดให้เนื้อกาวแนบสนิทกับขอบปูน
- ลอกเทป: ลอกเทปกาวออกทันทีก่อนที่ยาแนวจะแห้งตัว

พื้นที่ไหนบ้างที่ควรใช้ Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1?
ผลิตภัณฑ์นี้มีความอเนกประสงค์สูง เหมาะสำหรับงานอุดรอยต่อที่เสี่ยงต่อการ รั่วซึม ทั่วทั้งอาคาร เช่น:
- รอยต่อผนังพรีคาสท์ (Precast Concrete Joints): จุดที่มักรั่วบ่อยที่สุดในบ้านจัดสรร
- รอยต่อขอบวงกบประตู-หน้าต่าง: รอยต่อระหว่างอลูมิเนียม/ไม้ กับคอนกรีต
- รอยต่อแผ่นผนังเบาและหลังคา: ทั้งวัสดุโลหะ กระเบื้อง และไม้เทียม
- งานรอยต่อพื้นและผนังภายนอก: ที่ต้องรับแดดรับฝนโดยตรง
บทสรุป
ปัญหา รั่วซึม จากรอยต่อขยายหรือรอยแตกร้าว ไม่ใช่เรื่องที่ควรแก้ด้วยการ “โป๊วปิด” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ “วัสดุที่ยืดหยุ่นและเกาะแน่น” เพื่อรับมือกับการขยับตัวของอาคาร
การเลือกใช้ Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1 ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและชาญฉลาด เพราะคุณไม่ได้แค่ซื้อกาวอุดรอยต่อ แต่คุณกำลังซื้อ “ความสบายใจ” ว่าบ้านของคุณจะปลอดภัยจากน้ำฝน เชื้อรา และความเสียหายทางโครงสร้างในระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดที่เหนือชั้นจาก PSW Chemical อย่ารอให้ฝ้าถล่มหรือสีบวมพอง รีบสำรวจรอยต่อบ้านคุณวันนี้ แล้วจัดการอุดให้สนิทด้วย Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1 ครับ
สนใจข้อมูลสินค้าเพิ่มเติม:Bostik Smartflex Plus Hybrid R.1 ซีลแลนท์ไฮบริด
หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @899exwad หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล [email protected] เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!




