กันซึมห้องน้ำ ก่อนปูกระเบื้องต้องทำอย่างไร ใช้วัสดุแบบไหนถึงไม่รั่วซ้ำ

เม.ย. 29, 2026 by admin Blog 0 comment

กันซึมห้องน้ำ ก่อนปูกระเบื้อง ต้องทำอย่างไร ใช้วัสดุแบบไหนถึงไม่รั่วซ้ำ

ปัญหา น้ำซึมห้องน้ำ เป็นเรื่องที่หลายบ้านเจอแล้วปวดหัวมาก เพราะบางครั้งไม่ได้เห็นน้ำรั่วทันที แต่เริ่มจากพื้นชื้น ผนังลอก ฝ้าเพดานชั้นล่างเป็นคราบ หรือหนักกว่านั้นคือมีน้ำหยดลงมาจากเพดานด้านล่าง

สาเหตุหลัก ๆ มักเกิดจากการทำ กันซึมห้องน้ำ ไม่ดีตั้งแต่แรก หรือข้ามขั้นตอนสำคัญก่อนปูกระเบื้อง พอใช้งานไปนาน ๆ น้ำก็ซึมผ่านร่องยาแนว รอยต่อ ท่อ หรือมุมพื้นผนังลงไปสะสมใต้กระเบื้อง สุดท้ายกลายเป็นปัญหา ห้องน้ำรั่วลงชั้นล่าง

ถ้าอยากให้ห้องน้ำใช้งานได้นาน ไม่ต้องรื้อซ่อมบ่อย งานกันซึมต้องทำให้ถูกตั้งแต่ก่อนปูกระเบื้อง เพราะเมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้ว การแก้ปัญหาทีหลังจะยุ่งยากกว่าเดิมหลายเท่า

บทความนี้จะพาไปดูว่า กันซึมห้องน้ำก่อนปูกระเบื้อง ต้องทำอย่างไร ใช้วัสดุแบบไหน และมีจุดไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ทำไมต้องทำ กันซึมห้องน้ำ ก่อนปูกระเบื้อง?

หลายคนเข้าใจว่าปูกระเบื้องแล้วก็กันน้ำได้อยู่แล้ว แต่จริง ๆ แล้วกระเบื้องและยาแนวไม่ได้กันน้ำได้ 100% โดยเฉพาะเมื่อใช้งานไปนาน ๆ ร่องยาแนวอาจแตกร้าว หลุดร่อน หรือมีช่องว่างเล็ก ๆ ให้น้ำซึมลงไปได้

การทำ กันซึมห้องน้ำ จึงเหมือนเป็นชั้นป้องกันอีกชั้นหนึ่งใต้กระเบื้อง ช่วยกันไม่ให้น้ำซึมผ่านลงไปยังพื้นคอนกรีตหรือโครงสร้างด้านล่าง

ถ้าไม่ทำกันซึม หรือทำไม่ถูกวิธี อาจเกิดปัญหาเหล่านี้ตามมาได้

  • พื้นห้องน้ำชื้นตลอดเวลา
  • ผนังด้านนอกห้องน้ำเป็นคราบชื้น
  • สีผนังลอกหรือบวม
  • ฝ้าเพดานชั้นล่างมีคราบน้ำ
  • เกิดกลิ่นอับและเชื้อรา
  • โครงสร้างคอนกรีตเสื่อมเร็ว
  • ต้องรื้อกระเบื้องเพื่อซ่อมใหม่ เสียค่าใช้จ่ายสูง

พูดง่าย ๆ คือ งาน กันซึมก่อนปูกระเบื้อง เป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้ามเลย โดยเฉพาะบ้าน 2 ชั้น คอนโด อาคารพาณิชย์ หรือห้องน้ำที่อยู่เหนือพื้นที่ใช้งานสำคัญ

กันซึมห้องน้ำ สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำซึมห้องน้ำ
กันซึมห้องน้ำ สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำซึมห้องน้ำ

กันซึมห้องน้ำ สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำซึมห้องน้ำ

ก่อนจะเลือกวัสดุหรือเริ่มซ่อม ควรรู้ก่อนว่าน้ำซึมมาจากจุดไหนได้บ้าง เพราะปัญหา น้ำซึมห้องน้ำ ไม่ได้เกิดจากพื้นอย่างเดียว

  1. ไม่ได้ทำกันซึมตั้งแต่แรก

บางงานก่อสร้างอาจปูกระเบื้องลงบนพื้นปูนเลย โดยไม่ได้ทำชั้นกันซึมรองรับ พอใช้งานไปสักพัก น้ำจากการอาบน้ำ ล้างพื้น หรือทำความสะอาด จะค่อย ๆ ซึมผ่านร่องยาแนวลงไปใต้กระเบื้อง

ช่วงแรกอาจยังไม่เห็นอาการ แต่เมื่อสะสมไปนาน ๆ ก็เริ่มเกิดคราบชื้นหรือรั่วลงชั้นล่าง

  1. ทำกันซึมห้องน้ำไม่ครบพื้นที่

การทากันซึมเฉพาะพื้นอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะจุดที่น้ำรั่วบ่อยคือบริเวณรอยต่อ เช่น มุมพื้นชนผนัง รอบท่อระบายน้ำ และบริเวณธรณีประตู

ถ้าไม่ได้เก็บงานจุดเหล่านี้ให้ดี น้ำก็ยังสามารถซึมออกไปได้อยู่ดี

  1. ร่องยาแนวเสื่อมสภาพ

ยาแนวที่แตกร้าว หลุด หรือเป็นรูพรุน เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้น้ำลงไปใต้กระเบื้องได้ง่าย โดยเฉพาะห้องน้ำที่ใช้งานหนัก หรือทำความสะอาดด้วยน้ำยาที่มีฤทธิ์แรงบ่อย ๆ

  1. ท่อระบายน้ำหรือข้อต่อท่อรั่ว

บางครั้งปัญหา ห้องน้ำรั่วลงชั้นล่าง ไม่ได้เกิดจากพื้น แต่เกิดจากท่อระบายน้ำ ท่อน้ำดี หรือข้อต่อท่อที่รั่วอยู่ใต้พื้น หากไม่ตรวจสอบให้ดี แล้วทากันซึมทับอย่างเดียว ก็อาจไม่จบ

  1. พื้นห้องน้ำมีความลาดเอียงไม่ดี

ห้องน้ำที่น้ำไหลลงท่อช้า หรือมีน้ำขังบางจุด จะทำให้พื้นสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน โอกาสเกิดน้ำซึมก็สูงขึ้นตามไปด้วย

กันซึมห้องน้ำ สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำซึมห้องน้ำ
กันซึมห้องน้ำ สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำซึมห้องน้ำ

จุดสำคัญที่ต้องทำกันซึมห้องน้ำให้ดี

งาน กันซึมห้องน้ำ ไม่ใช่แค่ทาวัสดุกันซึมให้ทั่วพื้น แต่ต้องใส่ใจจุดเสี่ยงเป็นพิเศษ เพราะจุดเล็ก ๆ เหล่านี้มักเป็นต้นเหตุของการรั่วซ้ำ

พื้นห้องน้ำทั้งหมด

พื้นเป็นพื้นที่รับน้ำโดยตรง จึงต้องทำกันซึมให้เต็มพื้นที่ โดยเฉพาะโซนอาบน้ำหรือพื้นที่เปียกที่มีน้ำใช้งานตลอด

มุมพื้นชนผนัง

มุมห้องเป็นจุดที่เกิดรอยร้าวได้ง่าย เพราะเป็นรอยต่อของวัสดุคนละระนาบ ควรเสริมตาข่ายหรือเทปกันซึมร่วมกับวัสดุกันซึม เพื่อช่วยลดโอกาสแตกร้าว

รอบท่อระบายน้ำ

บริเวณท่อ floor drain เป็นจุดที่น้ำไหลผ่านตลอด หากเก็บงานไม่ดี น้ำอาจซึมลงตามขอบท่อได้ ควรทากันซึมให้แนบสนิทและปิดรอบท่ออย่างละเอียด

ผนังบริเวณโซนเปียก

ผนังในส่วนอาบน้ำควรทำกันซึมสูงขึ้นจากพื้น ไม่ใช่ทำเฉพาะพื้นอย่างเดียว เพราะน้ำจากฝักบัวสามารถกระเด็นและซึมเข้าผนังได้

ขั้นตอนกันซึมห้องน้ำก่อนปูกระเบื้องที่ควรทำ

ถ้าต้องการให้ กันซึมก่อนปูกระเบื้อง ใช้งานได้ยาวนาน ควรทำตามขั้นตอนให้ครบ ไม่ควรรีบข้ามขั้นตอนเพราะอยากให้งานเสร็จเร็ว

  1. ตรวจสอบพื้นและระบบท่อก่อนเริ่มงาน

ก่อนทำกันซึม ต้องตรวจสอบก่อนว่าพื้นคอนกรีตแข็งแรงหรือไม่ มีรอยแตกร้าวตรงไหน และระบบท่อมีการรั่วซึมหรือเปล่า

สิ่งที่ควรเช็ก ได้แก่

  • ท่อระบายน้ำ
  • ท่อน้ำดี
  • ข้อต่อท่อ
  • พื้นคอนกรีต
  • รอยแตกร้าว
  • ระดับความลาดเอียงของพื้น

ถ้าพบท่อรั่ว ควรซ่อมท่อให้เรียบร้อยก่อน เพราะวัสดุกันซึมไม่ได้มีหน้าที่แทนการซ่อมระบบประปา

  1. ทำความสะอาดพื้นผิวให้พร้อม

พื้นผิวก่อนทา กันซึมห้องน้ำ ต้องสะอาด ไม่มีฝุ่น คราบน้ำมัน เศษปูน หรือสิ่งสกปรก เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้วัสดุกันซึมยึดเกาะได้ไม่ดี

หากพื้นมีส่วนที่หลุดร่อน ควรขัดหรือสกัดออกก่อน แล้วซ่อมให้เรียบแน่น

  1. ซ่อมรอยแตกร้าวและมุมต่าง ๆ

รอยร้าวบนพื้นหรือผนังควรอุดซ่อมด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อน ไม่ควรทากันซึมทับไปเลย เพราะรอยร้าวอาจขยับและทำให้ชั้นกันซึมฉีกตามได้

บริเวณมุมพื้นชนผนัง ควรทำบัวปูนหรือเสริมวัสดุยืดหยุ่น เพื่อให้มุมไม่เป็นเหลี่ยมคมเกินไป และช่วยให้การทากันซึมต่อเนื่องมากขึ้น

  1. ทารองพื้นตามระบบวัสดุ

วัสดุกันซึมบางชนิดต้องมีน้ำยารองพื้นก่อน เพื่อช่วยเพิ่มการยึดเกาะกับพื้นผิว โดยเฉพาะพื้นผิวที่ดูดซึมน้ำมาก หรือพื้นเก่าที่มีฝุ่นละเอียด

ควรทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต ไม่ควรผสมน้ำหรือดัดแปลงเองเกินสัดส่วน เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง

  1. ทากันซึมชั้นแรก

เริ่มทาวัสดุกันซึมให้ทั่วพื้นและผนังส่วนที่กำหนด โดยใช้แปรง ลูกกลิ้ง หรือเกรียงตามชนิดวัสดุ

จุดที่ต้องเน้นเป็นพิเศษ ได้แก่

  • มุมพื้นชนผนัง
  • รอบท่อระบายน้ำ
  • รอบท่อน้ำดี
  • แนวรอยต่อ
  • ธรณีประตู
  1. เสริมตาข่ายหรือเทปกันซึมในจุดเสี่ยง

สำหรับจุดที่มีโอกาสแตกร้าวหรือขยับตัว ควรเสริมตาข่ายไฟเบอร์หรือเทปกันซึมระหว่างชั้นกันซึม เช่น มุมห้อง รอบท่อ และรอยต่อพื้นผนัง

ขั้นตอนนี้ช่วยให้ระบบกันซึมแข็งแรงขึ้น และลดโอกาสรั่วซ้ำในอนาคต

  1. ทากันซึมชั้นที่สอง

หลังจากชั้นแรกแห้งตามระยะเวลาที่กำหนด ให้ทาชั้นที่สอง โดยนิยมทาในทิศทางตัดกับชั้นแรก เพื่อให้ปิดผิวได้ทั่วถึงมากขึ้น

ไม่ควรทาบางเกินไป เพราะชั้นกันซึมที่บางมากอาจไม่สามารถป้องกันน้ำได้ดีพอ

  1. ทดสอบขังน้ำก่อนปูกระเบื้อง

หลังทำ กันซึมห้องน้ำ เสร็จ ควรทดสอบขังน้ำอย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง เพื่อดูว่ามีน้ำรั่วซึมหรือไม่

ถ้าระดับน้ำลดผิดปกติ หรือมีน้ำซึมไปยังชั้นล่าง ควรหาจุดรั่วและแก้ไขก่อนปูกระเบื้อง ห้ามปูทับทั้งที่ยังมีปัญหา เพราะหลังปูเสร็จแล้วจะตรวจและซ่อมยากมาก

  1. ปูกระเบื้องด้วยวัสดุที่เหมาะสม

เมื่อทดสอบแล้วไม่รั่ว จึงเริ่มปูกระเบื้อง โดยควรใช้ กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง ที่เหมาะกับพื้นที่เปียกและยึดเกาะกับชั้นกันซึมได้ดี

ไม่ควรใช้ปูนทรายแบบเดิมในบางกรณี เพราะอาจมีปัญหาการยึดเกาะหรือเกิดโพรงใต้กระเบื้องได้ง่ายกว่า หากทำงานไม่ชำนาญ

วัสดุกันซึมห้องน้ำแบบไหนดี?

การเลือกวัสดุ กันซึมห้องน้ำ ควรดูจากลักษณะพื้นที่ งบประมาณ และระบบปูกระเบื้องที่จะตามมา ไม่ใช่เลือกจากราคาถูกที่สุดอย่างเดียว

กันซึมซีเมนต์เบส

กันซึมซีเมนต์เบสเป็นวัสดุที่นิยมใช้กับห้องน้ำ เพราะยึดเกาะกับพื้นปูนได้ดี และสามารถปูกระเบื้องทับได้เมื่อทำตามระบบที่ถูกต้อง

เหมาะกับ:

  • ห้องน้ำบ้านทั่วไป
  • ห้องน้ำคอนโด
  • พื้นและผนังปูน
  • งานกันซึมก่อนปูกระเบื้อง

ข้อดี:

  • ใช้งานง่าย
  • ยึดเกาะพื้นปูนได้ดี
  • เหมาะกับงานปูกระเบื้องทับ
  • ราคาค่อนข้างเหมาะสม

ข้อควรระวัง:

  • ต้องผสมตามสัดส่วน
  • ไม่ควรทาบางเกินไป
  • ต้องรอให้แห้งและทดสอบน้ำก่อนปูกระเบื้อง

กันซึมอะคริลิก

กันซึมอะคริลิกมีความยืดหยุ่นและใช้งานง่าย แต่งานห้องน้ำก่อนปูกระเบื้องต้องเลือกชนิดที่เหมาะกับการปิดทับด้วยกระเบื้อง และต้องดูว่ารองรับการใช้ร่วมกับกาวซีเมนต์หรือไม่

เหมาะกับ:

  • พื้นที่ที่ต้องการความยืดหยุ่น
  • ผนังบางจุด
  • งานซ่อมบางประเภท

ข้อดี:

  • ยืดหยุ่นดี
  • ทาได้ง่าย
  • ปิดรอยร้าวเล็ก ๆ ได้ดี

ข้อควรระวัง:

  • ไม่ใช่ทุกชนิดที่เหมาะกับการปูกระเบื้องทับ
  • ต้องเช็กระบบการใช้งานจากผู้ผลิต
  • หากพื้นเปียกหรือชื้นมาก อาจยึดเกาะไม่ดี

กันซึมโพลียูรีเทน

โพลียูรีเทน หรือ PU มีความยืดหยุ่นสูง กันน้ำได้ดี แต่ในงานห้องน้ำที่ต้องปูกระเบื้องทับ ต้องใช้ระบบที่เหมาะสมและมีการโรยทรายหรือทำผิวให้กาวซีเมนต์ยึดเกาะได้

เหมาะกับ:

  • งานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง
  • พื้นที่เสี่ยงรั่ว
  • ห้องน้ำที่มีรอยต่อเยอะ
  • งานซ่อมเฉพาะทาง

ข้อดี:

  • กันน้ำดีมาก
  • ยืดหยุ่นสูง
  • ทนต่อการแตกร้าวเล็กน้อยได้ดี

ข้อควรระวัง:

  • ราคาสูงกว่าแบบซีเมนต์เบส
  • ต้องใช้ช่างที่เข้าใจระบบ
  • ต้องเตรียมผิวก่อนปูกระเบื้องอย่างถูกต้อง

กาวซีเมนต์ปูกระเบื้องสำคัญอย่างไรกับงานกันซึม?

หลังจากทำ กันซึมก่อนปูกระเบื้อง แล้ว ขั้นตอนปูกระเบื้องก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถ้าปูกระเบื้องไม่ดี มีโพรงใต้แผ่น หรือใช้วัสดุไม่เหมาะสม น้ำอาจสะสมอยู่ใต้กระเบื้องและทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง ที่ดีควรเลือกให้เหมาะกับพื้นที่เปียก และเหมาะกับชนิดกระเบื้อง เช่น กระเบื้องเซรามิก กระเบื้องพอร์ซเลน หรือกระเบื้องแผ่นใหญ่

สิ่งที่ควรระวังในการปูกระเบื้องห้องน้ำ ได้แก่

  • ไม่ควรปูกระเบื้องแบบมีโพรงใต้แผ่น
  • ควรใช้เกรียงหวีให้เหมาะกับขนาดกระเบื้อง
  • กระเบื้องแผ่นใหญ่ควรป้ายกาวทั้งพื้นและหลังแผ่น
  • ควรเว้นร่องยาแนวตามมาตรฐาน
  • ใช้ยาแนวที่เหมาะกับพื้นที่เปียก
  • รอบท่อและมุมควรเก็บงานให้แน่น

การเลือก กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง ที่เหมาะสมจะช่วยให้กระเบื้องยึดเกาะดี ลดปัญหากระเบื้องหลุด โพรงใต้แผ่น และน้ำสะสมใต้พื้น

ห้องน้ำรั่วลงชั้นล่าง ต้องแก้อย่างไร?

ถ้าเกิดปัญหา ห้องน้ำรั่วลงชั้นล่าง แล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคือหาสาเหตุให้ชัด ไม่ควรรีบยาแนวทับหรือทากันซึมเฉพาะจุดแบบเดาสุ่ม

แนวทางตรวจเบื้องต้นคือ

  1. ตรวจรอยร้าวของยาแนวและกระเบื้อง
  2. ตรวจรอบท่อระบายน้ำและสุขภัณฑ์
  3. ตรวจระบบท่อน้ำดีและท่อน้ำทิ้ง
  4. สังเกตว่ารั่วตอนใช้น้ำ หรือรั่วตลอดเวลา
  5. ตรวจฝ้าเพดานชั้นล่างว่ารั่วตรงตำแหน่งใด

ถ้ารั่วเฉพาะตอนอาบน้ำหรือขังน้ำ อาจเกี่ยวกับพื้นและระบบกันซึม

แต่ถ้ารั่วตลอดเวลา แม้ไม่ได้ใช้งาน อาจเกี่ยวกับท่อน้ำดีรั่ว ซึ่งต้องแก้ระบบท่อก่อน

ในกรณีที่กันซึมเดิมเสียหายหนัก การซ่อมให้จบอาจต้องรื้อกระเบื้องเดิม ทำกันซึมใหม่ ทดสอบขังน้ำ แล้วค่อยปูกระเบื้องกลับเข้าไป

ข้อผิดพลาดที่ทำให้กันซึมห้องน้ำรั่วซ้ำ

หลายงานรั่วซ้ำไม่ใช่เพราะวัสดุไม่ดีเสมอไป แต่เกิดจากขั้นตอนทำงานผิดพลาด เช่น

  • ไม่ทำความสะอาดพื้นก่อนทากันซึม
  • ทากันซึมบางเกินไป
  • ไม่เสริมมุมพื้นชนผนัง
  • ไม่เก็บรอบท่อระบายน้ำให้ดี
  • ไม่ทดสอบขังน้ำก่อนปูกระเบื้อง
  • ปูกระเบื้องทับเร็วเกินไป
  • ใช้กาวซีเมนต์ไม่เหมาะกับพื้นที่เปียก
  • ปูกระเบื้องแล้วเกิดโพรงใต้แผ่น
  • ใช้ยาแนวทั่วไปในพื้นที่ที่โดนน้ำหนัก
  • ไม่แก้ปัญหาท่อรั่วก่อนทำกันซึม

ถ้าอยากให้ กันซึมห้องน้ำ ใช้งานได้นาน ต้องให้ความสำคัญทั้งวัสดุ ขั้นตอน และฝีมือช่าง ไม่ใช่เลือกแค่ผลิตภัณฑ์ตัวเดียวแล้วหวังว่าจะจบทุกปัญหา

ควรทำกันซึมห้องน้ำสูงแค่ไหน?

โดยทั่วไป พื้นห้องน้ำควรทำกันซึมเต็มพื้นที่ และควรทำต่อเนื่องขึ้นผนังอย่างน้อยบริเวณที่เสี่ยงโดนน้ำ

แนวทางที่นิยมคือ

  • พื้นห้องน้ำ: ทำเต็มพื้นที่
  • ผนังรอบห้องน้ำ: ทำสูงจากพื้นประมาณ 10–30 ซม.
  • โซนอาบน้ำ: ควรทำสูงมากขึ้นตามระดับที่น้ำกระเด็นถึง
  • รอบท่อและมุมห้อง: ต้องเสริมพิเศษ
  • ธรณีประตู: ต้องทำต่อเนื่องเพื่อกันน้ำซึมออกนอกห้องน้ำ

สำหรับห้องน้ำที่มีฝักบัวแบบไม่มีฉากกั้น หรือใช้งานหนัก ควรทำกันซึมผนังโซนเปียกให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าผนังในระยะยาว

เลือกช่างทำกันซึมห้องน้ำ ควรดูอะไรบ้าง?

งาน กันซึมห้องน้ำ เป็นงานที่ต้องละเอียดมาก เพราะเมื่อปูกระเบื้องทับแล้วจะมองไม่เห็นชั้นกันซึมอีก ถ้าทำผิด ต้องรื้อแก้ใหม่ซึ่งเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

ก่อนเลือกช่าง ควรดูจากสิ่งเหล่านี้

  • มีการตรวจหน้างานจริง
  • อธิบายสาเหตุของน้ำซึมได้ชัดเจน
  • แนะนำวัสดุเหมาะกับพื้นที่ ไม่ขายแบบเดียวทุกงาน
  • มีขั้นตอนทดสอบขังน้ำก่อนปูกระเบื้อง
  • ใช้วัสดุกันซึมและกาวซีเมนต์ที่เหมาะกับระบบ
  • มีผลงานหรือประสบการณ์งานห้องน้ำ
  • แจ้งเงื่อนไขการรับประกันชัดเจน

ช่างที่ดีควรให้ความสำคัญกับการเตรียมพื้นผิวและการทดสอบ ไม่ใช่แค่รีบทำให้เสร็จเร็วที่สุด

สรุป: กันซึมห้องน้ำต้องทำให้ถูกตั้งแต่ก่อนปูกระเบื้อง

การทำ กันซึมห้องน้ำ ก่อนปูกระเบื้องเป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะช่วยป้องกันปัญหา น้ำซึมห้องน้ำ และ ห้องน้ำรั่วลงชั้นล่าง ในระยะยาว

วิธีที่ดีคือเริ่มจากตรวจพื้นและระบบท่อ ซ่อมรอยร้าว เตรียมพื้นผิวให้สะอาด ทากันซึมให้ครบทุกจุดเสี่ยง เสริมมุมและรอบท่อ ทดสอบขังน้ำก่อนปูกระเบื้อง และใช้ กาวซีเมนต์ปูกระเบื้อง ที่เหมาะกับพื้นที่เปียก

ถ้าทำครบทุกขั้นตอนตั้งแต่แรก ห้องน้ำจะใช้งานได้มั่นใจกว่า ลดโอกาสรั่วซ้ำ และไม่ต้องเสียเงินรื้อซ่อมใหม่ในอนาคต

งานกันซึมอาจเป็นขั้นตอนที่มองไม่เห็นหลังปูกระเบื้องเสร็จ แต่เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของห้องน้ำ ถ้าอยากให้ห้องน้ำอยู่ได้นาน ไม่รั่ว ไม่ชื้น และไม่สร้างปัญหาให้ชั้นล่าง ควรลงทุนกับระบบกันซึมที่ถูกต้องตั้งแต่วันนี้

หากคุณกำลังมองหา เคมีภัณฑ์งานก่อสร้างและโซลูชันงานกันซึม/ซ่อมแซมโครงสร้างคุณภาพ ติดต่อสอบถาม ขอคำปรึกษา และสั่งซื้อได้ที่ Line @passawarn หรือโทร 02-552-6468 / อีเมล sales@passawarn.com เลือกชมสินค้าและบริการได้ที่ เว็บไซต์ psw-chemical.com เปลี่ยนงานก่อสร้างของคุณให้ “แข็งแรง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน” ด้วยบริการจาก บริษัท ภัศวาลย์ จำกัด (PSW Chemical) วันนี้!

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ กันซึม ที่นี่!